กลิ่นกระเทียมผัดเนยลอยมาแตะปลายจมูกก่อนสติจะตื่นเต็มร้อย ลลิลขยับตัวในผ้าห่ม ลืมตาช้า ๆ แล้วหันไปด้านซ้าย เตียงว่างเปล่า แต่หมอนข้างอุ่นอยู่เหมือนเพิ่งมีใครลุกจากเตียงไม่นาน
เสียงกระทะกระทบเตา ฉึ่บ ฉ่า ตามด้วยเสียงฮัมเบา ๆ ทำนองเพลงเก่าที่เธอไม่คุ้น
เธอยกมือกดขมับตัวเองเบา ๆ ความง่วงยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก่อนตัดสินใจลุกออกจากเตียง ลากสลิปเปอร์ไปหยุดตรงกรอบประตูครัว
ภาพที่เห็นทำให้เธอเผลอยิ้ม ชายตัวโตในเสื้อยืดสีเทาและกางเกงวอร์มสีดำ โอมเผ้ารุงรังเพราะเพิ่งตื่น จับตะหลิวด้วยมือหนึ่ง อีกมือถือโทรศัพท์ที่เปิดคลิปสอนทำอาหารไว้ สปาเกตตีผัดกระเทียมพริกแห้ง
บนเคาน์เตอร์มีจดหมายโน้ตเขียนด้วยลายมือเกือบอ่านไม่ออกว่า “ภารกิจชดใช้: มื้อเช้าเสิร์ฟถึงเตียง x 1/2”
ลลิลแอบหัวเราะในลำคอ “ใครบอกให้มานอนตักเมื่อคืน สงสัยขยับไม่ได้เลยสินะ”
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับทูนหัว” โอมหันมาเจอพอดี ริมฝีปากยกยิ้มมุมหนึ่งตามสไตล์ “หิวไหม เดี๋ยวอีกห้านาทีเสร็จ”
เธอเท้ากรอบประตู “อย่าเรียกแบบนั้นสิ”
“แบบไหนล่ะ ‘ทูนหัว’ น่ะเหรอ” เขาทำเป็นคิด “งั้น…ที่รัก?”
“ยิ่งหนัก!” เธอทำตาเขียว แต่แก้มกลับอุ่นขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
“โอเค งั้นเรียกชื่อก็ได้ ลลิล” เสียงทุ้มลดลงครึ่งคีย์ “ทนหน่อยทูนหัว อีกแป๊บเดียวจริง ๆ คราวนี้หมายถึงห้านาทีที่นับได้” เขาชี้ไปที่มือถือที่กำลังตั้งเวลา 04:32 น.
คำว่า ทนหน่อยทูนหัว หลุดจากปากเขาง่าย ๆ แบบกวน ๆ นั่นแหละ แต่แปลก... มันไม่ได้ทำให้เธอหงุดหงิดเหมือนคำว่า แป๊บเดียว เมื่อคืน ตรงกันข้าม หัวใจกลับเต้นวูบวาบแบบโง่ ๆ
“ทำไมชอบเรียกฉันว่าทูนหัว” เธอถามทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะเฉไฉเรื่องอื่น
“เพราะเธอคือบอสใหญ่?” เขาทำหน้าเฉย ๆ ก่อนยักคิ้ว “และก็เพราะมันทำให้เธอหน้าแดงทุกครั้ง”
“กวนตีน” เธอพึมพำ แต่ก็เดินไปช่วยหยิบจานวางบนโต๊ะอยู่ดี “มีน้ำส้มไหม”
โอมยื่นแก้วน้ำส้มให้ทันที “พร้อมบริการครับลูกค้าวีไอพี”
เขาวางจานสปาเกตตีลง เส้นเงางามคลุกน้ำมันมะกอก กระเทียมสับและพริกแห้งหอมฉุย โรยพาสลีย์ซอยหยาบ ๆ พอเป็นพิธี “ชิมก่อน ถ้าไม่ผ่าน…โอมจะยอมล้างจานหนึ่งสัปดาห์โดยไม่ต่อรอง”
ร่างเล็กหมุนส้อมตวัดเส้นขึ้นช้า ๆ ชิมคำแรก เค็มนิด ๆหอมมัน พริกเตะปลายลิ้นกำลังดี “อร่อยกว่าที่คิดแฮะ”
“เหมือนแฟนโอมไง” เขายิ้มตาเป็นสระอิ “ตอนแรกคิดว่าดุอย่างเดียว สุดท้ายหวานฉิบหาย”
“โอม!” เธอทำเสียงสูง เผลอหัวเราะก่อนจะรีบทำหน้าเรียบ “ก็ได้ ให้ผ่านหนึ่งภารกิจ”
เขาชูมือดีดนิ้วเบา ๆ เหมือนปลดล็อกสกิน “ติ๊ง! โอมเวอร์ชันติดเมียอัปเดตแล้วครับ”
“ไม่ต้องประกาศอัปเดตเลยย่ะ” เธอส่ายหัว “แล้ววันนี้กะยังไง ทำงานกี่โมง”
“เช้าครับ” เขาตอบ “แต่ขอไปส่งเธอก่อนได้ไหม เดี๋ยวขึ้นรถไฟฟ้าไปด้วยกัน”
ลลิลเลิกคิ้ว “วันนี้นายไม่ง่วงหรือไง เมื่อคืนไม่นอนดึกเหรอ”
“นอนดึก แต่ตื่นเพื่อทำอาหารให้คนโกรธเมื่อวาน” เขายักไหล่ “ทนหน่อยทูนหัว โอมอาจจะง่วงบ้าง แต่ใจกระตุกทุกทีที่เห็นเมียยิ้ม”
คำว่า ทนหน่อยทูนหัว ถูกวางแฝงในประโยคอีกครั้ง มันทั้งกวน ทั้งอ้อน ทั้งจริงใจแบบแปลก ๆ จนลลิลเลือกจะทำเป็นไม่ยิน ทั้งที่เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัว
รุ่งเช้า
บรรยากาศบนรถไฟฟ้าในตอนเช้าแน่นขนัดด้วยผู้คนตามปกติ กลิ่นกาแฟ กระดาษเอกสาร น้ำหอมจากหลากหลายแรนด์ปะปนกัน โอมยืนกันหลังให้แฟนสาว มือหนาค่อย ๆ แบจับราวเหนือศีรษะ ขณะที่มืออีกข้างจับสายสะพายกระเป๋าเธอไว้ไม่ให้แกว่งกระแทกคนอื่น
“ไม่ต้องจับก็ได้ เดี๋ยวตกสถานีแล้วลากไม่ทัน” เธอหัวเราะคิก
“โอมไม่ได้จับกระเป๋า โอมจับเจ้าของกระเป๋าต่างหาก” เขาเอนตัวลงมากระซิบข้างใบหู แค่พอให้ได้ยินกันสองคน “ทนหน่อยทูนหัว รถมันเบียด”
เธอปรายตาขึ้นมองค้อน แต่เผลอกัดริมฝีปากกลั้นยิ้ม
สัญญาณรถไฟดัง ปิ๊ง ก่อนประตูจะเลื่อนเปิดที่สถานีชานชาลาใกล้บริษัทเธอ เขายื่นมือมารับเหมือนเดิม “ลงก่อน เดี๋ยวคนชน”
“ขอบคุณ” เธอพูดสั้น ๆ เดินออกมายืนริมทาง เช็กรองเท้าก่อนเงยขึ้น ใบหน้าของโอมอยู่ตรงหน้าใกล้เกินกว่าจะตั้งตัวได้ เขายิ้มบาง ๆ
“เย็นนี้ให้ไปรับไหม”
“ไม่ต้อง” เธอส่ายหัว “วันนี้มีประชุมกับทีมต่อ ไปละ”
“โอเค” เขาพยักหน้าไม่เซ้าซี้ “ถ้าเหนื่อยมากบอกนะ เดี๋ยวส่งของหวานไปปลอบใจ ทนหน่อยทูนหัว”
“พอ! หยุดเรียกคำนี้!” เธอแสร้งดุ แต่รอยยิ้มยังค้างอยู่ตรงมุมปาก
เขายกมือทำท่ารูดซิปปาก “ครับ ๆ ตั้งใจทำงานนะครับคนเก่ง”
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว โทรศัพท์ก็สั่น ติ๊ง
OHM PT : ภาพสติกเกอร์แมวนอนเหยียดยาวบนพุงคน พร้อมข้อความ: “วันนี้ไม่แป๊บ แต่ทำตามสัญญานะ”
OHM PT : เดตไนต์ศุกร์ที่สอง ตั้งล็อกแล้ว บาย
ลลิลหลุดยิ้มกว้างกว่าที่ตั้งใจ ก่อนจะรีบกดล็อกจอเมื่อเดินผ่านแผนกต้อนรับ
…
ที่ทำงานช่วงเช้าเงียบผิดปกติจนถึงเก้าโมงครึ่ง ก่อนเสียงส้นสูงของ “พลอยใส” จะดัง ตึก ตึก ตึก มาตามทางเดิน เธอวางกระเป๋าแบรนด์ลงบนโต๊ะตรงข้ามลลิล แล้วก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงมีประกายคึกคัก
“เมื่อวานเห็นสตอรี่ใครไม่รู้ลงว่า โปรเพลเยอร์ตำนานกู้แชมป์ นี่แฟนแกปะ”
ลลิลกะพริบตาปริบ ๆ “โอมไม่ได้เป็นโปร เขาแค่…ทีมสมัครเล่น”
“โอ๊ย สมัครเล่นแต่เล่นเก่งก็โปรในใจเมียปะ” พลอยใสยิ้มร้าย ๆ “ระวังนะ คนติดเกม วันดีคืนดีเขาเลือกเกมมากกว่าเมียก็มี”
“อืม” ลลิลตอบสั้น “แล้วอะไรดี ๆ ไม่มีจะพูดเหรอ”
“ก็บอกให้ระวังไง เพื่อนเป็นห่วง” พลอยใสเบิกตาใสซื่อเกินเหตุ ก่อนจะดึงเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ “ว่าแต่…แฟนเก่าที่ทำงานสำนักพิมพ์นั่น รันใช่ไหม ติดต่อแกอีกหรือยัง”
คำว่า รัน ทำให้หัวใจลลิลสะดุดกึกไปชั่วครู่ เธอวางปากกา “ทำไมต้องถาม”
“ก็เห็นเขามาประชุมชั้นล่างเมื่อวาน แอบหล่อขึ้นนะ ออร่าลลิลชายเงินหนา มากเวอร์” พลอยใสยักคิ้ว “คนแบบนั้นคงไม่ให้รอหรอก ถ้าเขาบอกเจ็ดโมง ก็คือเจ็ดโมง”
ประโยคสุดท้ายเหมือนมีมีดบางเฉียบเฉือนผ่านรอยบอบช้ำเมื่อคืน ลลิลสูดลมหายใจ “พลอย ถ้าเธอไม่มีเรื่องงาน ฉันขอทำสรุปประชุมก่อนนะ”
พลอยใสเชิดนิด ๆ “ก็ได้ค่า อย่าลืมเล่าเรื่องแฟนติดเกมให้ฟังล่ะ สนุกดี” แล้วเธอก็ลุกไปทิ้งกลิ่นน้ำหอมติดหวานไว้ข้างหลัง
ลลิลหลับตาสงบสติครู่หนึ่ง พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกให้คงที่ เธอไม่ยอมให้เช้าอันดีพังลงเพียงเพราะคำแหย่เล่นของใคร
ทนหน่อยทูนหัว เสียงของโอมดังก้องขึ้นมาเองอย่างประหลาด จู่ ๆ ก็กลายเป็นประโยคที่ช่วยเยียวยา
ช่วงบ่ายเธอประชุมติด ๆ กันสองรอบ ทั้งเรื่องแคมเปญและงบประจำไตรมาส จนถึงเวลาพักเบรกก็พบว่ามีถุงกระดาษวางอยู่บนโต๊ะเธอ พร้อมโน้ตเล็ก ๆ ลายมือขยุกขยิกคุ้นตา
“ภารกิจชดใช้ภาคสอง: ไข่คัสตาร์ดนมสด จากยูทูบเชฟที่โอมเชื่อใจ ถ้าไม่อร่อย บทลงโทษคราวนี้เป็นหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง ป.ล. ทนหน่อยทูนหัว แฟนเธอกำลังหัดเป็นคนดี (แต่อาจจะยังปากหมาอยู่)”
ใบหน้าของคนที่กำลังอ่านโน้ตเห่อร้อนขึ้นทันที แอบเหลือบมองรอบ ๆ ว่ามีใครเห็นไหม ก่อนค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ไข่คัสตาร์ดเนียนสวยสองถ้วย ราดคาราเมลสีอำพัน เธอตักคำเล็ก ๆ ลองชิม มันละลายบนลิ้น “หวานกำลังดี…”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
OHM PT : อร่อยไหม
Lalil_O : อร่อย
OHM PT : โอเค งั้นโทษเลื่อนไปไว้ใช้ทีหลัง
Lalil_O : แปลว่ายังคิดจะทำผิดอีกสินะ
OHM PT : ไม่ครับบอสใหญ่ โอมจะพยายามไม่ผิด
OHM PT : ถ้าเหนื่อย กินหวานแล้วหายไหม
Lalil_O : หายไปนิด
OHM PT : ทนหน่อยทูนหัว เดี๋ยวเลิกงานไปรับ อ้าว เมื่อเช้าลลิลบอกว่าไม่ต้องนี่หว่า
OHM PT : งั้นส่งมุกขำ ๆ แทน: แมวติดเกม เรียกว่าอะไร
Lalil_O : …อะไร
OHM PT : แคตแรงก์
Lalil_O : เลิกคุย!
ลลิลอมยิ้มจนแก้มเกือบแตก แล้ววางมือถือลงพยายามตั้งใจทำงานต่อ แต่ไม่นานนักหน้าจอก็สว่างขึ้นอีกครั้ง จากชื่อที่เธอยังไม่ทันลบออกจากชีวิต
รัน: เย็นนี้ว่างไหม เจอกันครึ่งชั่วโมงได้หรือเปล่า เรื่องงานน่ะ อยากชวนเขียนรวมเรื่องสั้นเล่มพิเศษ
ลลิลชะงักนิ่ง เธอไม่อยากหลบ ไม่อยากหนี เรื่องงานก็คืองาน แต่เธอก็รู้ว่าควรบอกคนที่คบอยู่ให้เข้าใจ มากกว่าจะปล่อยให้มันกลายเป็นอะไรที่คลุมเครือ
ก่อนจะพิมพ์ตอบห้วน ๆ
Lalil_O : ว่าง 18:30 ที่คาเฟหน้าบริษัท นิ้วเรียวประทับวางอยู่เหนือคีย์บอร์ดอีกครั้งด้วยท่าทีลังเลไม่น้อย แล้วเปลี่ยนหน้าจอไปหาอีกคนทันที
Lalil_O : เย็นนี้ไปเจอรุ่นพี่ที่สำนักพิมพ์หน่อยนะ เรื่องงานน่ะ
OHM PT : รัน?
Lalil_O : ใช่
OHM PT : โอเค ไปเถอะ โอมเชื่อใจลลิล
OHM PT : แต่…ทูนหัวจะให้โอมไปส่งได้ไหม โอมจะไม่กวน ไม่นั่งด้วย ถ้าลลิลไม่อยาก เดี๋ยวโอมรอข้างนอก ความจริงใจที่ปราศจากน้ำเสียงหึงหวงฟังง่ายกว่าที่คิด ลลิลมองจออยู่สักพักแล้วตอบกลับ
Lalil_O : ไม่ต้องมาส่งก็ได้ ลลิลไปเอง
OHM PT : รับทราบ ถ้าเสร็จแล้วไลน์มานะ โอมใส่รองเท้ารออยู่บ้านเฉย ๆ
Lalil_O : ทำไมนายต้องรอ
OHM PT : เพราะอยากเป็นคนแรกที่ได้เห็นว่าลลิลยิ้มไหม
เธอเม้มปาก รู้สึกเหมือนโดนลูบหัวใจเบา ๆ