เช้าวันถัดมา…
ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บ...
เสียงแจ้งเตือนดังอย่างรวดเร็วและถี่รัวจากโทรศัพท์ดังเป็นระยะ ขณะที่แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายลอดผ่านผ้าม่านกำมะหยี่สีขาวเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ ของทั้งคู่
ลลิลขยับตัวเล็กน้อยพร้อมตาที่ยังคงปรือปรอย ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ใต้หมอน มือเรียวหยิบขึ้นมาดูเวลาแล้วถอนหายใจพรืดยาวออกมาเบา ๆ
“สิบโมงกว่าแล้วเหรอเนี่ย…”
เมื่อคืนฉันเหนื่อยกับการบ่นและการโดนง้อจนหลับไปพร้อมกับอ้อมแขนแกร่งของผู้ชายที่ติดเกมเป็นชีวิตจิตใจ
ฉันไม่รู้หรอกว่าแฟนตัวดีนอนตอนไหน…หรือว่าเขาแอบลุกไปเล่นอีกตาด้วยซ้ำ
พอนึกถึงคำพูดส่งท้ายก่อนนอนเมื่อคืน
“คืนนี้ขออีกตาได้ไหม”
ฉันก็อยากจะยกหมอนมาฟาดหน้าเขาอีกรอบ
“ผู้ชายบ้าอะไร ยอมเมียก็แค่ครึ่งเดียว แล้วอีกครึ่งก็ยกให้เกมหมด”
ร่างเล็กค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปในครัว กลิ่นกาแฟลอยอบอวลในอากาศ
ลลิลเป็นคนที่รักกาแฟหรือจะเรียกว่าติดกาแฟก็ได้ และเช้านี้…ฉันคงต้องการเติมคาเฟอีนแบบแรง ๆ สักแก้วให้เข้าเส้นเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่นที่มีไม่ให้พุ่งปรี๊ดตั้งแต่ยังไม่เที่ยงวัน
ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะกินข้าว… เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่แผงอกอุ่น ๆ จะเข้ามาแนบชิดแผ่นหลังของฉันอย่างแนบแน่น
“เช้าแล้วนะ…” เสียงแหบพร่ากระซิบเบา ๆ บ่งบอกอาการงัวเงียที่เพิ่งตื่นดังขึ้นข้างหู
“รู้แล้ว ไม่ได้หูหนวก” ลลิลตอบแบบเชิด ๆ ทั้งที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นตึกตักอย่างบ้าคลั่ง
โอมมักทำแบบนี้ทุกเช้า ร่างสูงเดินเข้ามากอดแฟนสาวจากด้านหลังโดยไม่เอ่ยคำใด ทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ลลิลยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักครั้ง
“หืมมม วันนี้ดุแต่เช้าเลยนะเมียเค้า” เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงขี้เล่นที่จงใจทำให้ฉันขนลุกซู่
“อย่าเรียกแบบนั้นนะ”
“แบบไหน?” เขายิ้มมุมปาก “เมียเค้า?”
“โอม…” ฉันหันกลับไปถลึงตาใส่เขาแทบถลนออกจากเบ้า
แต่พอหันมา เจ้าของใบหน้าหวานก็เจอกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของแฟนหนุ่มที่จ้องมองตรงมาอย่างไม่ละสายตา…
สายตาแบบนี้แหละ ที่ทำให้ฉัน ‘แพ้’ เขาทุกที
ไม่ใช่แค่หล่อแบบผู้ชายทั่วไป แต่เป็นสายตาที่ทั้งกวน ปนจริงจัง แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ความสบายใจ ที่มักจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังละลายอยู่ข้างใน
“อะไร มองอะไรขนาดนั้น” ฉันเบือนหน้าหนี
“มองเมียตัวเองไม่ได้หรือไง” เขาตอบหน้าตาย
“ลลิลไม่ได้เป็นเมียเธอนะ!”
“ยังไงก็เหมือนแล้ว…” เขาเอื้อมมือมาจับปลายคางมนของแฟนสาวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
หัวใจลลิลเต้นแรงจนแทบกระเด้งออกมาจากอก
เขาชอบใช้สายตาแบบนี้มองฉัน…สายตาที่ทำให้ฉันแทบละลายเหมือนซอสชีสบนพิซซาที่เพิ่งออกจากเตา
“โอม…” ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น พยายามตั้งกำแพง
“อะไรครับ…” เขายกยิ้มเบา ๆ แบบที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำให้ฉันเขิน
“อย่ามามองแบบนี้นะ…”
“แบบไหน?”
“แบบนี้ไง!” มือเรียวบางยกขึ้นดันอกแกร่งเขาออกนิด ๆ
“โอมมองเมียตัวเองแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”
“ไม่ใช่เมีย!!!” ลลิลเสียงสูงขึ้นแบบหงุดหงิดระคนเขินอาย
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด ระยะ ห่างระหว่างใบหน้า…เหลือน้อยลงจนแทบได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดัง ตึกตัก ตึกตัก
“ก็…แฟนก็เหมือนเมียนั่นแหละ” เขากระซิบเบา ๆ ข้างใบหู
ใบหน้าลลิลในตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุกทันที “เลิกพูดเลยนะ!”
พ่อหนุ่มหน้าหล่อยกมือสองข้างขึ้นแบบขอยอมแพ้ “โอเค ๆ ไม่พูดแล้ว…โอมก็แค่คิด”
“ไม่ต้องคิด!!”
“แต่ก็คิดอยู่ดี”
“โอม!”
เขาหัวเราะเสียงดัง แล้วดึงแฟนสาวเข้ามากอดไว้แน่นจากด้านหลังอีกครั้ง
ร่างเล็กพยายามดิ้นออก แต่ก็รู้ดีว่าแรงของตัวเองสู้ครูสอนว่ายน้ำอย่างเขาไม่ได้เลย
“อย่ากอด” ฉันพูดเสียงเบา แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก
“แต่โอมอยากกอด” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างลำคอระหงเบา ๆ
และเหมือนลลิลเองจะได้ยินเสียงแฟนหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ เหมือนรู้ว่าเธอกำลังเขินจนพูดไม่ออก
“ปล่อยลลิลเลยนะ ไปกินข้าวกันได้แล้ว สายแล้วนะ”
“ค้าบบบ” เสียงหวานอ้อน ๆ ที่เอ่ยออกมา ใครมันจะไปโกรธไหวล่ะ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้านี้อบอวลไปด้วยมวลความสุข มีเสียงแทรกจากทีวีช่องน้อยสีที่กำลังนำเสนอข่าวอย่างเข้มข้นเป็นระยะ ๆ
“ว่าแต่เมื่อคืน โอม MVP นะ” เขาพูดเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อ ๆ ตอนนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน
“ไม่อยากรู้” ฉันตอบสั้น ๆ พลางตักไข่ดาวใส่ปากไปหนึ่งคำ
“โอมยิง 20 kill เลยนะ” เขาพูดด้วยความภูมิใจเหมือนเพิ่งได้เหรียญทองครั้งแรก
“ดีใจด้วยนะ” ลลิลพูดเรียบ ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
“นี่ยังงอนอยู่เหรอ”
“เปล่า”
“ไม่ใช่ไม่งอน แต่กำลังแกล้งทำเป็นไม่งอน” เขาระบายยิ้มเจ้าเล่ห์
“อย่ามโน!” ลลิลถลึงตาใส่เขาอีกครั้ง
เขาหัวเราะ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวยื่นหน้าข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้แฟนสาว ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจลลิลจำต้องเอนตัวหนีอย่างเงอะงะ
“ทำอะไรของโอมน่ะ…”
“อยากดูหน้าเวลาลลิลเขินใกล้ ๆ” เขายักคิ้วท่าทางเจ้าเล่ห์
“บ้า…” ฉันรีบก้มหน้างุด
“ไม่บ้า…” เขาเอื้อมมือหนามาหยุดตรงแก้มเนียนใสของลลิล ปลายนิ้วลูบเบา ๆ “ก็แค่แพ้ทางเมียตัวเองเฉย ๆ”
“หยุดเรียกแบบนั้นนะโอม!”
“ไม่หยุด” เขายกยิ้มบาง ๆ มุมปาก
“บอกให้หยุด!”
“ไม่หยุด”
“โอม!”
“ครับเมีย~”
“โอ๊ย!!!” ลลิลหยิบส้อมขึ้นมาชี้หน้าเขา อยากจะจิ้มหน้าหล่อ ๆ สักที แต่เขาก็ยังนั่งยิ้มหน้าระรื่นยักไหล่เบา ๆ ไปหนึ่งทีแบบไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยง
โอมยังคงนั่งอยู่ข้างเธอ แต่ไม่ใช่หน้าคอมพิวเตอร์เหมือนทุกวัน เขาเปลี่ยนจากการจับเมาส์มาเป็น…ตักข้าวป้อนแฟน
“นายทำอะไรผิดมาหรือเปล่า…” เจ้าของใบหน้าหวานถามเสียงเบา
“เปล่านี่ โอมก็แค่…อยากใช้เวลากับแฟนบ้าง”
“จริงดิ…”
“จริงสิ…” เขาหันมาสบตาฉันอีกครั้ง ดูสิ สายตาแบบนั้นอีกแล้ว ลลิลอยากจะบ้าตายเสียตรงนี้
สายตาที่เหมือนจะพูดว่า “โอมคลั่งลลิลแทบบ้านะรู้ไหม” โดยไม่ต้องพูดออกมา
ฉันรีบเบือนหน้าหนีในทันที “อย่ามามองแบบนี้นะ…”
“แบบไหนอีกล่ะ” เขาทำเสียงใสซื่อแต่แฝงรอยยิ้ม
“แบบที่ทำให้ฉันใจสั่นน่ะสิ!”
“อ๋อ…งั้นก็ดีแล้วไง”
“ไม่ดี!!!”
โอมทำเพียงส่งยิ้มบางพลางหัวเราะเบา ๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือไม่ถึงคืบ กลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ โชยแตะจมูกรั้นได้รูปช่างเย้ายวนเหลือเกินพ่อลลิล
“โอม…อย่าเข้ามาใกล้”
“แต่โอมอยากใกล้ครับ”
“อยากหรืออยากกวน!”
“ทั้งสอง” เขาตอบหน้าตาย
ร่างบางเซถอยหลังจนแผ่นหลังติดพนักโซฟา เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด… ใกล้จนลมหายใจของเขาอุ่ลลิลรดไปทั่วใบหน้าลลิล
หัวใจเต้นถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบหยุดหายใจ
“นาย…” ฉันกระซิบเบา ๆ
“ครับ…” เขาตอบเสียงนุ่ม
“เลิกมองแบบนั้นสักที…” ลลิลเสียงสั่นเครือนิด ๆ
“ทำไมล่ะ…ก็โอมชอบมองเมียตัวเอง”
“บอกแล้วว่าอย่าเรียกแบบนั้น!!”
เขาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงมาแตะปลายจมูกโด่งลงบนหน้าผากเล็กของเธอเบา ๆ แบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“โอม!”
“หืมมม”
“อย่าทำแบบนี้อีกนะ!”
“ได้…” เขายักไหล่ “แต่แค่วันนี้นะ”
“นายมันบ้า” ฉันบ่นเบา ๆ แล้วลุกพรวดขึ้น ก้าวเท้าฉับ ๆ หนีเข้าห้อง แต่หน้ากลับร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่ได้
โอมมองตามหลังคนตัวเล็กแล้วหัวเราะเบา ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทเธอขนาดนั้นหรอก…
เขาแค่ชอบเวลาที่ลลิลหน้าแดง ชอบเวลาที่ลลิลเบือนหน้าหนี ชอบตอนลลิลหงุดหงิดปนเขิน
เพราะในความดื้อแบบนั้น…ลลิลน่ารักที่สุดแล้วสำหรับเขา
“ลลิลอาจจะแพ้ทางสายตาโอม…แต่โอมแพ้เธอทุกทางไปทั้งใจแล้วล่ะ”