Ep. 3 ถึงปากจะดีแต่ใจบาง

1424 Words
“บอกว่าไม่ต้องมารับก็ได้…” เสียงบ่นเบา ๆ ของ ลลิลดา ดังขึ้นขณะที่ก้าวออกจากลิฟต์กระจกหน้าบริษัท ใบหน้าเรียวซ่อนความเขินไว้ภายใต้สีหน้าที่แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่จริง ๆ ข้างในหัวใจกำลังเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ภาพของ โอม ที่ยืนพิงรถยนต์ส่วนบุคคลสีดำอยู่ตรงหน้าทางออกบริษัท สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนธรรมดา ๆ แต่กลับดูเท่จนใครผ่านไปมาก็ต้องเหลียวมอง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนสปอตไลต์สาดใส่กลางวันแสก ๆ โอมไม่ใช้ผู้ชายที่แต่งตัวจัดจ้านหรือหรูหราอะไรเลย แทบจะดูธรรมดา ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความนิ่งสุขุม ความสูงที่มากถึงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนฯ รูปร่างดีฉบับครูสอนว่ายน้ำที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ความคูลแบบธรรมชาติของเขานั่นแหละ…เป็นเสน่ห์ที่ไม่ต้องพยายาม เขาโบกมือเรียกฉันเบา ๆ แล้วเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ “มานี่ดิ เมีย~” “อย่าเรียกแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ไหม!” เธอขมวดคิ้วใส่ทันที แม้เสียงจะไม่ได้ดังมากนัก แต่แววตาหงุดหงิดมีเต็มร้อย “ก็เมียโอมจริง ๆ นี่” เขายิ้มขี้เล่น ใบหน้าเรียบนิ่งนิด ๆ แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นมุมหนึ่ง ยิ้มแบบที่ฉันแพ้เขาไปทุกที “ไม่ใช่!” ลลิลตอบกลับทันที แล้วรีบเดินขึ้นรถไปนั่งประจำตำแหน่งตุ๊กตาหน้ารถตัวโปรดโดยไม่หันมองหน้าเขาอีก โอมหัวเราะเบา ๆ “โอเค…ยังไม่ใช่ตอนนี้ก็ได้” “อย่ามาพูดแบบนี้นะ!” “พูดอะไร โอมพูดความจริงผิดตรงไหน” “ความจริงบ้าอะไรของนาย!” “ความจริงที่โอมจะจีบให้ลลิลเป็นเมียจริง ๆ ยังไงล่ะ” “โอม!” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงเข้มปนหงุดหงิด แต่เขากลับทำท่ายียวน ไม่สนใจกับสิ่งที่ลลิลพูด ไม่ใช่เพราะชอบกวนประสาท…แต่เพราะเขาชอบตอนลลิล หน้าแดงตอนโมโหแบบนี้ที่สุด หลังจากรถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน เสียงเพลงเบา ๆ ในรถก็คลอไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ยามเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินส่องแสงทอประกายให้ท้องฟ้าสีส้มอบอุ่นสะท้อนบนแก้มของเธอ “วันนี้เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเรียบ “ปกติ” ลลิลตอบสั้น ๆ สายตาไม่ละจากวิวข้างทางในยามเย็น “ปกติของลลิลนี่คือดีหรือแย่ล่ะ” “ก็ปกติไง” “แปลว่าเหนื่อย” เขาพูดเสริมเองด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ฉันเงียบไปสักพัก “ไม่เหนื่อยหรอก” “โกหกไม่เนียนเลย” สารถีคนหล่อหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ “รู้ได้ไง” “ก็รู้จักเมียตัวเองดีไง” เขาตอบหน้าตายแบบเดิมเป๊ะ “โอม!” ลลิลขึ้นเสียงทันที “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกแบบนั้น!” “โอเค ไม่เรียกแล้ว” เขายักไหล่ “ดีมาก” “เรียกว่าเมียในใจแทนละกัน” “โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!” ฉันอยากจะคว้าขวดน้ำขว้างหน้าไอ้หนุ่มเจ่าเล่ห์ให้รู้แล้วรู้รอด เขาหัวเราะอย่างสะใจ “เธอนี่นะ ดุจริง ๆ” “นายเองก็ปากหมาเถอะ” “แต่ใจลลิลบาง” เขากระซิบเบา ๆ “พูดอะไรของนายเนี่ย!” ฉันรีบเบือนหน้าหนี เพราะรู้ว่าที่เขาพูดไม่มีตรงไหนที่ผิดเลย รถยนตร์ส่วนบุคคลเคลื่อนมาจาดก่อนเสียงเครื่องยนตร์จะดับลงที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทาง ไม่ใช่ร้านหรูหรา ไม่ใช่ร้านโรแมนติก แต่เป็นร้านโปรดของลลิลดา ที่เขาจำได้แม่นว่าครั้งแรกที่ลลิลพาเขามากิน ลลิลหัวเราะจนแก้มแดงเพราะโอมซดน้ำซุปเผ็ดจัดจนน้ำมูกไหล “มานี่” เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เหมือนเดิม “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย” “แบบไหน” “แบบที่เปิดประตูรถให้ทุกครั้งน่ะ” “ก็อยากทำ” “ไม่ต้องทำก็ได้ ลลิลเปิดเองได้” “แต่โอมอยากเป็นคนเดียวที่ได้เปิดให้” เขาตอบนิ่ง ๆ ตามสไตล์ผู้ชายคูล ฉันสะอึก… ใบหน้าร้อนผ่าวอีกแล้ว นี่มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ปากฉันแข็ง ดุ กวนกลับทุกคำ…แต่ใจฉันกลับ ละลายทุกครั้งที่เขายิ้มแบบนั้น “ไปกินข้าวได้แล้ว” คนตัวเล็กพูดตัดบท ก่อนเดินหนีเข้าไปในร้าน “ครับ เมีย~” เขาตะโกนเบา ๆ ตามหลังจนฉันหน้าแดงเถือก บรรยากาศในร้านอาหารคึกคักพอสมควร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนใช้เวลากับครอบครัว บ้างก็คุยธุรกิจ บ้างก็เป็นการสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อน ทั้งสองนั่งอยู่มุมในที่ไม่ค่อยมีคน เสียงช้อนส้อมกระทบจานดังเป็นระยะ ๆ ลลิลตักข้าวเข้าปากโดยไม่เอ่ยอะไร ส่วนเขาก็เอาแต่นั่งมอง… มองแบบไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว “เลิกมองได้แล้ว” ลลิลพูดเสียงเบา “ทำไมล่ะ” “รำคาญ” “งั้นโอมมองแป๊บ ๆ ก็ได้” เขายักคิ้ว “โอม!!” ฉันเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะดุ แต่แล้ว…เขาก็ยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีคำพูดอะไรพ่วงมา แต่กลับทำให้หัวใจฉันเต้นโครมครามแบบไม่ทันตั้งตัว นี่มันไม่แฟร์เลย… เขารู้ว่าฉันแพ้รอยยิ้มเขาแบบนี้ทุกครั้ง “หุบยิ้มเดี๋ยวนี้” ฉันพยายามทำเสียงเข้ม “ทำไมต้องหุบ” “เพราะมันน่าหมั่นไส้!” “แต่เธอก็หน้าแดง” “ไม่ได้แดง!” “แดง” “ไม่ได้แดง!!” “แดงแน่ ๆ” เขาหัวเราะเสียงเบา มองหน้าคนตัวเล็กแบบที่รู้ว่าเธอกำลังสติแตกข้างในแทบอยากจะกรี๊ดออกมา “ลลิล…” “อะไรอีก” “เธอน่ารักว่ะ” ประโยคเดียว…เหมือนเสียงทุกอย่างในร้านเงียบลงไปชั่วขณะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาชายหนุ่มหน้าคมยังนิ่ง ๆ เหมือนเดิมแต่เปล่งประกายความอบอุ่นบางอย่าง รอยยิ้มบางนั้น… ไม่ใช่แบบกวนตีนเหมือนทุกที แต่มันจริงจังมากพอจะทำให้หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ “พูดอะไรของนาย…” ลลิลพยายามเบือนสายตา “พูดความจริง” เขาตอบเรียบ ๆ “หยุดพูดแบบนี้ได้ไหม” “ไม่หยุด” “โอม…” เขาเท้าแขนกับโต๊ะแล้วเอนตัวเข้ามาใกล้ลลิลอย่างจงใจ “ก็โอมชอบพูดตรง ๆ” “นายมันปากดี” “แต่ใจจริง” ฉันสะอึกอีกครั้ง คำพูดของเขามันไม่ได้หวานเวอร์ แต่มันมีน้ำหนัก หนักพอจะทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นไหวโดยไม่ต้องมีดอกไม้หรือแหวนเพชรเม็ดโต “กินข้าวไป อย่ามาพูดอะไรเพี้ยน ๆ” ลลิลพูดกลบเกลื่อน “เพี้ยนตรงไหน ก็พูดกับคนที่โอมชอบ” “ฉันไม่ได้ชอบนาย” ลลิลดารีบพูดเสียงแข็งสวนทันที ทั้งที่หัวใจเธอเต้นแรงราวกับโกหกตัวเอง “โอมก็ไม่ได้บังคับให้ลลิลชอบ” เขายิ้มมุมปากอีกครั้ง “แต่โอมก็จะจีบต่ออยู่ดี” “คนอย่างนายเนี่ยนะ จะจีบใครจริงจัง?” “คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไง” ฉิบหายแล้ว… ใจเต้นแรงอีกแล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งคู่เดินออกมาหน้าร้าน ลมเย็น ๆ พัดผ่านกระทบใบหน้าอย่างแผ่วเบา หนุ่มร่างกำยำเดินเอามือล้วงกระเป๋า ส่วนเธอกอดกระเป๋าถือแน่นหวังจะควบคุมหัวใจตัวเองที่เต้นถี่ระรัวราวกลองศึก “ทำไมต้องเดินข้างฉันด้วย” “ก็โอมอยากเดินข้างลลิล” “อย่ามาอ้อนนะ” “ไม่ได้อ้อน” เขายิ้ม “แต่ถ้าอ้อนแล้วลลิลใจอ่อนก็ถือว่าเวิร์ก” “โอม!” ร่างบางหันไปจะดุ แต่เขาก็ยิ้มอีกแล้ว… รอยยิ้มที่แสนจะยียวนกวนประสาท แต่กลับทำให้แข้งขาฉันอ่อนแรงทุกที ขณะที่เครื่องยนต์กำลังแล่นไปบนท้องถนน เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เปิดเพลงคลอเบา ๆ แล้วปล่อยให้เสียงดนตรีสบาย ๆ ปกคลุม ลลิลแอบเหลือบมองหน้าคนขับรถสุดหล่อ แล้วรีบเบือนสายตากลับเหมือนถูกจับได้ “เลิกยิ้มแบบนั้นสักทีได้ไหม…มันใจเต้น” ลลิลบ่นในใจ โอมไม่ได้พูดอะไร แต่เหมือนรู้ว่าคนสวยข้าง ๆ กำลังมอง ก่อนเขาจะหันใบหน้าหล่อ ๆ นั้นมาช้า ๆ แล้ว ใช่… ยิ้มอีกแล้ว “โอม!” ลลิลร้องเบา ๆ อย่างหงุดหงิดปนเขิน เขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจ “ลลิลจะปากดีแค่ไหน โอมก็รู้ว่าใจลลิลบางนิดเดียว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD