เช้าของวันใหม่วริศราลืมตาขึ้นมาหญิงสาวเหลือบมองขุนเขื่อนเขายังนอนหลับสนิทอยู่
ข้างๆ เธอ หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมาทันทีรีบเปิดประตูห้องนอนเดินออกมายังห้องนั่งเล่น
พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ หญิงสาวเดิน
ตามเสียงตะกุกตะกักไปยังห้องครัว วริศราถึงกับตกใจพร้อมกับยิ้มแหย่ๆ ให้กับ
ผู้เป็นแม่ของเธอกำลังก้มๆ เงยทำอาหารอยู่ในห้องครัวหญิงสาวตาค้างอุทานเสียงหลง
“แหะๆ แม่มาไม่เห็นโทรบอกตังค์ก่อนละคะ”
ผู้เป็นแม่หันมายิ้มให้กับลูกสาวคนสวยของเธอ
“ทุกทีแม่มาก็ไม่เคยบอกลูกนี่นา”
หญิงสาวยิ้มให้กับผู้เป็นแม่แห้งๆ อย่างมี
พิรุธ แม่ถึงกับอมยิ้มกับท่าทางของลูกสาว
“ไปล้างหน้าก่อนเถอะลูก”
แม่หันมาบอกลูกสาวที่ยังไม่ทันล้างหน้าล้างตาหญิงสาวยิ้มให้กับผู้เป็นแม่ แต่ยังไม่ทัน
ได้เดินเข้าห้องไปล้างหน้า เสียงของขุนเขื่อนดังขึ้น
“ตังค์ครับ”
หญิงสาวเลิ่กลั่กหันมายิ้มให้กับแม่อย่างแหย่ๆ
“แหะๆ”
แม่แกล้งทำหน้าดุจนวริศราหน้าจ่อยนั่งทำตาปลิบๆ หลังจากที่ไม่ได้ยินเสียง
ตอบจากหญิงสาวขุนเขื่อนก็เดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนผมเผ้ายังยุ่งเหยิง
ส่วนวริศรายังนั่งตัวหงออยู่ตรงหน้าของผู้เป็นแม่ จนขุนเขื่อนเดินเข้ามายังห้องครัวเจอ
เข้ากับแม่ของวริศราถึงกับตกใจ
“อ่อๆ”
ชายหนุ่มทำเสียงตะกุกตะกัก
“อ่อๆ สวัสดีครับคุณแม่”
ชายหนุ่มยกมือไหว้แม่ของวริศราอย่างกลัวๆ สองหนุ่มสาวหน้าจ่อยทำตาปลิบๆ
ที่จู่ๆ แม่ก็มาโดยไม่บอกไม่กล่าว
“พากันไปอาบน้ำอาบท่ากันก่อนเถอะลูก”
“จะได้มาทานข้าวพร้อมกัน แม่ทำกับข้าวจะเสร็จแล้วล่ะ"
ผู้เป็นแม่บอกกับวริศรากับขุนเขื่อน
“ตังค์คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ”
ขุนเขื่อนหันมาบอกกับหญิงสาว
“เดี๋ยวเขื่อนจะช่วยคุณแม่ทำอาหารก่อน”
หญิงสาวยิ้มให้กับขุนเขื่อนแล้วก็เดินเข้าห้องไปจัดการธุระส่วนตัวของเธอ หลังจาก
ที่วริศราเข้าห้องไปแล้วชายหนุ่มก็คุยกับแม่ของเธอ
“คุณแม่ครับ”
“คือๆ ว่า”
ชายหนุ่มพูดติดๆ ขัดขึ้นมาทันที
“คือๆ ว่าผมรักลูกสาวของคุณแม่มากนะครับ”
ขุนเขื่อนบอกกับผู้เป็นแม่ยายอย่างกล้าๆ กลัวๆผู้เป็นแม่หันมายิ้มให้พร้อมกับพูดกับ
ขุนเขื่อน
“แค่รักลูกสาวแม่แบบจริงใจก็พอแล้วละจ๊ะ”
“ขอบคุณครับคุณแม่”
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ ผู้เป็นแม่ยาย สักพักวริศราเดินออกมาจาก
ห้องมานั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมกับหันไปบอกขุนเขื่อนไปอาบน้ำ
“เขื่อนเสื้อผ้าอยู่ที่ปลายเตียงนะ”
“ขอบคุณครับ”
เขาหันมายิ้มให้กับหญิงสาวแล้วเดินเข้าห้องไปอาบน้ำหลังจากที่ขุนเขื่อนเข้าไปอาบน้ำหญิงสาว
เข้ามากอดผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน
“ฮื้อ แม่ทำกับข้าวน่าทานจังเลย”
หญิงสาวลูบท้องตัวเองเบาๆ
“ตังค์หิวแล้วค่ะแม่”
พร้อมกับยื่นมือของเธอไปหยิบของกิน
ในจาน
“เพี้ยะ!”
“โอ้ย!”
หญิงสาวชักมือกลับผู้เป็นแม่ตีที่มือเล็กๆ ของลูกสาว
“รอหมอเขื่อนก่อนสิลูก”
หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ
“ฮื้อ ก็ตังค์หิวแล้วนี่ค่ะแม่”
วริศราทำหน้ามุ้ยพร้อมกับนั่งลงรอขุนเขื่อนอาบน้ำจนเสร็จ
พอเขาเดินเข้ามายังโต๊ะอาหารหญิงสาวรีบจัดแจงตักข้าวใส่จานด้วยความหิว
“เขื่อนเร็วๆ เลยตังค์หิวแล้ว”
วริศราหันมาเร่งชายหนุ่มจนถูกแม่ของเธอดุ
“เอะ!ลูกคนนี้นี่จะเร่งหมอเขื่อนทำไมละลูก”
“ก็ตังค์หิวแล้วนี่คะ”
ขุนเขื่อนถึงกับยิ้มด้วยความเอ็นดู กับท่าทางงอแงของหญิงสาวเวลาที่เธออยู่กับแม่เธอช่างน่ารักน่าเอ็นดู
หลังจากที่ทานข้าวจนกันจนอิ่มแล้วแม่ของวริศราจึงขอตัวกลับก่อนจะกลับแม่ของ
วริศราขอคุยกับขุนเขื่อนเป็นการส่วนตัว
“หมอเขื่อนแม่ฝากลูกสาวของแม่ด้วยนะ”
“แม่มีลูกสาวแค่คนเดียว”
“ลูกสาวของแม่ไม่ค่อยเรียบร้อยนะ”
“แล้วอีกอย่างลูกสาวแม่ทำอาหารไม่เก่ง”
ขุนเขื่อนฟังเรื่องที่แม่ของวริศรากังวลแล้ว เขาถึงกับยิ้มพร้อมกับพูดกับแม่ของเธอว่า
“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
“ผมทำอาหารเก่งครับ”
หลังจากที่แม่ของวริศราคุยกับขุนเขื่อนอยู่สักพักจึงขอตัวกลับ หลังจากที่แม่กลับแล้ว
วริศราจึงเดินเข้ามาหาขุนเขื่อนเธอถามเขาเกี่ยวกับเรื่องที่แม่ของเธอคุยกับเขาอย่างอยากรู้
“คุณหมอสุดหล่อขา”
“คุยอะไรกับแม่ของตังค์เหรอค่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
“เขื่อนจะไม่บอกตังค์เหรอคะ”
แล้วเธอก็ทำหน้างอลๆขุนเขื่อนถึงกับยิ้มอย่างมีความสุข
พร้อมกับยื่นมือของเขามาขยี้หัวของเธออย่างเอ็นดู
“งั้นถ้าเขื่อนไม่บอกตังค์ว่าคุยอะไรกับแม่”
“เขื่อนต้องนอนนอกห้องนะ”
หญิงสาวขู่เขาแล้วก็ทำหน้าทะเล้นใส่เขา
“หึหึหึ”
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างมีความสุขที่เขาได้ใช้ช่วงเวลาที่ดีกับเธอ
แล้วเขาก็เล่าให้กับวริศราฟังว่าแม่ของเธอฝากฝังเธอกับเขา หญิงสาวชำเลืองตามอง
ไปทางเขาพร้อมกับถามชายหนุ่ม
“อ่อ..แล้วเขื่อนตอบแม่ว่าไงละ”
ขุนเขื่อนหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอามือลูบผมเธออย่างอ่อนโยน
“เขื่อนบอกกับแม่ว่าไม่ต้องห่วงเขื่อนจะดูและลูกสาวของแม่เป็นอย่างดี”
“แต่แม่บอกกับเขื่อนว่า ตังค์ทำอาหารไม่เก่งแล้วแม่ก็บอกว่าตังค์ไม่ค่อยเรียบร้อย”
“ห่ะ!แม่นะแม่ขายลูกสาวหมดเลย”
หญิงสาวหน้างอพร้อมกับอมยิ้มแล้วก็บ่นเบาๆ
“เป็นความผิดของแม่กับย่านั้นแหละ”
“ฮึ ที่ไม่ยอมให้ตังค์ทำอาหาร”
“ตังค์วันนี้เรากลับไปค้างที่ห้องเขื่อนนะครับ”
“เราแวะหาแพตกับมาร์คกันดีไหม”
เขาถามหญิงสาวขุนเขื่อนอยากโชว์ให้แพตตี้กับมาร์ครู้ว่าเขาทั้งสองคนนั้นคบกันแล้ว
“เดี๋ยวมาร์คกับแพตก็รู้สิว่าเราเป็นอะไรกัน”
วริศราบอกกับเขาอย่างอายๆ ที่จู่ทั้งคู่ก็ได้มาเป็นแฟนกัน
“งั้นขอตังค์ทำงานก่อนนะค่ะ”
“ครับคุณเมีย”
หญิงสาวอมยิ้มที่เขาเรียกเธอว่าเมียเต็มปากเต็มคำแล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ วริศรา
ชายหนุ่มนอนมองหญิงสาวนั่งทำงานอย่าง
ขมักขเม้นช่วงที่ผ่านมาเธอไม่มีสมาธิกับงานของเธอเลยสักนิดวันๆ ก็เฝ้าคิดถึงแต่คนตัวโตๆ ที่นอนข้างเธอ
หญิงสาวมองหน้าของชายหนุ่มแล้วก็ยิ้ม
“ตังค์เป็นนักเขียนมานานหรือยังครับ”
จู่ขุนเขื่อนก็ถามเธอออกมา
“เขียนตั้งแต่ตอนเรียนแล้วละค่ะ”
เธอบอกกับเขาหลังจากที่เธอเรียนจบเธอ
เคยไปทำงานบริษัทอยู่พักใหญ่ๆ แล้วเธอก็ลาออกมาทำงานเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัว
“มีอยู่ช่วงหนึ่งตังค์เคยทำงานบริษัทนะ”
“แต่มันไม่ค่อยมีอิสระทางด้านความคิดตังค์เลยลาออกค่ะ”
“แต่รายได้มันไม่ค่อยแน่นอนนะคะ”
วริศราบอกกับเขาเกี่ยวกับตัวเธอ
“ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ครับ”
เพราะรายได้ของเขาต่อเดือนก็มากพอสมควร แล้วอีกอย่างรายได้ของการเป็น
นักเขียนต่อเดือนของเธอก็เยอะพอสมควรวริศราชอบทำงานอิสระถึงได้เลือกทำงาน
เป็นนักเขียน เรื่องราวของนักเขียนกับหมอหนุ่มเธอคิดแล้วถึงกับยิ้มแล้วก็มองหน้าคุณ
หมอหนุ่มสุดหล่อที่เธอหลงรักเขามาหลายปีแต่ในที่สุดเธอก็ได้เขามาครอบครอง
หญิงสาวมองเขาแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ อดถามเธอไม่ได้
“ยิ้มอะไรครับ”
“ก็ยิ้มที่มีแฟนหล่ออย่างเขื่อนไงคะ”
หญิงสาวชมเขาจนคุณหมอสุดหล่อเขินจนหน้าแดง
“คุณเขินด้วยเหรอคะ หน้าแดงเชียว”
วริศราแกล้งแหย่เขาที่เห็นเขาเขินหน้าแดง
เขายิ้มพร้อมกับรวบตัวของเธอเข้ามากอด
แล้วก็จูบเธออย่างเร้าร้อนแล้วเขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออก
“ถ้าเราอยู่ด้วยกันเสื้อผ้าไม่ต้องใส่ก็ได้มั่ง”
แล้วเขาก็จัดหนักกับเธออีกรอบก่อนที่จะออกไปข้างนอก
“เขื่อน”
“หือ..ว่าไงจ๊ะ”
“แวะซื้อของไปฝากแพตตี้ด้วยนะ”
“ครับคุณเมีย”
แล้วขุนเขื่อนก็หันมายิ้มหวานให้กับเธอ