ขุนเขื่อนเดินออกจากห้องพร้อมกับผ้าเช็ดผมที่ยังไม่แห้งเขาเดินตรงมายังวริศราที่นอนเล่นอยู่บนโซฟาขุนเขื่อนนั่งลงข้างๆ
เธอมืออีกข้างหนึ่งยังใช้ผ้าเช็ดผมขยี้ผมที่เปียกหมาดๆ
“เขื่อน..ตังค์จะกลับแล้วนะตังค์ยังมีงานที่จะต้องทำต่อ”
เธอบอกกับหมอเขื่อนแต่ไม่ยอมมองหน้าเขา ภายในใจของเธอยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของหมอเขื่อนเลยด้วยช้ำ
ถึงเธอและเขาเป็นเพื่อนกันมาก่อนก็เถอะเธอไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเขาสักนิดเดียว
เสียงโทรศัพท์ของขุนเขื่อนดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวชะเง้อดูอย่างอยากรู้พร้อมกับหน้างอขึ้นมาทันที
“อันดา”
ขุนเขื่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายทั้งๆ ที่เขายังนั่งเบียดอยู่กับหญิงสาวที่ยังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา
“สวัสดีครับอันดา มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
เสียงหมอเขื่อนพูดกับหญิงสาวปลายสาย
สายตาของเขาชำเลืองมองกิริยาของหญิงสาวที่นอนเงียบๆ อยู่ข้างๆ เขาพร้อมกับยิ้ม
“อันดาโทรมาชวนเขื่อนไปดูหนังด้วยกันพรุ่งนี้ค่ะ”
เสียงหญิงสาวที่อยู่ปลายสายตอบกลับมา
“พรุ่งนี้เหรอดูก่อนนะว่าผมจะว่างหรือเปล่า”
ชายหนุ่มตอบกลับเชิงปฎิเสธอย่างสุภาพ
“งั้นอันดาจะรอนะคะเขื่อน”
สาวปลายสายตอบกลับอย่างมีความหวัง
“งั้นแค่นี้ก่อนนะอันดาผมมีงานทำต่อ สวัสดีครับ”
หมอเขื่อนรีบตัดบทพร้อมกับวางสายจากหญิงสาวทันที พร้อมกับหันมามองคนที่นอนอยู่ข้างๆ พร้อมกับยิ้มอย่างละมุน
แต่หญิงสาวกับหน้างอใส่เขาทำให้เขาถึงกับยิ้มที่มุมปากที่เธอแสดงความไม่พอใจออกมา
“ตังค์จะทานอะไรดีครับทานข้าวก่อนนะ”
“ไม่อ่ะ ตังค์จะรีบกลับหายมาทั้งวันทั้งคืน งานตังค์ก็ต้องทำนะ!”
เธอเสียงแหวใส่เขา
แต่ก็ยังไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี จนเขาคิดในใจว่าจับทำโทษก่อนไปส่งดีไหมเนี่ยชายหนุ่มโยนผ้าที่เขาเช็ดหัวทิ้งพร้อมกับก้มลงไปจูบเธออย่างหิว กระหายทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้เธอเขาอดใจไม่ไหวสักครั้งเดียวแต่หญิงสาวเอามือดันอกของเขาเอาไว้
“อื้อ..เขื่อนตังค์จะกลับแล้วค่ะ”
พร้อมกับเบือนหน้าหนีจมูกของเขาจนเขาต้องจำใจถอยห่างออกจากเธอเขาถอนหายใจแรงๆ ออกมาเพื่อดึงสติของตัวเอง
เขาลุกเดินเข้าไปในห้องพร้อมทั้งหยิบกระเป๋าตังค์กับพวงกุณแจรถ แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าของหญิงสาว
“ไปเถอะ”
เขาฉุดมือให้เธอลุกขึ้นจากโซฟา
หญิงสาวลุกขึ้นเดินกลับไปหยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับโทรศัพท์แล้วเดินตามเขาออกไปจนทั้งคู่ขึ้นมานั่งบนรถ
“ตังค์เขื่อนขอไลน์หน่อยได้ไหม”
ชายหนุ่มขอไลน์ของหญิงสาวเอาไว้ติดต่อ ที่ผ่านมาเขาไม่สามารถติดต่อเธอได้เลยถ้าไม่เจอกันโดยบังเอิญป่านนี้เขาคงไม่เจอเธอเป็นแน่หญิงสาวจึงส่งโทรศัพท์ให้กับเขา
แสกนคิวอาร์โค๊ต
ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ของวริศรามาแสกนพร้อมกับหอมที่แก้มของเธอเบาๆ
หญิงสาวแอบยิ้มแล้วเขาก็กดเบอร์ของเขาที่โทรศัพท์ของเธอเขาได้ทั้งเบอร์ทั้งไลน์แล้ว
ชายหนุ่มขับรถมาส่งหญิงสาวที่คอนโดของเธอชายหนุ่มออดอ้อนเธออนุญาตให้เขาขึ้น
ไปบนห้องของเธอด้วย แต่เธอปฏิเสธเพราะเธอกลัวว่าเขาจะไม่ยอมกลับ
“งั้นเขื่อนกลับก่อนนะครับ”
พร้อมกับก้มลงจู๊บที่ริมฝืปากเธอเบาๆ
หญิงสาว
เขินจนหน้าแดงแล้วเธอก็รีบเปิดประตูรถไป
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเธออายจนหน้าแดง เขาขับรถออกจากคอนโดของหญิงสาว
เขากลับมายังที่ห้องของตัวเองชายหนุ่มล้มตัวลงนอลงบนโซฟาตัวโปรด
เขานอนลงแล้วก็ยิ้มนึกถึงเรื่องราวของเธอกับเขาเมื่อคืนนี้
“พอเป็นงานแล้วร้อนแรงไม่เบาเลยนะ”
แล้วเขาก็ยิ้มชายหนุ่มคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเขาเผลอหลับที่โซฟาจนถึงรุ่งเช้า
ชายหนุ่มตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของเขา ชายหนุ่มเดินงัวเงียเข้าห้องน้ำไป
ขุนเขื่อนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็ขับรถออกไปทำงานที่
โรงพยายาบาลวันนี้หมออันดามานั่งรอเขาอยู่ที่ห้องพักแพทย์
หญิงสาวเช็คตารางงานของหมอเขื่อนว่าวันนี้ไม่มีเคสผ่าตัดเขาจะว่างไปดูหนังกับเธอได้แน่นอนหลังจากที่ลงเวร
“สวัสดีครับอันดา”
ชายหนุ่มเอ่ยทักทายหมออันดาที่นั่งอยู่ในห้องพักแพทย์
“สวัสดีค่ะเขื่อนวันนี้เขื่อนไม่มีเคสผ่าตัดนะคะ”
หญิงสาวพูดแล้วก็ยิ้มอย่างมีความหวัง
“วันนี้เราไปดูหนังด้วยกันนะคะเขื่อน”
ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้กับหญิงสาวพลางคิดในใจ
“ไอ้หมอรุจไอ้หมอไมค์เมื่อไหร่มันจะมากันสักที่ว่ะ”
สักพักทั้งสองหนุ่มก็ผลักประตูห้องพักเขามาทำให้หมอเขื่อนโลงใจทันที่
“เอ้า!หมออันดาไงมาอยู่ที่นี้ได้ละครับ”
หมอรุจทักทายหมออันดา
“สวัสดีดีค่ะหมอรุจหมอไมค์”
“เอ้า!ไอ้หมอเขื่อนกาแฟของแก”
หมอรุจยื่นแก้วกาแฟให้กับหมอเขื่อน
หลังจากที่พวกเขาคุยกันอยู่สักพักต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง
ก่อนที่จะออกไปทำงานหมออันดาทิ้งท้ายเอาไว้ว่าอย่าลืมนัดเย็นนี้
ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างอึดอัดพร้อมกับมองหน้าหมอรุจกับหมอไมค์ ทั้งสองหนุ่มรู้ชะตากรมของตัวเองดี
ว่าเย็นนี้เขาทั้งคู่ต้องไปเป็นไม้กันหมาให้กับหมอเขื่อนอย่างแน่นอน
หลังจากลงเวรทั้งสามหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งรอหมออันดาแล้วไปดูหนังด้วยกัน
ช่วงนี้หมอเขื่อนยุ่งมากมีเคสด่วนเข้ามาหลายเคสทำให้เขาได้แค่ส่งไลน์ไปหาวริศราข้อความสั้นๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกนอยด์
ที่หมอเขื่อนไม่สนใจเธอสักเท่าไหร่หญิงสาวอ่านแล้วไม่ยอมตอบข้อความของเขาเธอคิดว่าหมอเขื่อนไม่ได้รู้อะไรกับเธอเหมือนกับหลายปีที่ผ่านมาหรือเขาอาจจะมีคนที่เขาชอบอยู่แล้วผู้หญิงที่ชื่ออันดาอะไรนั้นก็สวยมากแล้วเขาจะมาสนใจอะไรกับคนอย่างเธอ หญิงสาวยิ่งคิดยิ่งนอยด์ไปใหญ่
“ฮึ!โทรก็ไม่ยอมโทร”
หญิงสาวได้แต่บ่นพึมพำแล้วก็มองไปยังโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ
“จ้อกๆ”
เสียงท้องของหญิงสาวร้องหญิงสาวเอามือลูบที่หน้าท้องอันแบนราบของตัวเองเธอเป็นนักเขียนนอนดึกกินไม่ค่อยเป็นเวลานี่ก็ปาเข้าไปเกื่อบห้าทุ่มแล้วเธอยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลย หญิงสาวเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์
พร้อมกับเสื้อคลุมสีดำสวมทับตัวแล้วเดินออกจากห้องไปเธอกดลิฟต์ลงมายังชั้นล่างของคอนโด
วริศราเดินไปยังร้านบะหมี่เจ้าประจำตรงข้ามกับคอนโด
“พี่ตี๋ขอบะหมี่แห้งพิเศษห่อหนึ่งค่ะ”
หญิงสาวสั่งบะหมี่กับเจ้าของร้านที่เธอคุ้นเคยดี
“ได้ๆ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ”
เสียงพี่ตี๋เจ้าของร้านรับออเดอร์จากหญิงสาวเธอนั่งรอบะหมี่อยู่สักพักฝนตกลงมาปร่อยๆ เธอวิ่งไปหลบฝนที่ร่มร้านบะหมี่
“บะหมี่ได้แล้วครับ”
พี่ตี๋ส่งห่อบะหมี่ให้กับหญิงสาวเธอส่งเงินค่าบะหมี่ให้กับเจ้าของร้านพร้อมกับรีบวิ่งตากฝนที่กำลังตกกลับไปยังคอนโดของเธอเมื่อ
เธอขึ้นมาถึงบนห้องร่างกายของเธอเปียก
โชกไปทั้งตัว เธอรีบเอาผ้ามาเช็ดผมยาว
สลวยที่เปียกชื้นหลังจากที่เธอจัดการกับ
เสื้อผ้าตัวเองแล้วเธอมานั่งทานบะหมี่แล้ว
นั่งเขียนนิยายของเธอต่อ จนดึกหญิงสาว
เองก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเขียนงานให้ออกมา
ดีสักเท่าไหร่นัก เพราะในใจของวริศราเฝ้า
คิดถึงแต่หน้าของหมอเขื่อนช่วงนี้เธอไม่
ค่อยมีสมาธิกับงานของเธอสักเท่าไหร่
เขียนผิดเขียนถูกเธอต้องแก้งานของเธออยู่บ่อยครั้ง
“เฮ้อ!ต้องพักงานสักพักแล้วมั่งยายตังค์”
แล้วเธอเอื้อมมือไปปิดโน๊ตบุ๊ค แล้วเธอก็เผลอหลับไป