Ep. 9 วันเกิดที่...ไม่โรแมนติก (2)

1909 Words
ติ๊ด ติ๊ด คีย์การ์ดแตะเบา ๆ เพื่อปลดล็อกประตูห้องเปิดออก ความมืดต้อนรับอย่างไร้พิธี ลลิลวางถุงเค้กลงบนโต๊ะ เปิดไฟส้ม ตรงเคาน์เตอร์ ห้องดูโล่งกว่าทุกคืน เธอหยิบเค้กออกมาวาง ก่อนเปิดฝา กลิ่นช็อกโกแลตลอยคลุ้งปะทะจมูก มือบางควานหาไฟแช็กในลิ้นชักก่อนจุดเทียนเล่มเล็ก เทียนที่เธอซื้อติดห้องไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่วันนี้มันกลายเป็น เทียนวันเกิด ของเธอเอง แสงไฟเล็ก ๆ กะพริบไหว เธอมองเปลวไฟสะท้อนในตา ภาพตอนเด็กในอดีตซ้อนทับ เธอเคยเป่าเทียนกับแม่ในวัยเด็ก ทุกอย่างเรียบง่ายอบอุ่น ไม่ต้องแพง ไม่ต้องหรู ขอแค่มี คน อยู่ด้วย เสียงประตูอีกบานดัง กึก เขาหอบหายใจนิด ๆ เหมือนวิ่งขึ้นบันไดมา มือข้างหนึ่งถือถุงกระดาษ อีกข้างคีบหมวกแก๊ป เขาชะงักทันทีที่เห็นเธอนั่งอยู่กับเทียนเล่มเดียวบนโต๊ะ “ลลิล…” เธอเงยหน้าช้า ๆ ไม่พูด ขอให้สายตาบอกเอง “โอม….” เขากลืนคำ “โอมขอโทษ” คำขอโทษลอยอยู่ในอากาศอย่างเงอะงะ เธอพยักหน้าช้า ๆ “นายชนะไหม” “ชนะ” เขาตอบอย่างระวัง “แต่โอมแพ้ลลิล” มุกของเขาไม่ได้ทำให้เธอหัวเราะเหมือนทุกที เธอเป่าเทียนเบา ๆ แสงค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงกลิ่นควันกรุ่น เธอพูดสั้น ๆ “ฉันขอโทษตัวเองที่หวังเกินไป” “อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม” โอมวางถุงกระดาษลง เป็นถุงของร้านเครื่องประดับชิ้นเล็ก “โอม…โอมเตรียมไว้ อยากให้หลังจากกินข้าว แต่มัน-” “มันกลายเป็นเค้กเย็น ๆ กับเทียนเล่มเดียว” เธอพูดแทน “และข้อความ ‘ทนหน่อยทูนหัว’ ซ้ำแล้วซ้ำอีก” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง “โอมผิด โอมเห็นแก่ตัวเอง…ทีมขาดหนึ่งคน โอมคิดว่าพอไหว โอมคิดว่าลลิลจะรอไหว โอมลืมคิดว่ามันคือวันเกิดลลิล” เจ้าของวันเกิดนิ่งเงียบ เฝ้าสังเกตว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปกับความเงียบนี้ เขาสูดลมเข้าลึก “เดี๋ยวนี้เลย โอมจะออกจากดิสคอร์ด ถ้าคืนไหนที่เรานัดอะไรกันไว้ โอมจะไม่เข้าเกม แม้จะมีใครขาด โอมจะไม่เป็นคนแก้ปัญหาของทุกคนแล้วลืมแก้ปัญหาของเรา” คำพูดนั้นจริงจังจนเธอเงยหน้าขึ้น “ฉันไม่ได้อยากให้นายเลิกทำสิ่งที่นายรัก ฉันแค่อยากให้ฉันอยู่ในตารางของนายใหญ่พอ ๆ กับแรงก์” “งั้นเราเขียนมันลงไปด้วยกัน” เขาหยิบโทรศัพท์ เปิดปฏิทิน “ทุกวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือน ตั้งเป็น RIN DAY ห้ามเกม ห้าม ‘แป๊บเดียว’ ห้ามทุกอย่าง ถ้าลลิลอยากอยู่เงียบ ๆ ก็อยู่ ถ้าอยากกินบะหมี่ซองก็ได้” “แล้ววันนี้ล่ะ” เธอถามเบา ๆ “จะทำยังไงกับ วันนี้” ร่างสูงโปร่งวางโทรศัพท์ลง ขยับเข้ามาใกล้ แววตาไม่ล้อเล่นอีกต่อไป “อนุญาตให้โอมแก้ไขตอนนี้ได้ไหม ถึงมันจะออกมา ‘ไม่โรแมนติก’ ไปหน่อยก็เถอะ” ลลิลไม่ตอบตรง ๆ เพียงเลื่อนกล่องเค้กมาทางเขา “มีช้อนสองคัน” เขาถอนหายใจโล่งน้อย ๆ เหมือนผ่านประตูแคบ ๆ มาได้อย่างหวุดหวิด เขานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ช้อนเค้กคำเล็กส่งให้เธอ เธอตักกลับให้เขา การแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ ในคืนนี้ที่ควรจะสวยงาม แต่กลับ ธรรมดามาก ธรรมดาจนใจหน่วงหนึบ “โอมมีอย่างหนึ่งอยากให้ดู” เขาหยิบโน้ตบุ๊กพกพาจากกระเป๋าเปิดขึ้น เสียบแฟลชไดรฟ์ หมุนหน้าจอหันให้เธอเห็น เกมที่เขาเล่น ปรากฏล็อบบีส่วนตัวชื่อ RINverse มีฉากเมืองยามค่ำกลิตเตอร์พราว บนฟ้าไฟดิจิทัลเรียงเป็นคำว่า HBD RIN “โอมกับเพื่อนทำแผนที่เล็ก ๆ ให้ เป็นโหมดท่องฉาก ไม่มีศัตรู ไม่มีคะแนน แค่…ให้ลลิลเดินดูข้อความของโอมทีละจุด” เขาหัวเราะแห้ง ๆ “ตั้งใจจะเปิดโชว์ในร้านหลังอาหาร ว่าจริง ๆ แล้วเกมของโอมก็มีที่ว่างให้ลลิลเสมอ” ลลิลจ้องหน้าจอ ไฟดิจิทัลกะพริบสวย แท็กข้อความ พ็อปอัปเป็นรูปหัวใจปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวตั้งแต่วันที่เขาชงน้ำซุปแล้วเธอหัวเราะจนน้ำมูกไหล จนถึงสติกเกอร์คำว่า ทนหน่อยทูนหัว ชิ้นแรก เธอเม้มปาก ช่างเป็นของขวัญที่บอกว่าเขาคิดถึงเธอ แต่ก็ยังอยู่ในโลกของเขา “สวยนะ” เธอพูดจริง “แต่ฉันอยากมองหน้าคนจริง ๆ มากกว่าจอ” เขาปิดโน้ตบุ๊กลงช้า ๆ พลางพยักหน้า “โอเค โอมเข้าใจ” เงียบครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปที่ครัว เปิดตู้ เขย่าถุง แล้วเดินกลับมาพร้อม…เทียนเลข 2 กับ 9 สีพาสเทลที่แอบซ่อนอยู่ในถุงเล็ก “ตั้งใจจะปักบนเค้กในร้าน” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ “แต่…เราทำที่นี่ก็ได้ ถึงจะ…ไม่โรแมนติก” เขาปักเทียนสองเล่มลงบนเค้กช็อกโกแลตที่เพิ่งถูกตักไปเสี้ยวหนึ่ง ลมข้างนอกพัดม่านไหวเล็กน้อย เขาจุดไฟ แสงสีส้มสว่างขึ้นใหม่รอบสอง “ขอพรเถอะ” เขาบอกเบา ๆ “แล้วถ้าพรนั้นมีโอมอยู่ด้วยโอมจะถือว่าโชคดีมาก” ลลิลมองแสงเล็ก ๆ อีกครั้ง ความน้อยใจเบาบางลงจากการกระทำของคนตรงหน้า เธอพนมมือในใจ ขอให้ผู้ชายตรงหน้ากลับมาหาฉันก่อนเกมเสมอ ก่อนจะใช้มือโบกพัดเบา ๆ ให้เทียนดับ หยดเทียนไหลนิด ๆ ข้างเลข 9 “ขอโทษนะ ลลิล” โอมเอนศอก ค้อมตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาเข้มนิ่ง สั่นไหวเล็กน้อย “โอมจะพยายามให้เหลือคำนี้น้อยลงจนวันหนึ่ง…ไม่ต้องใช้มันเลย” “ลลิลจะดู ไม่ใช่รอ” เธอตอบ “ต่างกันนะโอม การ รอ ทำให้เวลาเราพัง แต่การ ดู ทำให้เราเห็นว่าคนตรงหน้าพยายามจริงไหม” เขายกยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่อกวน แต่แผ่ไออุ่นจนเธอใจสั่น “ให้โอมเริ่มจากคืนนี้เลย คืนที่ไม่โรแมนติก แต่โอมอยากทำให้มันเป็นคืนของเรา” “ลองดูสิ” เขาดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ แทนการนั่งฝั่งตรงข้าม วางคางกับหลังมือเหมือนเด็ก “งั้นข้อแรก กินเค้กชิ้นที่เหลือด้วยกันจนเลี่ยน” “ข้อสอง โอมล้างจานหนึ่งสัปดาห์ครึ่งตามกฎ ‘แป๊บเดียวเกินยี่สิบนาที’ และ แถมอีกสามวันสำหรับวันเกิด” “จำกฎเก่งดีนี่” เธอยิ้มมุมปาก “ข้อสาม ออกไปซื้อเทียนกลิ่นวานิลลาอีกเล่ม จุดให้ห้องหอมฟุ้ง แล้วเปิดเพลงที่ลลิลชอบ ไม่ใช่แชตร้องฮือฮา” “ข้อสี่-” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเบา ๆ “นั่งคุยกันว่าช่วงนี้ลลิลอยากเขียนอะไร อยากลองงานของรันไหม โอมยินดีเป็นคนอ่านคนแรกทุกฉบับ ถึงจะอ่านช้ากว่าเมต้าในเกมก็เถอะ” “ข้อห้าไม่มีเหรอ” เขายักไหล่ “ข้อห้า ให้โอมกอด เมื่อลลิลพร้อม” คนตัวเล็กหัวเราะ นั่นคือเสียงหัวเราะแรกของคืน “ผ่านทั้งหมด” เขาประทับจูบบนหลังมือเธอหนึ่งทีแบบสุภาพเกินคาด ก่อนลุกไปหยิบน้ำ เทียน และไล่ล้างจานขวดแก้วเล็ก ๆ ที่ใช้ตักเค้ก ระหว่างนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอปดิสคอร์ด เธอเหลือบเห็นนิ้วกดออกจากห้องแชตทีมสำหรับคืนนี้ พร้อมส่งข้อความในกลุ่ม โอม : คืนนี้ไม่ต่อ ขอโทษว่ะ หมอไอซ์ : อ้าว MVP จะหายไปไหน โอม : ไปอยู่กับ RIN DAY (ล่วงหน้า) เขาวางโทรศัพท์ลงโดยไม่รอคำตอบแล้วหันกลับมายิ้ม “ตั้งชื่อวันของเราไว้แล้วด้วย” “บอสใหญ่อนุมัติ” เธอแซวเบา ๆ หลังจากจานชามสะอาด เทียนพาสเทลหอมอบอวล เสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปกับสายลม โอมเอาผ้าห่มผืนบางมาคลุมหัวเข่าทั้งคู่ นั่งพิงโซฟาใกล้ ๆ กัน เขาไม่เร่ง ไม่แกล้ง ไม่ปากหมาเกินขอบ มีเพียงความพยายามเงียบ ๆ ที่เธอ เห็น จริง ๆ “รู้ไหมว่าทำไมลลิลถึงโกรธมาก” เธอถามในที่สุด “เพราะโอมทำให้ลลิลรู้สึกว่าไม่มีความสำคัญในวันที่ควรสำคัญที่สุด” เขาตอบทันที ราวกับคิดคำนี้มาระหว่างลงบันได “และเพราะโอมใช้คำว่า ทนหน่อยทูนหัว ไปในทางที่ผิด... ขอให้ลลิลอดทนแทนที่จะขอให้ลลิล มีตัวตน” เธอนิ่ง ก่อนส่งยิ้มจาง ๆ “งั้นตั้งแต่คืนนี้… ถ้านายจำเป็นต้องขอเวลา ให้พูดว่า เห็นลลิลอยู่ตรงนี้นะ แล้วตามด้วยเหตุผล ไม่ใช่แค่ ‘แป๊บ’ ที่ยืดได้ไม่รู้จบ” “รับคำสั่งครับ” เขายกมือเหมือนรับเควสต์ใหม่ “และสัญญาว่าจะไม่ทำให้ ‘วันเกิด (ไม่โรแมนติก)’ กลายเป็นคำสาปประจำปี” “ดีมาก” เธอหัวเราะ เวลาไหลไปอย่างเนิบช้า เค้กก่อนเล็กหมด เทียนใกล้ดับ เพลงวนไปเพลงที่เธอชอบตั้งแต่มหาวิทยาลัย โอมเอนหัวมาพิงไหล่เธออย่างระวัง เธอปล่อยให้เป็นแบบนั้น เวลาผ่านไปใกล้เที่ยงคืน เขาหยิบกล่องเล็กในถุงกระดาษขึ้นมา “ของขวัญ…ยังให้ได้ไหม” “เปิดดูสิ” เธอพยักหน้า เขาเปิดกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ ออก เป็นจี้เงินเส้นเล็ก ห้อยจี้รูปคอนโทรลเลอร์เกม แต่ มีหัวใจเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ตรงปุ่ม A สีขาวนูน เธอหยิบขึ้นมาดู แสงไฟสะท้อนวิบวับ “สัญลักษณ์ของการประนีประนอม” เขาเกาท้ายทอย“โลกโอมกับโลกลลิล โอมอยากให้มันมีสะพาน ไม่ใช่กำแพง” “สวยดี” เธอมอบคำชมที่ออกจากใจจริง “ช่วยใส่ให้หน่อย” เขาใช้เวลาหลายนาทีตอนเกี่ยวตะขอ มือใหญ่เก้งก้างทำงานจิ๋วไม่ถนัด เธอหัวเราะ กลิ่นน้ำหอมสะอาดของเขาอยู่ใกล้จนใจอุ่น เขาเกี่ยวสำเร็จในครั้งที่สองแล้วขยับกลับมายิ้ม “เข้าที่” เธอยกมือแตะจี้เบา ๆ “ขอบคุณนะโอม” “ขอบคุณที่ยังให้โอกาส” เขาตอบ “และสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดอีกครั้ง ทนหน่อยทูนหัว-” “คำนี้ไว้ใช้ตอนจำเป็นจริง ๆ” เธอเอ่ยแทรกพลางยกนิ้วขู่หยอก “ครับโอม” เขายอมง่าย ๆ อย่างที่ไม่ใช่โอมคนเดิมเมื่อเดือนก่อน เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ลลิลลุกไปดับเทียน กลิ่นหวานวานิลลาจางลง เธอกลับมาทิ้งตัวบนโซฟา โอมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้ แล้วขยับเข้ามาใกล้ทีละคืบ “กอดได้ยัง” เขาถามอย่างขอโอกาส ไม่ใช่ขออนุญาตเพื่อชนะ เธอพยักหน้า เขาโอบอย่างอ่อนโยน กอดนั้นไม่แน่นเกินไป ไม่หลวมเกินไป พอดีกับคืนที่ไม่โรแมนติกแต่ซื่อสัตย์ และในความเงียบที่แฝงความอบอุ่นนั้น เธอนึกขอบคุณ วันเกิด (ไม่โรแมนติก) ที่อย่างน้อย…ทำให้คนสองคนได้พูดคุยกันตรง ๆ ว่าต้องการอะไร และจะรักษาอย่างไร นอกหน้าต่าง เม็ดฝนพรำต่อเนื่อง เบาบางแต่ยืนยาวเหมือนคำสัญญาใหม่ของเขา ในห้องเล็ก ๆ นั้น มีคนสองคน กอดเกี่ยวกันแน่นพอให้รู้ว่า ครั้งหน้า ถ้าจะมีคำว่า ทนหน่อยทูนหัว อีก มันจะมาพร้อมสายตาที่ เห็นกันจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD