หญิงสาวเดินเช็ดผมที่เปียกมาดๆออกมาจากห้องนอน
เธอได้ยินเสียงตะกุกตะกักอยู่ในห้องครัวของเธอ หญิงสาวถึงกับยิ้มออกมา
แม่คงเตรียมทำอาหารสำหรับเย็นนี้แล้วล่ะ
เธอเดินเลยเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่ในครัวหญิงสาวกอดผู้เป็นแม่
พร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่
“ไปเป่าผมให้แห้งก่อนสิลูก แล้วค่อยออกมาทานราดหน้า”
หญิงสาวมองไปยังโต๊ะอาหารมีของที่เธอชอบใส่จานไว้หลายอย่าง
แม่หยิบผ้าเช็ดผมจากมือของเธอมาแล้วเช็ดผมที่ยังเปียกมาดๆให้อย่างเบามือ
“ไปเป่าผมเถอะ”
สายตาผู้เป็นแม่มองลูกสาวอย่างเอ็นดู
ทุกๆอาทิตย์แม่ของสตางค์จะซื้อผักผลไม้
มาใส่ตู้เย็นไว้ให้ลูกสาวทั้งขนมมาตุนไว้ให้เธอแม่รู้ว่าเธอไม่ชอบออกไปไหนมา
ไหนบ่อยๆ
“ลูกสาวแม่เนี่ยทานข้าวบ้างหรือเปล่า”
ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ถามขึ้นมา ของที่แม่ซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ให้เนี่ย
ต้องมาเก็บทิ้งทุกอาทิตย์เลย ตัวเธอก็เล็กนิดเดียวไม่ยอมโตสักที
หญิงสาวเป่าผมจนแห้งแล้ววริศราเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารที่แม่เตรียมเอาไว้ให้
ผู้เป็นแม่มองลูกสาวเห็นลูกสาวเงียบผิดปกติ ดูไม่สดใสเหมือนทุกครั้งที่เจอ
“เป็นอะไรหรือเปล่าลูกหน้าดูเหนื่อยๆ”
“เหนื่อยก็พักบ้างนะลูก ไม่ต้องเร่งเขียนนักหรอก”
“เราเป็นนักเขียนถ้าร่างกายเราไม่พร้อมก็พักซะ แล้วค่อยเขียนต่อ”
ผู้เป็นแม่เดินมาลูบหัวลูกสาวอย่างเบามือ
“ตังค์เขียนใกล้จบแล้วละค่ะแม่”
หญิงสาวบอก
“ถ้าไม่ไหวก็พักสักอาทิตย์สิลูก”
หญิงสาวมองผู้เป็นแม่แล้วก็ยิ้มแห้งๆนั่งทานราดหน้าเธอก็เหม่อลอยเขี่ยอาหาร
ในจานไปมาเหมือนคนทานอะไรไม่ลงจนผู้เป็นแม่แปลกใจ
ที่ลูกสาวคนเดียวของเธอไม่ร่าเริงเหมือนก่อน
“ไม่อร่อยเหรอลูก แม่ไม่เห็นหนูทานเลย”
“ตังค์ไม่ค่อยหิวค่ะ”
หญิงสาวตอบผู้เป็นแม่สั้นๆแล้วก็ก้มหน้ามองอาหารที่อยู่ในจานเขี่ยไปเขี่ยมา
เหมือนเดิมหลังจากที่ทานมื้อเย็นกันเสร็จแล้วแม่จัดของเข้าตู้เย็นให้
หญิงสาวนอนเล่นอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกแม่เดินเข้ามาใกล้ๆ
ยื่นมือไปอังที่หน้าผากของลูกสาวกลัวว่าเธอจะไม่สบาย
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา”
ผู้เป็นแม่บ่น
“งั้นแม่กลับแล้วนะลูกเดี๋ยวต้องไปทำงานต่อให้เสร็จ”
“ค่ะแม่”
แล้วเธอก็หลับตาลงหญิงสาวเฝ้าคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืนที่ผ่านมา
เธอควรจะหลบหน้าเขาซะไม่ต้องเจอกันอีก
ทางด้านขุนเขื่อนตั้งแต่มาถึงห้องของหมอรุจเขาก็ดื่มเอาดื่มเอา
ไม่ยอมพูดยอมจาจนหมอรุจอดที่จะถามไม่ได้
ชายหนุ่มทำตัวเหมือนคนอกหัก
“ไอ้หมอเขื่อนแกเป็นอะไรวะ! อกหักมาหรือไงมาถึงก็ดื่มเอาดื่มเอา“
“อกหักบ้าไรวะ! คนอย่างฉันเนี่ยนะอกหัก”
“เอ้า!ใครจะไปรู้ละวะ! มาถึงแกก็ดื่มเอาดื่มเอา”
“แกเป็นอะไรวะไหนเล่ามาสิ”
หมอรุจคะยั้นคะยอถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากปากขุนเขื่อน
ชายหนุ่มนั่งดื่มอยู่สักพักจึงขอตัวกลับพรุ่งนี้เช้าเขาต้องเข้าเวรเช้า
ขุนเขื่อนเดินเข้ามายังห้องนอนของเขา
บนเตียงยังมีร่องรอยคราบน้ำรักและคราบเลือดจางๆเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน
ชายหนุ่มยื่นมองแล้วหวนคิดถึงค่ำคื่นอันแสนหวานระหว่าง
เขากับเธอ เขายิ้มที่มุมปากแววตาเป็นประกาย
ขุนเขื่อนเดินเข้ามารื้อผ้าปูที่นอนออกเขาจัดการปูผ้าผื่นใหม่แทนทันที
เขาจัดการซักผ้าปูผืนเมื่อคืน หลังจากที่จัดการผ้าปูที่นอนเสร็จ
ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนเขาหวนคิดถึงแต่เรื่องของเธอกับเขาจนเขาไม่สามารถข่มตาหลับลงได้
ชายหนุ่มนอนพลิกตัวไปมาขุนเขื่อนคิดว่าเขาจะทำยังดีนะที่จะได้เจอเธออีกครั้ง
กว่าเขาจะข่มหลับตาได้ก็เกือบรุ่งเช้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนๆหัว
ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบไปทำงาน
ขุนเขื่อนเดินเข้าไปยังห้องพักแพทย์ด้วยสีหน้าไม่สดชื่นสักเท่าไหร่
หมอรุจกับหมอไมค์ที่นั่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว
เห็นหมอเขื่อนเปิดประตูห้องพักเข้ามาด้วยสีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ช่วงนี้เขานอนไม่ค่อยหลับเฝ้าคิดถึงแต่คนตัวเล็ก
นี่เขาไม่เจอเธอเดือนหนึ่งแล้วสินะ
“ไงหมอเขื่อนนอนไม่หลับหรือไงเมื่อคืน”
“ขอบตาดำยังกะหมีแพนด้าเลยนะหมอเขื่อน”
หมอรุจแซวที่เห็นขอบตาคล้ำๆของหมอเขื่อน
ชายหนุ่มไม่ตอบเดินเลยไปยังโต๊ะกาแฟ ชายหนุ่มชงกาแฟดำมานั่งจิบที่โต๊ะของตัวเอง
ชายหนุ่มชายตามองหมอหนุ่มทั้งสองที่จ้องมามาทางเขา
“มองไรวะ!”
หมอเขื่อนหันไปถามเพื่อนอย่างแปลกใจที่ทั้งสองหนุ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“เปล้า!ใครๆมองแกวะ!”
ทั้งสองหนุ่มทำหน้าเลิ่กลั่กแกล้งมองไปทางอื่นขุนเขื่อนชี้มาทางหมอทั้งสองคน
“ก็แกทั้งสองคนนั้นแหละ มองอะไรวะ!ฉันมีอะไรแปลกรึไง”
ถามพลางยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อให้สดชื่นสักหน่อย
“แกมีตรวจคนไข้กี่โมงวะ”
หมอรุจหันมาทางหมอเขื่อน
“ตรวจคนไข้แปดโมงว่ะ”
หมอเขื่อนตอบ
“งั้นวันนี้ออกเวรแล้วเราออกไปหาอะไรดื่มกันดีไหม”
หมอไมค์ชวนหมอเขื่อนกับหมอรุจพวกเขาไม่ค่อยได้ออกไปดื่มด้วยกันนานพอสมควร
เวรของแต่ละคนไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่
“เอ่อก็ดีเหมือนกันว่ะแกว่าไงเขื่อน”
หมอรุจหันมาถามความคิดเห็นจาก
หมอเขื่อนที่ยังทำหน้าเซ็งๆอยู่ข้างๆเขา
“ก็ดีว่ะ ไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตานานแล้ว"หมอเขื่อนตอบ
หลังจากทั้งสามหนุ่มลงเวรแล้วจึงนัดเจอกันที่ผับ
ที่ทั้งสามหนุ่มไปเป็นประจำหลังจากที่ต่างคนต่างกลับห้องไปจัดการทำธุระส่วนตัว
เสร็จแล้วทั้งสามหนุ่มก็มาเจอกันที่ผับ ขุนเขื่อนขับรถมาจอที่ลานจอดรถหน้าผับ
เด็กรับรถวิ่งเข้ามาโบกรถให้กับชายหนุ่ม เขาเปิดประตูลงมาจากรถคนหรูของเขา
“สวัสดีครับ คุณหายไปนานเลยนะครับ”
เด็กหนุ่มที่โบกรถให้กับเขาเดินเข้ามาทักทาย
“มีสาวๆถามหาคุณหลายคนเลยนะครับ”
เด็กหนุ่มที่คุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดีบอกกับเขาว่าสาวๆ
ที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วยถามหาเขา
แต่ก็อย่างว่าแหละนะสาวๆพวกนั้นแค่รักสนุกไม่มีข้อผูกมัดกันอยู่แล้ว
ขุนเขื่อนได้แค่ยิ้มให้กับเด็กหนุ่มพร้อมกับยื่นแบ็งค์สีแดงให้แล้วเขาก็เดินเข้าผับ
จบตอนนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ขอกำลังใจ ให้กับไรท์ นักเขียนหน้าใหม่ด้วยนะค่ะ
แล้วจะรีบมาอัพตอนต่อไปให้เร็วๆนะคะ