ติ๊ด ติ๊ด
คีย์การ์ดแตะเบา ๆ เพื่อปลดล็อกประตูห้องเปิดออก ความมืดต้อนรับอย่างไร้พิธี ลลิลวางถุงเค้กลงบนโต๊ะ เปิดไฟส้ม ตรงเคาน์เตอร์ ห้องดูโล่งกว่าทุกคืน
เธอหยิบเค้กออกมาวาง ก่อนเปิดฝา กลิ่นช็อกโกแลตลอยคลุ้งปะทะจมูก มือบางควานหาไฟแช็กในลิ้นชักก่อนจุดเทียนเล่มเล็ก เทียนที่เธอซื้อติดห้องไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่วันนี้มันกลายเป็น เทียนวันเกิด ของเธอเอง
แสงไฟเล็ก ๆ กะพริบไหว เธอมองเปลวไฟสะท้อนในตา ภาพตอนเด็กในอดีตซ้อนทับ เธอเคยเป่าเทียนกับแม่ในวัยเด็ก ทุกอย่างเรียบง่ายอบอุ่น ไม่ต้องแพง ไม่ต้องหรู ขอแค่มี คน อยู่ด้วย
เสียงประตูอีกบานดัง กึก
เขาหอบหายใจนิด ๆ เหมือนวิ่งขึ้นบันไดมา มือข้างหนึ่งถือถุงกระดาษ อีกข้างคีบหมวกแก๊ป เขาชะงักทันทีที่เห็นเธอนั่งอยู่กับเทียนเล่มเดียวบนโต๊ะ
“ลลิล…”
เธอเงยหน้าช้า ๆ ไม่พูด ขอให้สายตาบอกเอง
“โอม….” เขากลืนคำ “โอมขอโทษ”
คำขอโทษลอยอยู่ในอากาศอย่างเงอะงะ เธอพยักหน้าช้า ๆ “นายชนะไหม”
“ชนะ” เขาตอบอย่างระวัง “แต่โอมแพ้ลลิล”
มุกของเขาไม่ได้ทำให้เธอหัวเราะเหมือนทุกที เธอเป่าเทียนเบา ๆ แสงค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงกลิ่นควันกรุ่น เธอพูดสั้น ๆ “ฉันขอโทษตัวเองที่หวังเกินไป”
“อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม” โอมวางถุงกระดาษลง เป็นถุงของร้านเครื่องประดับชิ้นเล็ก “โอม…โอมเตรียมไว้ อยากให้หลังจากกินข้าว แต่มัน-”
“มันกลายเป็นเค้กเย็น ๆ กับเทียนเล่มเดียว” เธอพูดแทน “และข้อความ ‘ทนหน่อยทูนหัว’ ซ้ำแล้วซ้ำอีก”
เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง “โอมผิด โอมเห็นแก่ตัวเอง…ทีมขาดหนึ่งคน โอมคิดว่าพอไหว โอมคิดว่าลลิลจะรอไหว โอมลืมคิดว่ามันคือวันเกิดลลิล”
เจ้าของวันเกิดนิ่งเงียบ เฝ้าสังเกตว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปกับความเงียบนี้
เขาสูดลมเข้าลึก “เดี๋ยวนี้เลย โอมจะออกจากดิสคอร์ด ถ้าคืนไหนที่เรานัดอะไรกันไว้ โอมจะไม่เข้าเกม แม้จะมีใครขาด โอมจะไม่เป็นคนแก้ปัญหาของทุกคนแล้วลืมแก้ปัญหาของเรา”
คำพูดนั้นจริงจังจนเธอเงยหน้าขึ้น “ฉันไม่ได้อยากให้นายเลิกทำสิ่งที่นายรัก ฉันแค่อยากให้ฉันอยู่ในตารางของนายใหญ่พอ ๆ กับแรงก์”
“งั้นเราเขียนมันลงไปด้วยกัน” เขาหยิบโทรศัพท์ เปิดปฏิทิน “ทุกวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือน ตั้งเป็น RIN DAY ห้ามเกม ห้าม ‘แป๊บเดียว’ ห้ามทุกอย่าง ถ้าลลิลอยากอยู่เงียบ ๆ ก็อยู่ ถ้าอยากกินบะหมี่ซองก็ได้”
“แล้ววันนี้ล่ะ” เธอถามเบา ๆ “จะทำยังไงกับ วันนี้”
ร่างสูงโปร่งวางโทรศัพท์ลง ขยับเข้ามาใกล้ แววตาไม่ล้อเล่นอีกต่อไป “อนุญาตให้โอมแก้ไขตอนนี้ได้ไหม ถึงมันจะออกมา ‘ไม่โรแมนติก’ ไปหน่อยก็เถอะ”
ลลิลไม่ตอบตรง ๆ เพียงเลื่อนกล่องเค้กมาทางเขา “มีช้อนสองคัน”
เขาถอนหายใจโล่งน้อย ๆ เหมือนผ่านประตูแคบ ๆ มาได้อย่างหวุดหวิด เขานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ช้อนเค้กคำเล็กส่งให้เธอ เธอตักกลับให้เขา การแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ ในคืนนี้ที่ควรจะสวยงาม แต่กลับ ธรรมดามาก ธรรมดาจนใจหน่วงหนึบ
“โอมมีอย่างหนึ่งอยากให้ดู” เขาหยิบโน้ตบุ๊กพกพาจากกระเป๋าเปิดขึ้น เสียบแฟลชไดรฟ์ หมุนหน้าจอหันให้เธอเห็น เกมที่เขาเล่น ปรากฏล็อบบีส่วนตัวชื่อ RINverse มีฉากเมืองยามค่ำกลิตเตอร์พราว บนฟ้าไฟดิจิทัลเรียงเป็นคำว่า HBD RIN
“โอมกับเพื่อนทำแผนที่เล็ก ๆ ให้ เป็นโหมดท่องฉาก ไม่มีศัตรู ไม่มีคะแนน แค่…ให้ลลิลเดินดูข้อความของโอมทีละจุด” เขาหัวเราะแห้ง ๆ “ตั้งใจจะเปิดโชว์ในร้านหลังอาหาร ว่าจริง ๆ แล้วเกมของโอมก็มีที่ว่างให้ลลิลเสมอ”
ลลิลจ้องหน้าจอ ไฟดิจิทัลกะพริบสวย แท็กข้อความ
พ็อปอัปเป็นรูปหัวใจปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวตั้งแต่วันที่เขาชงน้ำซุปแล้วเธอหัวเราะจนน้ำมูกไหล จนถึงสติกเกอร์คำว่า ทนหน่อยทูนหัว ชิ้นแรก เธอเม้มปาก ช่างเป็นของขวัญที่บอกว่าเขาคิดถึงเธอ แต่ก็ยังอยู่ในโลกของเขา
“สวยนะ” เธอพูดจริง “แต่ฉันอยากมองหน้าคนจริง ๆ มากกว่าจอ”
เขาปิดโน้ตบุ๊กลงช้า ๆ พลางพยักหน้า “โอเค โอมเข้าใจ”
เงียบครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปที่ครัว เปิดตู้ เขย่าถุง แล้วเดินกลับมาพร้อม…เทียนเลข 2 กับ 9 สีพาสเทลที่แอบซ่อนอยู่ในถุงเล็ก
“ตั้งใจจะปักบนเค้กในร้าน” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ “แต่…เราทำที่นี่ก็ได้ ถึงจะ…ไม่โรแมนติก”
เขาปักเทียนสองเล่มลงบนเค้กช็อกโกแลตที่เพิ่งถูกตักไปเสี้ยวหนึ่ง ลมข้างนอกพัดม่านไหวเล็กน้อย เขาจุดไฟ แสงสีส้มสว่างขึ้นใหม่รอบสอง
“ขอพรเถอะ” เขาบอกเบา ๆ “แล้วถ้าพรนั้นมีโอมอยู่ด้วยโอมจะถือว่าโชคดีมาก”
ลลิลมองแสงเล็ก ๆ อีกครั้ง ความน้อยใจเบาบางลงจากการกระทำของคนตรงหน้า เธอพนมมือในใจ ขอให้ผู้ชายตรงหน้ากลับมาหาฉันก่อนเกมเสมอ ก่อนจะใช้มือโบกพัดเบา ๆ ให้เทียนดับ หยดเทียนไหลนิด ๆ ข้างเลข 9
“ขอโทษนะ ลลิล” โอมเอนศอก ค้อมตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาเข้มนิ่ง สั่นไหวเล็กน้อย “โอมจะพยายามให้เหลือคำนี้น้อยลงจนวันหนึ่ง…ไม่ต้องใช้มันเลย”
“ลลิลจะดู ไม่ใช่รอ” เธอตอบ “ต่างกันนะโอม การ รอ ทำให้เวลาเราพัง แต่การ ดู ทำให้เราเห็นว่าคนตรงหน้าพยายามจริงไหม”
เขายกยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่อกวน แต่แผ่ไออุ่นจนเธอใจสั่น “ให้โอมเริ่มจากคืนนี้เลย คืนที่ไม่โรแมนติก แต่โอมอยากทำให้มันเป็นคืนของเรา”
“ลองดูสิ”
เขาดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ แทนการนั่งฝั่งตรงข้าม วางคางกับหลังมือเหมือนเด็ก “งั้นข้อแรก กินเค้กชิ้นที่เหลือด้วยกันจนเลี่ยน”
“ข้อสอง โอมล้างจานหนึ่งสัปดาห์ครึ่งตามกฎ ‘แป๊บเดียวเกินยี่สิบนาที’ และ แถมอีกสามวันสำหรับวันเกิด”
“จำกฎเก่งดีนี่” เธอยิ้มมุมปาก
“ข้อสาม ออกไปซื้อเทียนกลิ่นวานิลลาอีกเล่ม จุดให้ห้องหอมฟุ้ง แล้วเปิดเพลงที่ลลิลชอบ ไม่ใช่แชตร้องฮือฮา”
“ข้อสี่-” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเบา ๆ “นั่งคุยกันว่าช่วงนี้ลลิลอยากเขียนอะไร อยากลองงานของรันไหม โอมยินดีเป็นคนอ่านคนแรกทุกฉบับ ถึงจะอ่านช้ากว่าเมต้าในเกมก็เถอะ”
“ข้อห้าไม่มีเหรอ”
เขายักไหล่ “ข้อห้า ให้โอมกอด เมื่อลลิลพร้อม”
คนตัวเล็กหัวเราะ นั่นคือเสียงหัวเราะแรกของคืน “ผ่านทั้งหมด”
เขาประทับจูบบนหลังมือเธอหนึ่งทีแบบสุภาพเกินคาด ก่อนลุกไปหยิบน้ำ เทียน และไล่ล้างจานขวดแก้วเล็ก ๆ ที่ใช้ตักเค้ก ระหว่างนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอปดิสคอร์ด เธอเหลือบเห็นนิ้วกดออกจากห้องแชตทีมสำหรับคืนนี้ พร้อมส่งข้อความในกลุ่ม
โอม : คืนนี้ไม่ต่อ ขอโทษว่ะ
หมอไอซ์ : อ้าว MVP จะหายไปไหน
โอม : ไปอยู่กับ RIN DAY (ล่วงหน้า)
เขาวางโทรศัพท์ลงโดยไม่รอคำตอบแล้วหันกลับมายิ้ม “ตั้งชื่อวันของเราไว้แล้วด้วย”
“บอสใหญ่อนุมัติ” เธอแซวเบา ๆ
หลังจากจานชามสะอาด เทียนพาสเทลหอมอบอวล เสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปกับสายลม โอมเอาผ้าห่มผืนบางมาคลุมหัวเข่าทั้งคู่ นั่งพิงโซฟาใกล้ ๆ กัน เขาไม่เร่ง ไม่แกล้ง ไม่ปากหมาเกินขอบ มีเพียงความพยายามเงียบ ๆ ที่เธอ เห็น จริง ๆ
“รู้ไหมว่าทำไมลลิลถึงโกรธมาก” เธอถามในที่สุด
“เพราะโอมทำให้ลลิลรู้สึกว่าไม่มีความสำคัญในวันที่ควรสำคัญที่สุด” เขาตอบทันที ราวกับคิดคำนี้มาระหว่างลงบันได “และเพราะโอมใช้คำว่า ทนหน่อยทูนหัว ไปในทางที่ผิด... ขอให้ลลิลอดทนแทนที่จะขอให้ลลิล มีตัวตน”
เธอนิ่ง ก่อนส่งยิ้มจาง ๆ “งั้นตั้งแต่คืนนี้… ถ้านายจำเป็นต้องขอเวลา ให้พูดว่า เห็นลลิลอยู่ตรงนี้นะ แล้วตามด้วยเหตุผล ไม่ใช่แค่ ‘แป๊บ’ ที่ยืดได้ไม่รู้จบ”
“รับคำสั่งครับ” เขายกมือเหมือนรับเควสต์ใหม่ “และสัญญาว่าจะไม่ทำให้ ‘วันเกิด (ไม่โรแมนติก)’ กลายเป็นคำสาปประจำปี”
“ดีมาก” เธอหัวเราะ
เวลาไหลไปอย่างเนิบช้า เค้กก่อนเล็กหมด เทียนใกล้ดับ เพลงวนไปเพลงที่เธอชอบตั้งแต่มหาวิทยาลัย โอมเอนหัวมาพิงไหล่เธออย่างระวัง เธอปล่อยให้เป็นแบบนั้น
เวลาผ่านไปใกล้เที่ยงคืน เขาหยิบกล่องเล็กในถุงกระดาษขึ้นมา “ของขวัญ…ยังให้ได้ไหม”
“เปิดดูสิ” เธอพยักหน้า
เขาเปิดกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ ออก เป็นจี้เงินเส้นเล็ก ห้อยจี้รูปคอนโทรลเลอร์เกม แต่ มีหัวใจเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ตรงปุ่ม A สีขาวนูน เธอหยิบขึ้นมาดู แสงไฟสะท้อนวิบวับ
“สัญลักษณ์ของการประนีประนอม” เขาเกาท้ายทอย“โลกโอมกับโลกลลิล โอมอยากให้มันมีสะพาน ไม่ใช่กำแพง”
“สวยดี” เธอมอบคำชมที่ออกจากใจจริง “ช่วยใส่ให้หน่อย”
เขาใช้เวลาหลายนาทีตอนเกี่ยวตะขอ มือใหญ่เก้งก้างทำงานจิ๋วไม่ถนัด เธอหัวเราะ กลิ่นน้ำหอมสะอาดของเขาอยู่ใกล้จนใจอุ่น เขาเกี่ยวสำเร็จในครั้งที่สองแล้วขยับกลับมายิ้ม “เข้าที่”
เธอยกมือแตะจี้เบา ๆ “ขอบคุณนะโอม”
“ขอบคุณที่ยังให้โอกาส” เขาตอบ “และสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดอีกครั้ง ทนหน่อยทูนหัว-”
“คำนี้ไว้ใช้ตอนจำเป็นจริง ๆ” เธอเอ่ยแทรกพลางยกนิ้วขู่หยอก
“ครับโอม” เขายอมง่าย ๆ อย่างที่ไม่ใช่โอมคนเดิมเมื่อเดือนก่อน
เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ลลิลลุกไปดับเทียน กลิ่นหวานวานิลลาจางลง เธอกลับมาทิ้งตัวบนโซฟา โอมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้ แล้วขยับเข้ามาใกล้ทีละคืบ
“กอดได้ยัง” เขาถามอย่างขอโอกาส ไม่ใช่ขออนุญาตเพื่อชนะ
เธอพยักหน้า เขาโอบอย่างอ่อนโยน กอดนั้นไม่แน่นเกินไป ไม่หลวมเกินไป พอดีกับคืนที่ไม่โรแมนติกแต่ซื่อสัตย์
และในความเงียบที่แฝงความอบอุ่นนั้น เธอนึกขอบคุณ วันเกิด (ไม่โรแมนติก) ที่อย่างน้อย…ทำให้คนสองคนได้พูดคุยกันตรง ๆ ว่าต้องการอะไร และจะรักษาอย่างไร
นอกหน้าต่าง เม็ดฝนพรำต่อเนื่อง เบาบางแต่ยืนยาวเหมือนคำสัญญาใหม่ของเขา
ในห้องเล็ก ๆ นั้น มีคนสองคน กอดเกี่ยวกันแน่นพอให้รู้ว่า ครั้งหน้า ถ้าจะมีคำว่า ทนหน่อยทูนหัว อีก มันจะมาพร้อมสายตาที่ เห็นกันจริง ๆ