Ep. 7 ทนหน่อยทูนหัว (2)

1870 Words
บรรยากาศภายในร้านช่วงหัวค่ำค่อนข้างเงียบ ครืด ครืดเสียงเครื่องบดกาแฟดังเป็นจังหวะ รันนั่งรออยู่แล้ว เขาเลือกโต๊ะมุมข้างในสุด เขารูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด ดวงตาเรียบนิ่ง แบบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ของความสบายใจสำหรับเธอ “ลลิล” เขาลุกขึ้นยืน ยิ้มบาง “ขอบคุณที่มานะ นั่งก่อนสิ” “ค่ะ” ร่างเล็กนั่งลงตรงข้าม พลางวางกระเป๋า “เรื่องงาน สรุปเลยได้ไหมคะ ลลิลมีเวลาไม่มาก” รันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พยักหน้าเข้าเรื่องอย่างคนอ่านเกมเก่ง “สำนักพิมพ์อยากทำโพรเจกต์รวมเรื่องสั้นนักเขียนรุ่นใหม่ พอคิดถึงสายเขียนแนวอบอุ่นติดดรามานิด ๆ ก็เลย…นึกถึงเธอ” คำชมไม่ได้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนเมื่อก่อน แค่รู้สึกขอบคุณ “ขอบคุณนะคะ” เขายื่นแฟลชไดร์ฟอันเล็กให้ “รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในโฟลเดอร์นะ ถ้าสนใจ เรามีนัดบรีฟสัปดาห์หน้า” “ลลิลอ่านแล้วจะตอบอีกทีนะคะ” เธอหยิบแฟลชไดร์ฟมาเก็บลงกระเป๋า ก่อนค้อมศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณที่ไว้ใจในงานของลลิลนะคะ” รันมองใบหน้าสวยหวานสองสามวินาที สุดท้ายก็หลุดคำถามที่เหมือนเก็บมาเนิ่นนาน “เขาดีกับลลิลไหม” ลลิลเงยหน้า ไม่หลบ “ดีในแบบของเขา” “เขาติดเกม” น้ำเสียงรันไม่ได้ประชด แค่บอกข้อเท็จจริง “โอมยังจำได้ว่าลลิลไม่ชอบการรอคอย” “ลลิลก็ยังไม่ชอบ” เธอยอมรับ “แต่เรากำลังเรียนรู้กันอยู่” รันยิ้มจาง ๆ คล้ายกำลังฝืนรับฟัง “ถ้าวันไหนเขาทำให้ลลิลเสียใจ-” “ลลิลเสียใจเอง ก็หายเองได้ค่ะ” เธอตัดบทนุ่มนวล “รัน…เราโตขึ้นแล้วเนอะ เรารู้ว่ารักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีพื้นที่ให้คนสองคนยืนอยู่ด้วยกันอย่างพอดี” เขานิ่งไป ก่อนพยักหน้า “ขอให้ลลิลมีความสุขนะ” “ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มจริงใจ “และถ้าโพรเจกต์นี้เวิร์ก เราเป็นพาร์ตเนอร์งานที่ดีต่อกันได้” เมื่อการคุยเรื่องงานจบเรียบร้อย เธอก็ลุกขึ้น “ลลิลขอตัวก่อนนะคะ” “ให้ไปส่งไหม” เขาถามตามมารยาท “ไม่เป็นไรค่ะ มีคนรออยู่ที่บ้าน” เธอตอบโดยไม่เขินที่จะบอก คอนโดมิเนียม ติ๊ง ลิฟต์คอนโดมิเนียมเปิดออกในเวลาเกือบสองทุ่มครึ่ง ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดสลัว ๆ โอมอยู่ในครัว พยายามถอดฝาเครื่องปิ้งขนมปังอย่างมุ่งมั่นราวแก้ปริศนาโลกแตก “นายทำอะไร” ลลิลหัวเราะ “ภารกิจชดใช้ภาคสาม: ขนมปังกระเทียมเนยชีส แต่เครื่องมันดื้ออะ” เขาเงยหน้า พอเห็นเธอ มือหนาก็วางทิ้งอุปกรณ์ทุกอย่างลงทันที “เป็นไง ยิ้มไหม” “ยิ้มสิ” เธอตอบตรง ๆ “งานน่าสนใจดี” “ดีแล้ว” เขาพยักหน้า “แต่ถ้าเขา-” “เราเป็นแค่พาร์ตเนอร์งานกันเท่านั้น” เธอพูดก่อนที่เขาจะได้จบประโยค “ไม่ใช่พาร์ตเนอร์หัวใจ” โอมยิ้มกว้าง คราวนี้เป็นร้อยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจริงใจไม่มีกวน “ขอบคุณที่บอกนะ” ลลิลถอดรองเท้า วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม “นายอยากรู้ไหม ทำไมคำว่า ทนหน่อยทูนหัว ถึงทำให้ฉันไม่โกรธเท่าคำว่า แป๊บเดียว” เขาเกาหัวแกรก ๆ “เพราะมันหวานกว่า?” “เพราะมันเหมือนนายกำลังพูดกับฉัน ไม่ใช่กำลังพูดกับเวลา” เธอพูดช้า ๆ “คำว่า ‘แป๊บเดียว’ ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่สำคัญ แต่คำว่า ‘ทนหน่อยทูนหัว’ …มันเหมือนนายกำลังวางมือหนา ๆ ที่แผ่ไออุ่นลงบนหัวฉันเบา ๆ แล้วบอกว่า ฉันเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้นะ ขอเวลาฉันจัดการอะไรสักอย่างแค่เดี๋ยวเดียว แล้วฉันจะกลับมาหาเธอ” โอมยืนชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมที่มักเรียบนิ่งเกิดสั่นไหวเบา ๆ เขายกมือเกาท้ายทอยด้วยท่าทีเงอะงะเหมือนคนไม่ถนัดจัดการความรู้สึก “จริง ๆ โอมโตมากับคำว่า ‘ทนหน่อย’ จากพ่อ แบบที่ไม่ได้อ่อนโยนเท่าไร พอพูดกับลลิล…โอมเลยเติม ‘ทูนหัว’ ใส่ไปเอง คงหวังว่ามันจะไม่บาดใจ” “มันไม่ได้บาด” เธอส่ายหน้าเบา ๆ “มันทำให้ใจอ่อน” เขาหลุดหัวเราะ “งั้นจากนี้ ถ้าโอมต้องขอเวลา…โอมจะขอแบบเห็นลลิล ไม่ใช่เห็นแต่เกม” ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาใกล้ “แต่ก่อนจะขออะไร คืนนี้โอมเป็นของลลิลเต็มเวลา” ลลิลเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เพราะเสียงหัวใจเต้นระรัวราวกลองศึกจนเกรงว่าเขาจะได้ยิน “อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ” “พูดความจริงไง” เขาก้มลงจนหน้าผากแตะหน้าผากเธอ “ทนหน่อยทูนหัว…ผัวจะกอด” “โอม!” เธอผลักอกเขาเบา ๆ แล้วหัวเราะคิกระคนเขินอาย “ไปล้างมือก่อน กลิ่นเนยทั้งมือแล้วนั่น” “รับคำสั่งครับบอสใหญ่” เขารีบวิ่งไปเปิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างมือ แล้วรีบชำระล้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับมาเช็ดกับผ้าแล้วแบมือให้ดู “สะอาดแล้ว ขอสิทธิ์กอดหนึ่งครั้ง” ลลิลยืนกอดอก “แล้วถ้าลลิลให้สองครั้งล่ะ” “โอมจะเก็บแต้มวันนี้เพิ่ม” เขายิ้มกว้าง แบบที่มีแต่ความสุขเต็มไปหมด ลลิลส่ายหัว พลางขยับเข้าไปแนบอกแฟนหนุ่มอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันตั้งตัว กลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ กับไออุ่นจากอกแกร่งของเขาล้อมเธอไว้ “ขอบคุณที่พยายามนะ โอม” “โอมยังพยายามได้มากกว่านี้นะ” เจ้าของแขนแกร่งกอดตอบแน่นขึ้น “และโอมอยากทำ ไม่ใช่เพราะกลัวโทษล้างจานหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง…แต่เพราะโอมอยากเป็นที่พักใจให้ลลิลเหมือนที่เกมเคยเป็นที่พักใจให้โอม” ลลิลหลับตา วางแก้มกับอกแฟนหนุ่ม “โอเค ดีล” ก๊อกน้ำหยด ติ๋ง ติ๋ง อยู่ไกล ๆ มีเพียงความเงียบอุ่น ๆ เข้าปกคลุมทั้งห้องนั่งเล่น กระทั่งเสียงท้องไส้ของใครสักคนร้อง ครืด เธอสะดุ้ง “ขำอะไร!” “ท้องคนสวยร้องไง” เขายกมือยอมแพ้ “ภารกิจขนมปังกระเทียมเนยชีสต้องเดินต่อ” “อย่าทำครัวเละนะ ลลิลเพิ่งเช็ดเมื่อวาน” “รับทราบครับ ทนหน่อยหิวนะทูนหัว” เขากะพริบตาข้างหนึ่งอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปจัดการเครื่องปิ้งต่อ ร่างบางยืนพิงเคาน์เตอร์คอยดูเขาทำงานเหมือนดูโชว์ส่วนตัว ไม่นาน กลิ่นกระเทียมและชีสยืดก็ลอยคลุ้งทั่วห้อง โอมตักขึ้นวางในจาน เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปใสที่ใช้ซุปก้อนแบบสำเร็จรูปแต่ทำท่าอย่างภาคภูมิใจ “เมนูทูนหัวดีไลต์” “ตั้งชื่อเองเหรอ” เธอหัวเราะคิกคัก “อืม… ชื่อนี้ต้องห้ามกินคนเดียว ต้องมี ทูนหัว นั่งตรงข้าม” “โอเค ให้ผ่านหนึ่งคำ” เธอกัดคำใหญ่ ชีสยืดจนต้องยกส้อมสูง “อร่อยนะ” “ขอบคุณที่-” เสียงโทรศัพท์ของเขาสั่นบนโต๊ะ เขามองหน้าจอ ปรากฏชื่อเพื่อนร่วมทีมเด้งขึ้นมาพร้อมข้อความกลุ่ม “ขึ้นสแคริมไหม มีคนขาดหนึ่งที่” เขาชะงักไปครึ่งวินาทีก่อนกดล็อกหน้าจอ วางคว่ำลง ลลิลจับสังเกตได้ เธอวางส้อม “ถ้านายอยากไป-” โอมส่ายหน้า “คืนนี้ไม่” เขาสบตาเธอตรง ๆ “โอมมีนัดกับขนมปังทูนหัวดีไลต์กับหนังหนึ่งเรื่อง และหมอนหนึ่งใบที่ยึดพื้นที่ไปครึ่งเตียง” เธอยิ้ม ยิ้มแบบไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป “บอสใหญ่อนุมัติ” หนังที่เปิดค้างไว้มาจากเมื่อคืนกลับต้องเริ่มตั้งแต่ต้นอีกครั้ง คราวนี้เธอเอนหัวบนไหล่เขา โอมเลื่อนผ้าห่มมาคลุมจนถึงปลายเท้า มือเขาวางบนหลังมือเธออย่างสบาย ๆ ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีเสียงเร่งด่วนจากเกม มีเพียงเสียงบทสนทนาของตัวละครจากสมาร์ตทีวีและลมหายใจสองคนที่ค่อย ๆ เข้าจังหวะเดียวกัน หนังดำเนินไปถึงกลางเรื่อง ลลิลหยิบโน้ตบุ๊กและแฟลชไดรฟ์ที่รับมาจากรันขึ้นมาวางบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะเปิดโฟลเดอร์ที่จัดเก็บข้อมูลโพรเจกต์ “นายช่วยดูหัวข้อหน่อยสิ ลลิลลังเลระหว่างเขียนเรื่องครอบครัวกับเรื่องรัก” “อ่านให้ฟังได้ไหม” เขาถาม เธอพยักหน้า พลางเปิดข้อมูลสองหน้าแรก แล้วอ่านย่อหน้าเริ่มต้นเบา ๆ โอมตั้งใจฟังจริงจังแบบเดียวกับตอนเขาเล่นแรงก์ แต่ครั้งนี้ไม่มีเมาส์ ไม่มีคีย์บอร์ด มีเพียงสายตาและความเงียบที่ทำให้เธอมั่นใจ “ชอบแบบไหนบอก” เธอถามหลังอ่านจบ “ชอบแบบที่เธอเขียนด้วยหัวใจ” เขาตอบง่าย ๆ “ไม่ใช่แบบที่ใครอยากให้เป็น แม้แต่โอม” ลลิลมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกวูบวาบเริ่มแผ่ซ่านข้างในเหมือนมีบางอย่างในตัวเองถูกวางลงอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณนะ” “ไม่เป็นไร” เขายิ้ม “ทนหน่อยทูนหัว ถ้าโอมเผลอปากหมาไปบ้าง ให้จำไว้ว่าโอมตั้งใจจะดีด้วยมากกว่าร้ายเสมอ” “ลลิลรู้” เธอกระซิบเสียงแผ่ว ก่อนเอนตัวลงบนหมอน ยอมปล่อยไหล่ให้เขายึดครึ่งหนึ่งตามที่ร้องขอ ครืด ครืด ครืด บนโต๊ะ โทรศัพท์ของโอมสั่นอีกหน เขาเอื้อมมือไปกดปิดเสียงโดยไม่แม้แต่จะดู ชั่วขณะที่หน้าจอสว่างวาบ เขาเห็นชื่อ เพื่อนในทีมโผล่ขึ้นมาหลายคน แต่เขาปล่อยให้แสงจางหายไปเอง แต่เขากลับหันมามองคนข้างกาย แก้มเนียนใสของเธอสัมผัสปลายแขนเขาอย่างไว้ใจ เขาก้มลงจูบหน้าผากเบา ๆ อย่างอ่อนโยนเหมือนคืนก่อน “ขอบคุณนะที่ยอมให้โอกาสโอมได้ซ้อมเป็นคนรักที่ดี ไม่ใช่แค่คนที่เล่นเกมเก่งอย่างเดียว” ลลิลหลับตาพริ้ม รับสัมผัสนั้นโดยไม่ต้องพูดอะไรเพิ่ม เธอรู้แล้วว่าคำว่า ทนหน่อยทูนหัว ของเขาไม่ได้แปลว่าให้เธอรออย่างไร้ค่า แต่มันคือคำขอเวลาจากคนที่กำลังพยายามจริง ๆ และเธอก็ตั้งใจจะ “ทน” อย่างมีเหตุผล เท่าที่หัวใจของเธอจะไม่บอบช้ำอีก บรรยากาศข้างนอกห้องสี่เหลี่ยม วิวเมืองยังคงส่องสว่างจากไฟหลากหลายดวง เสียงรถแล่นยังคงวิ่งไม่ขาดสาย แต่ในห้องเล็ก ๆ นั้น ทุกอย่างค่อย ๆ ช้าลงพอดีกับสองคนที่กำลังเรียนรู้จังหวะกันและกัน ก่อนหนังจบ โอมกระซิบเบา ๆ ใกล้หู “ลลิล” “หืม” “ถ้าวันหนึ่งโอมเผลอ ลลิลเตือนฉันด้วยคำนี้ได้ไหม” “คำไหน” “ทนหน่อยทูนหัว” เขายิ้ม “ให้โอมจำว่า…โอมเลือกลลิล ก่อนเกมเสมอ” ร่างเล็กไม่ตอบ เพียงพยักหน้าแล้วซุกกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ให้คำสัญญาทั้งหมดถูกเก็บไว้ระหว่างหัวใจสองดวง โดยไม่ต้องใช้คำสาบานใด ๆ คืนนี้ไม่มีแรงก์ ไม่มีบอส ไม่มีคำว่า แป๊บเดียว มีเพียงคำที่กวนตีนแต่ทำให้ใจสั่น คำที่กลายเป็นรหัสลับของสองคน ทนหน่อยทูนหัว และทั้งเขาและเธอก็ตั้งใจจะรักษามันไว้ให้ดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD