จ๊ะเอ๋แม่ยาย

1529 Words
เช้าของวันใหม่วริศราลืมตาขึ้นมาหญิงสาวเหลือบมองขุนเขื่อนเขายังนอนหลับสนิทอยู่ ข้างๆ เธอ หญิงสาวลุกพรวดขึ้นมาทันทีรีบเปิดประตูห้องนอนเดินออกมายังห้องนั่งเล่น พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ หญิงสาวเดิน ตามเสียงตะกุกตะกักไปยังห้องครัว วริศราถึงกับตกใจพร้อมกับยิ้มแหย่ๆ ให้กับ ผู้เป็นแม่ของเธอกำลังก้มๆ เงยทำอาหารอยู่ในห้องครัวหญิงสาวตาค้างอุทานเสียงหลง “แหะๆ แม่มาไม่เห็นโทรบอกตังค์ก่อนละคะ” ผู้เป็นแม่หันมายิ้มให้กับลูกสาวคนสวยของเธอ “ทุกทีแม่มาก็ไม่เคยบอกลูกนี่นา” หญิงสาวยิ้มให้กับผู้เป็นแม่แห้งๆ อย่างมี พิรุธ แม่ถึงกับอมยิ้มกับท่าทางของลูกสาว “ไปล้างหน้าก่อนเถอะลูก” แม่หันมาบอกลูกสาวที่ยังไม่ทันล้างหน้าล้างตาหญิงสาวยิ้มให้กับผู้เป็นแม่ แต่ยังไม่ทัน ได้เดินเข้าห้องไปล้างหน้า เสียงของขุนเขื่อนดังขึ้น “ตังค์ครับ” หญิงสาวเลิ่กลั่กหันมายิ้มให้กับแม่อย่างแหย่ๆ “แหะๆ” แม่แกล้งทำหน้าดุจนวริศราหน้าจ่อยนั่งทำตาปลิบๆ หลังจากที่ไม่ได้ยินเสียง ตอบจากหญิงสาวขุนเขื่อนก็เดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนผมเผ้ายังยุ่งเหยิง ส่วนวริศรายังนั่งตัวหงออยู่ตรงหน้าของผู้เป็นแม่ จนขุนเขื่อนเดินเข้ามายังห้องครัวเจอ เข้ากับแม่ของวริศราถึงกับตกใจ “อ่อๆ” ชายหนุ่มทำเสียงตะกุกตะกัก “อ่อๆ สวัสดีครับคุณแม่” ชายหนุ่มยกมือไหว้แม่ของวริศราอย่างกลัวๆ สองหนุ่มสาวหน้าจ่อยทำตาปลิบๆ ที่จู่ๆ แม่ก็มาโดยไม่บอกไม่กล่าว “พากันไปอาบน้ำอาบท่ากันก่อนเถอะลูก” “จะได้มาทานข้าวพร้อมกัน แม่ทำกับข้าวจะเสร็จแล้วล่ะ" ผู้เป็นแม่บอกกับวริศรากับขุนเขื่อน “ตังค์คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ” ขุนเขื่อนหันมาบอกกับหญิงสาว “เดี๋ยวเขื่อนจะช่วยคุณแม่ทำอาหารก่อน” หญิงสาวยิ้มให้กับขุนเขื่อนแล้วก็เดินเข้าห้องไปจัดการธุระส่วนตัวของเธอ หลังจาก ที่วริศราเข้าห้องไปแล้วชายหนุ่มก็คุยกับแม่ของเธอ “คุณแม่ครับ” “คือๆ ว่า” ชายหนุ่มพูดติดๆ ขัดขึ้นมาทันที “คือๆ ว่าผมรักลูกสาวของคุณแม่มากนะครับ” ขุนเขื่อนบอกกับผู้เป็นแม่ยายอย่างกล้าๆ กลัวๆผู้เป็นแม่หันมายิ้มให้พร้อมกับพูดกับ ขุนเขื่อน “แค่รักลูกสาวแม่แบบจริงใจก็พอแล้วละจ๊ะ” “ขอบคุณครับคุณแม่” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ ผู้เป็นแม่ยาย สักพักวริศราเดินออกมาจาก ห้องมานั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมกับหันไปบอกขุนเขื่อนไปอาบน้ำ “เขื่อนเสื้อผ้าอยู่ที่ปลายเตียงนะ” “ขอบคุณครับ” เขาหันมายิ้มให้กับหญิงสาวแล้วเดินเข้าห้องไปอาบน้ำหลังจากที่ขุนเขื่อนเข้าไปอาบน้ำหญิงสาว เข้ามากอดผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน “ฮื้อ แม่ทำกับข้าวน่าทานจังเลย” หญิงสาวลูบท้องตัวเองเบาๆ “ตังค์หิวแล้วค่ะแม่” พร้อมกับยื่นมือของเธอไปหยิบของกิน ในจาน “เพี้ยะ!” “โอ้ย!” หญิงสาวชักมือกลับผู้เป็นแม่ตีที่มือเล็กๆ ของลูกสาว “รอหมอเขื่อนก่อนสิลูก” หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ “ฮื้อ ก็ตังค์หิวแล้วนี่ค่ะแม่” วริศราทำหน้ามุ้ยพร้อมกับนั่งลงรอขุนเขื่อนอาบน้ำจนเสร็จ พอเขาเดินเข้ามายังโต๊ะอาหารหญิงสาวรีบจัดแจงตักข้าวใส่จานด้วยความหิว “เขื่อนเร็วๆ เลยตังค์หิวแล้ว” วริศราหันมาเร่งชายหนุ่มจนถูกแม่ของเธอดุ “เอะ!ลูกคนนี้นี่จะเร่งหมอเขื่อนทำไมละลูก” “ก็ตังค์หิวแล้วนี่คะ” ขุนเขื่อนถึงกับยิ้มด้วยความเอ็นดู กับท่าทางงอแงของหญิงสาวเวลาที่เธออยู่กับแม่เธอช่างน่ารักน่าเอ็นดู หลังจากที่ทานข้าวจนกันจนอิ่มแล้วแม่ของวริศราจึงขอตัวกลับก่อนจะกลับแม่ของ วริศราขอคุยกับขุนเขื่อนเป็นการส่วนตัว “หมอเขื่อนแม่ฝากลูกสาวของแม่ด้วยนะ” “แม่มีลูกสาวแค่คนเดียว” “ลูกสาวของแม่ไม่ค่อยเรียบร้อยนะ” “แล้วอีกอย่างลูกสาวแม่ทำอาหารไม่เก่ง” ขุนเขื่อนฟังเรื่องที่แม่ของวริศรากังวลแล้ว เขาถึงกับยิ้มพร้อมกับพูดกับแม่ของเธอว่า “คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” “ผมทำอาหารเก่งครับ” หลังจากที่แม่ของวริศราคุยกับขุนเขื่อนอยู่สักพักจึงขอตัวกลับ หลังจากที่แม่กลับแล้ว วริศราจึงเดินเข้ามาหาขุนเขื่อนเธอถามเขาเกี่ยวกับเรื่องที่แม่ของเธอคุยกับเขาอย่างอยากรู้ “คุณหมอสุดหล่อขา” “คุยอะไรกับแม่ของตังค์เหรอค่ะ” “ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ” “เขื่อนจะไม่บอกตังค์เหรอคะ” แล้วเธอก็ทำหน้างอลๆขุนเขื่อนถึงกับยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับยื่นมือของเขามาขยี้หัวของเธออย่างเอ็นดู “งั้นถ้าเขื่อนไม่บอกตังค์ว่าคุยอะไรกับแม่” “เขื่อนต้องนอนนอกห้องนะ” หญิงสาวขู่เขาแล้วก็ทำหน้าทะเล้นใส่เขา “หึหึหึ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างมีความสุขที่เขาได้ใช้ช่วงเวลาที่ดีกับเธอ แล้วเขาก็เล่าให้กับวริศราฟังว่าแม่ของเธอฝากฝังเธอกับเขา หญิงสาวชำเลืองตามอง ไปทางเขาพร้อมกับถามชายหนุ่ม “อ่อ..แล้วเขื่อนตอบแม่ว่าไงละ” ขุนเขื่อนหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอามือลูบผมเธออย่างอ่อนโยน “เขื่อนบอกกับแม่ว่าไม่ต้องห่วงเขื่อนจะดูและลูกสาวของแม่เป็นอย่างดี” “แต่แม่บอกกับเขื่อนว่า ตังค์ทำอาหารไม่เก่งแล้วแม่ก็บอกว่าตังค์ไม่ค่อยเรียบร้อย” “ห่ะ!แม่นะแม่ขายลูกสาวหมดเลย” หญิงสาวหน้างอพร้อมกับอมยิ้มแล้วก็บ่นเบาๆ “เป็นความผิดของแม่กับย่านั้นแหละ” “ฮึ ที่ไม่ยอมให้ตังค์ทำอาหาร” “ตังค์วันนี้เรากลับไปค้างที่ห้องเขื่อนนะครับ” “เราแวะหาแพตกับมาร์คกันดีไหม” เขาถามหญิงสาวขุนเขื่อนอยากโชว์ให้แพตตี้กับมาร์ครู้ว่าเขาทั้งสองคนนั้นคบกันแล้ว “เดี๋ยวมาร์คกับแพตก็รู้สิว่าเราเป็นอะไรกัน” วริศราบอกกับเขาอย่างอายๆ ที่จู่ทั้งคู่ก็ได้มาเป็นแฟนกัน “งั้นขอตังค์ทำงานก่อนนะค่ะ” “ครับคุณเมีย” หญิงสาวอมยิ้มที่เขาเรียกเธอว่าเมียเต็มปากเต็มคำแล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ วริศรา ชายหนุ่มนอนมองหญิงสาวนั่งทำงานอย่าง ขมักขเม้นช่วงที่ผ่านมาเธอไม่มีสมาธิกับงานของเธอเลยสักนิดวันๆ ก็เฝ้าคิดถึงแต่คนตัวโตๆ ที่นอนข้างเธอ หญิงสาวมองหน้าของชายหนุ่มแล้วก็ยิ้ม “ตังค์เป็นนักเขียนมานานหรือยังครับ” จู่ขุนเขื่อนก็ถามเธอออกมา “เขียนตั้งแต่ตอนเรียนแล้วละค่ะ” เธอบอกกับเขาหลังจากที่เธอเรียนจบเธอ เคยไปทำงานบริษัทอยู่พักใหญ่ๆ แล้วเธอก็ลาออกมาทำงานเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัว “มีอยู่ช่วงหนึ่งตังค์เคยทำงานบริษัทนะ” “แต่มันไม่ค่อยมีอิสระทางด้านความคิดตังค์เลยลาออกค่ะ” “แต่รายได้มันไม่ค่อยแน่นอนนะคะ” วริศราบอกกับเขาเกี่ยวกับตัวเธอ “ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ครับ” เพราะรายได้ของเขาต่อเดือนก็มากพอสมควร แล้วอีกอย่างรายได้ของการเป็น นักเขียนต่อเดือนของเธอก็เยอะพอสมควรวริศราชอบทำงานอิสระถึงได้เลือกทำงาน เป็นนักเขียน เรื่องราวของนักเขียนกับหมอหนุ่มเธอคิดแล้วถึงกับยิ้มแล้วก็มองหน้าคุณ หมอหนุ่มสุดหล่อที่เธอหลงรักเขามาหลายปีแต่ในที่สุดเธอก็ได้เขามาครอบครอง หญิงสาวมองเขาแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ อดถามเธอไม่ได้ “ยิ้มอะไรครับ” “ก็ยิ้มที่มีแฟนหล่ออย่างเขื่อนไงคะ” หญิงสาวชมเขาจนคุณหมอสุดหล่อเขินจนหน้าแดง “คุณเขินด้วยเหรอคะ หน้าแดงเชียว” วริศราแกล้งแหย่เขาที่เห็นเขาเขินหน้าแดง เขายิ้มพร้อมกับรวบตัวของเธอเข้ามากอด แล้วก็จูบเธออย่างเร้าร้อนแล้วเขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออก “ถ้าเราอยู่ด้วยกันเสื้อผ้าไม่ต้องใส่ก็ได้มั่ง” แล้วเขาก็จัดหนักกับเธออีกรอบก่อนที่จะออกไปข้างนอก “เขื่อน” “หือ..ว่าไงจ๊ะ” “แวะซื้อของไปฝากแพตตี้ด้วยนะ” “ครับคุณเมีย” แล้วขุนเขื่อนก็หันมายิ้มหวานให้กับเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD