แม่คะพาตังไปหาหมอหน่อยค่ะ”
หญิงสาวโทรศัพท์หาแม่ตอนดึกๆ
วริศรารู้สึกว่าเธอตัวร้อนไข้ขึ้นสูงมาก
“รอแป๊ปนะลูกเดี๋ยวแม่ไปรับนะลูก”
ผู้เป็นแม่วางสายแล้วรีบบึ่งรถไปรับลูกสาวที่คอนโดแล้วรีบพาเธอ
ไปโรงพยาบาลที่ไม่ไกลจากคอนโดของเธอมากนักถึงเธอจะโตขนาดไหนทุกครั้งที่เธอมีปัญหาเธอจะคิดถึงแม่ของเธอเป็นคนแรก
หลังจากที่แม่พาหญิงสาวทำประวัติคนไข้แล้วมานั่งรอหมอเรียกเข้าห้องตรวจคนไข้ขึ้นสูงมากหญิงสาวเอนตัวซบไหล่ของผู้เป็นแม่
“คุณวริศรา นวกุล”
“เชิญที่ห้องตรวจค่ะ”
เสียงพยาบาลเรียกชื่อของหญิงสาวเข้าห้องตรวจ หมอหนุ่มที่นั่งเช็คประวัติของเธออยู่ในห้องตรวจชายหนุ่มขยับแว่นมองชื่อคนไข้ของเขาให้ชัดๆ
“ วริศรา นวกุล”
พยาบาลเข็ญรถพาหญิงสาวเข้ามาในห้องตรวจ
“สวัสดีครับ อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ”
หมอหนุ่มถามอาการของคนไข้สาว
“เป็นไข้ค่ะตัวร้อน”
“อ้าปากหน่อยครับ”
หมอหนุ่มใช้ไฟฉายส่องดูลำคอของหญิงสาวพอตรวจเสร็จแล้วหมอให้เธอนอนพักที่โรงพยาบาลดูอาการก่อนสักคืนเห็นเธอมีไข้ขึ้นสูงมาก
“หมอคะถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลเลยเหรอคะ”
หญิงสาวถามหมอหนุ่มอย่างกลัวๆเพราะเธอไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยสักครั้ง
“ต้องนอนครับไข้ขึ้นสูงมากเดี๋ยวผมออกเวรแล้วจะอยู่เป็นเพื่อนคุณนะ”
หญิงสาวเอียงคอมองเพราะเธอคุ้นๆกับเสียงของหมอหนุ่ม เขาให้พยาบาลไปแจ้งญาติคนไข้ว่าเธอต้องแอดมิดที่โรงพยาบาล
“แม่คะตังค์คงนอนไม่หลับแน่ๆเลยค่ะ”
แม่ถึงกับยิ้มแล้วลูบหัวลูกสาวเบาๆจังหวะนั้นหมอเจ้าของไข้เคาะประตู
“ก๊อกๆ”
“ขออนุญาตครับ”
ชายหนุ่มตอนนี้ได้ถอดแว่นกับแมสออกเปิดเผยใบหน้า
“หมอเขื่อน”
หญิงสาวอุทานขึ้นมาเธอว่าแล้วทำไมน้ำเสียงคุ้นนัก
“สวัสดีครับคุณแม่”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้แม่ของวริศรา
“เดี๋ยวคืนนี้ผมจะเฝ้าสตางค์เองครับ”
แม่ของหญิงสาวได้ยินถึงกับยื่นงงที่จู่ๆมีหมอหนุ่มจะมาเฝ้าลูกสาวของเธอ
“แม่ค่ะหมอเขื่อนเป็นเพื่อนตังค์เองค่ะแม่”
เธอไม่ปล่อยให้ผู้เป็นแม่สงสัยนาน
“ไม่ใช่เพื่อนครับ”
หมอหนุ่มปฎิเสธชายหนุ่มยิ้มแต่ยังไม่ทันได้บอกว่าพวกเขาเป็นอะไรกันหญิงสาวแยกเขี้ยวใส่หมอหนุ่มพร้อมกับรีบบอกความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคน
“เป็นเพื่อนกันค่ะแม่เขื่อนเป็นเพื่อนหนูตั้งแต่ตอนเรียนม.ปลายค่ะ”
เธอรีบตอบแม่ของเธอกลัวว่าแม่ของเธอจะสงสัย หลังจากที่นั่งดูอาการลูกสาวอยู่พักใหญ่แม่จึงขอตัวกลับ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ทำข้าวต้มร้อนๆมาให้นะลูก”
“ค่ะแม่”
ก่อนที่แม่จะกลับหญิงสาวอ้อนแม่ของเธอจนขุนเขื่อนมองแล้วเผลอยิ้มออกมาหมอหนุ่มยกมือไหว้แม่ของหญิงสาวพร้อมกับเดินออกไปส่งที่ลานจอดรถ
หลังจากที่แม่กลับไปแล้วขุนเขื่อนเดินกลับมาดูอาการของหญิงสาว
“ตังค์ไข้ยังสูงอยู่เลยทานยานะ”
หมอหนุ่มขยับเข้าไปใกล้หญิงสาวเขาป้อนยาให้กับเธอหลังจากป้อนยาให้กับหญิงสาวแล้วหมอเขื่อนเรียกพยาบาลให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอเขากลัวว่าเธอจะอยู่คนเดียวไม่ได้
“ตังค์เขื่อนขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ”
ขุนเขื่อนกลับมาที่ห้องพักแพทย์รีบเปลี่ยนชุดแล้วกลับขึ้นไปหาหญิงสาว
“ขอบคุณนะครับคุณพยาบาล”
ขุนเขื่อนกล่าวขอบคุณพยาบาลที่มาอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวเขามองไปที่เตียงหญิงสาวนอนหลับด้วยพิษไข้ขุนเขื่อนเดินเขาไปใกล้ๆใช้หลังมืออังที่หน้าผากของเธอ
“ไข้ลดแล้วนี่นา”
ชายหนุ่มพึมพำแล้วก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงของเธอแล้วเผลอหลับไปหญิงสาวตื่นขึ้นมาเธอรู้สึกสบายตัวขึ้นเพราะไข้ของเธอลดลงแล้วเธอมองหน้าหมอเขื่อนที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงของเธอ
“ใบหน้าคมเข้มมากกว่าเดิมอีกนะคุณหมอ”
พร้อมกับใช้นิ้วเรียวของเธอไล้ไปตามสันจมูกของชายหนุ่มแล้วก็ยิ้มเธอปล่อยให้
เขานอนต่อสักพักก็มีเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ก๊อกๆ”
แล้วบานประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างของผู้เป็นแม่ที่หอบหิ้วของกินมาเพียบชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมา
เจอใบหน้าหวานที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอคะ”
แล้วเธอก็หันมายกมือไหว้ผู้เป็นแม่
“สวัสดีค่ะแม่”สวัสดีครับคุณแม่”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ว่าที่แม่ยาย
ผู้เป็นแม่ยิ้มออกมาที่เห็นหมอเขื่อนใส่ใจลูกสาวของเธอพร้อมกับจัดอาหารวางบนโต๊ะ
“แม่ทำอาหารมาเยอะเลยทำมาเผื่อหมอด้วยนะ”
แม่มองมาทางหมอแล้วก็ยิ้มให้
“ขอบคุณครับ”
แล้วเขาก็ช่วยพยุงวริศราเข้าไปล้างหน้าแปลงฟันทั้งคู่เดินออกจากห้องน้ำแม่เรียก
ทั้งคู่มาทานอาหารด้วยกันหมอเขื่อนจัดแจงจะป้อนอาหารให้กับวริศรา
“ตังค์ทานเองได้ค่ะ”
หญิงสาวตอบพร้อมกับรับช้อนมาตักอาหารใส่ปาก หมอเขื่อนขออนุญาตไปจัดการ
ล้างหน้าแปลงฟันแล้วกลับเข้ามาทานข้าวฝืมือแม่ของวริศราหลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหาร
เสร็จแล้วเขาจัดยาลดไข้ให้กับหญิงสาว
“วันนี้สายๆก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วละ”
หมอเขื่อนบอกกับเธอและแม่ นางพยาบาลที่มาดูแลสตางค์เมื่อคืนเอาเรื่องของเธอกับ
หมอเขื่อนมาเม้ามอยว่าแฟนหมอเขื่อนมาแอดมิดที่โรงพยาบาลเมื่อคืนนี้
ทำให้ข่าวหมอเขื่อนมีแฟนแพร่สะพัดไปทั่วโรงพยบาลจนถึงหูหมอรุจกับหมอไมค์
“ห่ะ!แฟนหมอเขื่อนมาออดมิดที่นี่เหรอ”
หมอหนุ่มทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกันมิน่าละกระเป๋าของหมอเขื่อนยังอยู่ในห้อง
พักแพทย์ ที่แรกเขาทั้งสองคิดว่าหมอเขื่อนเข้าเวรต่อยันเช้าที่ไหนได้อยู่เฝ้าแฟนนี่เอง
แล้วหมอหนุ่มทั้งสองก็ทำทีว่ามีธุระคุยกับหมอเขื่อนทั้งสองหนุ่มบุกมาถึงห้องที่หญิงสาวนอนพักอยู่
“ก็อกๆ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแล้วสองหนุ่มก็รีบเสนอหน้าเข้าห้องที่หญิงสาวนอนรักษาตัวอยู่
“แฮะๆสวัสดีครับ”
สองหนุ่มยิ้มแห้งๆแล้วกล่าวทักทายหญิงสาว สตางค์รู้สึกแปลกใจมากที่จู่ๆก็มี
สองหนุ่มเข้ามา หมอเขื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงของหญิงสาวตกใจที่เห็นสองหนุ่มเข้ามา
“เฮ้ย!มากันได้ไงเนี่ย"
หมอรุจกับหมอไมค์รีบเดินเข้ามายืนข้างๆหมอเขื่อนแล้วเขารีบสะกิดแขนของ
หมอเขื่อนให้เขาแนะนำให้พวกเขาทั้งสองคนรู้จักกับวริศรา
“ตังค์ครับนี่ไอ้หมอรุจกับไอ้หมอไมค์เพื่อนเขื่อนเองครับ”
“สวัสดีค่ะ หมอไมค์หมอรุจ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“สวัสดีครับ”
สองหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาวพร้อมกับฉีกยิ้ม
“เมียแกสวยว่ะ”
หมอเขื่อนรีบเอามือปิดปากของหมอรุจพร้อมกับพยักหน้าให้เพื่อนดูว่าแม่ของหญิง
สาวนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง สองหนุ่มถึงกับสดุ้ง
“แฮะๆสวัสดีครับคุณแม่”
สองหนุ่มยกมือไหว้แม่ของหญิงสาว
“สวัสดีดีจ๊ะ”
แม่ของสตางค์ยกมือรับไหว้สองหนุ่มแล้วก็ยิ้มให้กับสองหนุ่มหลังจากที่ทำความรู้จัก
กันแล้วทั้งสองหนุ่มก็ขอตัวกลับไปทำงาน ขุนเขื่อนก็ขอตัวกลับไปทำธุระส่วนตัวของ
เขาแล้วค่อยจะกลับมาใหม่
“ตังค์ครับเดี๋ยวเขื่อนกลับมานะครับ”
“คุณแม่ครับผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ แม่ของหญิงสาวอย่างนอบน้อมแล้วก็เดินออกไป ผู้เป็นแม่ยิ้มให้
กับชายหนุ่มพร้อมกับมองไปยังบุตรสาวที่นอนพักอยู่บนเตียงคนไข้ ขุนเขื่อนกลับมาจากคอนโดแล้วจัดการเคลียร์ค่าใช้จ่าย
ให้กับวริศรา พร้อมกับขึ้นไปหาเธอที่ห้องพัก
“ตังค์ครับเดี๋ยวบ่ายๆก็กลับบ้านได้แล้วนะครับ”
ชายหนุ่มก้มบอกกับหญิงสาวพร้อมกับหันมาบอกแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆเตียงของเธอ
“แม่ครับผมขออนุญาตไปส่งตังค์นะครับ”
ชายหนุ่มขออนุญาตแม่ของหญิงสาว แม่ยิ้มแล้วก็พยักหน้าเชิงอนุญาตแล้วมองทั้งคู่อย่างเอ็นดู
“หมอเขื่อนแม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ”
“ครับผมจะดูแลอย่างดีเลยครับ”
“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”