เสียงคลิกเมาส์และเสียงตะโกนของผู้ชายคนหนึ่งระหว่างคอลเกมดังขึ้นแทบทุกสองนาที…
“ไอ้เหี้ย! ยิงให้มันโดนสิวะ!”
“โห่…ไอ้สัตว์ จะตายอยู่แล้ว!!”
“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ กูแบกเองก็ได้!”
เสียงนั้นดังทะลุกำแพงห้องนอนออกมาจน ลลิล ที่นั่งทำงานอยู่ในห้องรับแขกอดที่จะถอนหายใจพรืดยาวไม่ได้ ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไรของวันแล้ว
“อีกแล้ว…” ฉันบ่นกับตัวเองลำพังเบา ๆ มือบางยังคงกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์บนโต๊ะเป็นจังหวะอย่างเบื่อหน่าย
ตอนนี้เกือบสามทุ่ม…
และนี่คือชั่วโมงที่โอม แฟนหนุ่มของฉัน ฮีกำลังเข้าสู่โหมด “โลกนี้ไม่สำคัญ ตอนนี้มีแค่เกมและทีมเท่านั้น”
เวลาสามทุ่มตรง… เหมือนตั้งนาฬิกาปลุกไว้ในหัว
เขาจะนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดที่จัดสเปกแรงสำหรับลุยศึกในทุกเกม พลางจัดท่าจัดทาง เตรียมอุปกรณ์สำคัญ มือหนาเอื้อมไปจับหูฟังที่มีแสงไฟนีออนสะท้อนแสงสีสวยมาครอบหู เตรียมลงสนามสู้รบกับเหล่าเกมเมอร์ออนไลน์
และหลังจากนั้นเวลาอีกสามสี่ชั่วโมง… เขาจะไม่หันมาสนใจเลยว่าโลกนี้จะมีแฟนสาวคนสวนอย่างฉันอยู่ด้วยหรือไม่
“ถ้าเกิดบ้านไฟไหม้นะ… ฉันเชื่อเลยว่าซีพียู คือสิ่งแรกที่เขาจะหิ้วหนีแทนที่จะหิ้วฉันออกมา”
ลลิลพึมพำ ก่อนจะยกกาแฟเมนูโปรดขึ้นจิบแล้ววางกระแทกโต๊ะลงแรง ๆ เพื่อระบายอารมณ์
ลลิลคบกับผู้ชายคนนี้มาปีกว่าแล้ว และรู้จักนิสัยของเขาดี เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่จีบเธอไม่เคยเปลี่ยน…
โอม เป็นผู้ชายที่รักในการเล่นเกมเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่สิ เรียกว่ามันคือ “ชีวิต” ของเขาเลยก็ว่าได้
เขาไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืน ไม่เจ้าชู้ ไม่ดื่ม ส่วนเรื่องสูบก็มีบ้างเวลาเครียด ไม่เคยมีปัญหาหรือยุ่งกับผู้หญิงอื่น จัดว่าเป็นคนอินโทรเวิร์ตก็ได้…
แต่เขาทุ่มเวลาเกือบทั้งหมดที่มียุ่งกับเกม ยุ่งแบบหนัก ถึงขั้นหนักมาก
“ใครเขาเล่นเกมหกชั่วโมงติดวะ…”
เสียงโห่ร้องอีกระลอกดังมาจากห้องนั้น
“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ สวย!! เฮ้ยทีมดีว่ะวันนี้”
“แม่งยิงอย่างเทพ!!”
ฉันทำได้เพียงเบ้ปาก เหลือบตามองบนจนแทบจะทะลุเพดาน ใจหนึ่งก็อยากเดินไปกระชากสายไฟออกจากปลั๊ก อีกใจก็รู้ดีว่า…ถ้าไปขัดจังหวะตอนนี้ มีหวังโดนดุจนบ้านแทบระเบิดแน่ ๆ
เพราะเคยผ่านมาแล้ว ผู้มีประสบการณ์ย่อมรู้ดีเสมอ
ย้อนกลับไป… ตอนนั้นฉันเดินเข้าไปตอนที่เขากำลังแข่งแรงก์
“โอมนอนได้แล้ว ปวดหัวอะ”
“ลลิล…ขอแป๊บหนึ่ง นี่มันแรงก์นะ ใครมันจะออกตอน กลางเกมวะ!”
น้ำเสียงของเขาตอนนั้นไม่ได้ดัง แต่มันจริงจังสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดจนหน้าฉันเริ่มยู่เป็นลูกหมา
“แรงก์บ้าอะไรสำคัญกว่าแฟนวะ” ฉันบ่นพึมพำหลังประตูท่ามกลางแสงไฟสลัวในค่ำคืนนั้น และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าเข้าไปขัดอีก
แต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดี…
ลลิลเหลือบมองนาฬิกาดิจิทัลตั้งโต๊ะแอลอีดีสีขาวที่วางบนโต๊ะข้างเตียง ปรากฏเวลา 21.45 น.
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เขายังไม่โผล่มาให้เห็นหน้าสักแวบหนึ่งเลย ไม่แม้แต่จะถามไถ่แฟนสักนิดว่าเธอกินข้าวหรือยัง วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม ทั้งที่เธอเพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ
“นายเล่นเกมได้…แต่ฉันก็มีสิทธิ์บ่นนะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะวางแล็ปท็อปแล้วหยัดกายลุกขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มอก
ฉันเดินไปหน้าห้องของเขา ห้องที่ตอนนี้แสงไฟนีออนสีม่วงกะพริบเล็ดลอดออกมาจากช่องใต้ประตูเหมือนอยู่ในยานอวกาศ
มือบางค่อย ๆ หมุนลูกบิด แล้วเปิดเข้าไปช้า ๆ โดยไม่ได้เคาะเป็นสัญญาณขออนุญาตใด ๆ “ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง” เสียงแชตเกมดังทะลุหูฟังทันที
“Rush! Rush! เฮ้ย โว้ยอย่าแย่งบัพกู!”
“เฮ้ย ไหวไหม!?”
“แบกทีม กูแบกทีม!!”
และที่สำคัญ… เขาไม่รู้เลยว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้
โอม ใส่หูฟังเต็มใบ เปิดระดับเสียงเต็มลิมิต มือขวากดเมาส์มือซ้ายวางบนคีย์บอร์ด ใบหน้าหล่อที่ปกติจะนิ่ง ๆ ตอนนี้ดูจริงจังสุดชีวิต เหงื่อเม็ดเล็กสีใสผุดบนขมับเล็กน้อยจากความตื่นเต้น ทั้งที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำแม่คะนิ้งจะขึ้นอยู่แล้ว
(นี่มันเกมหรือสงครามโลกครั้งที่สามกันแน่!)
“ตัวเอง…” เธอเรียกเสียงเบา เขาไม่ได้ยิน
“โอม!”
“……………” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
“โอม!!!”
“อะ... หา?” เขาหันมาแบบงง ๆ พลางขมวดคิ้วชนกันแทบจะเป็นโบ “ลลิล เรียกทำไมตอนนี้ เกมกำลัง…อยู่นี่”
“อ๋อ เหรอ… เกมกำลัง… งั้นก็เล่นไปสิ”
น้ำเสียงของร่างเล็กเริ่มมีน้ำโห ความเป็น ‘เมียกำลังจะปะทุ’
“ลลิลลลลล... อย่าเพิ่งงอนดิ อีกแป๊บเดียวจริง ๆ”
“เมื่อกี้พูดว่าอะไร อีกแป๊บเดียว แป๊บเดียวมาสามร้อยหกสิบห้าวันแล้วโอม!!” ฉันโวยขึ้นเบา ๆ แต่คิ้วเริ่มชนกัน
เขาหันกลับไปที่หน้าจอทั้งที่ไม่รู้เลยว่าคนข้างหลังเริ่มนับถอยหลังเตรียมจะระเบิด
“ทีมดีมากเลยวันนี้ ขออีกตาหนึ่งนะ สัญญา”
ใบหน้าหวานเบ้ปากแรง “อีกตาหนึ่ง? เมื่อคืนก็เพิ่งพูดคำนี้ด้วย”
“เมื่อคืนทีมกากไง แต่วันนี้ทีมดี” เขาพูดอย่างภูมิใจ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำตัวน่าหมั่นไส้สุดชีวิต
“ทีมดีไม่ดีเขาไม่รู้ เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขากำลังจะกลาย เป็นเมียโปรแกรมเกมอยู่แล้ว!!!”
“โอ๊ย ลลิล อย่าเพิ่ง… เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ บอสมาแล้ว บอสมาแล้ว!”
“ฮึ!” ฉันเปล่งเสียงในลำคอหนึ่งทีด้วยความรำคาญระคนหน่ายใจ ก่อนปิดประตู ปัง! จนห้องสั่นราวแผ่นดินไหว แฟนตัวดียังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหญิงสาวใบหน้าหวานเดินออกจากห้องมาแล้ว…
ห้าสิบนาทีต่อมา
ประตูห้องของลลิลถูกเปิดออก
“เมียจ๋า…” เสียงเรียกที่มาในโหมด ‘ง้อเมีย’ แบบแสนรู้
เธอที่นอนกอดหมอนข้างอยู่บนเตียง หันหลังให้เจ้าของเสียงอย่างไม่สนใจ
“ลลิล~” แฟนหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว พลางค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างระมัดระวังราวกับย่องเข้าถ้ำเสือ แต่จริง ๆ คือเมียโหดอยู่ในโหมดหัวร้อน
“อย่าเพิ่งมาง้อ เค้าไม่คุยกับนาย”
“ลลิลไม่อยากรู้เหรอ ว่าโอมแบกทีมไปได้ขนาดไหน”
“ไม่อยากรู้!”
“แต่โอม MVP นะ”
“โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย!!!” แฟนสาวหันกลับมาโวยสุดเสียง “นายจะเอาชัยชนะในเกมมาง้อเมียเหรอโอม!”
เขาหัวเราะเบา ๆ พลางขยับเข้ามาใกล้เจ้าของร่างที่นอนขดอยู่บนเตียงนอนนุ่ม
“โอมไม่ได้จะง้อด้วยเกมซะหน่อย โอมจะง้อด้วยคนเล่นเกมต่างหาก” กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา
“อย่ามาเล่นมุกนะ ลลิลยังโกรธอยู่”
“รู้…” หนุ่มใบหน้าคมสันโน้มตัวลง เอาคางเกยไหล่บางของแฟนสาว “แต่โอมก็รู้เหมือนกันว่า…เมียโอมใจอ่อนง่าย”
ลลิลกลอกตา “อย่ามาพูดจาแบบนี้นะ!”
“พูดอะไร? ก็พูดความจริงไง” น้ำเสียงเขาแผ่วต่ำลง “ที่รัก…โอมไม่ได้ตั้งใจจะละเลยที่รักเลยนะ โอมก็แค่…ติดเกม”
“นั่นแหละปัญหา!!!” ฉันหันมองสบตาเขา
เขายกมือขึ้นลูบโอมฉันเบา ๆ “โอเค โอมรู้… โอมจะพยายามลดเวลาเล่นลง”
“รู้ไหมว่าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”
“แต่ครั้งนี้โอมจะทำจริงนะเมียจ๋า”
“ลลิลฟังคำนี้มาร้อยรอบแล้ว”
เขาหัวเราะเบา ๆ “ก็เพราะโอมอยากให้ลลิลเชื่อใจโอมสักร้อยรอบน่ะสิ”
“………” ฉันเม้มปากแน่น ใจหนึ่งก็อยากโกรธให้ถึงที่สุด แต่อีกใจก็แพ้ความขี้เล่นของเขาทุกที
เขาเลื่อนมือมาจับแก้มฉันเบา ๆ “โอมรักลลิลนะ”
“พูดตอนนี้ก็ไม่ช่วยนะ!”
“แต่โอมก็ยังพูดอยู่ดี…” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก แล้วก้มลงจุมพิตหน้าผากแฟนสาวเบา ๆ
หัวใจของร่างเล็กเต้นโครมครามอีกครั้ง อย่างควบคุมไม่ได้ เจ้าของร่างกำยำมีอิทธิพลต่อเธอแบบนี้เสมอ… ปากหมา กวนตีน ขี้เล่น… แต่พออยู่ใกล้ ๆ แล้วใจเหลวละลายทุกที
“ตัวเองนี่…หึ” ฉันเบือนหน้าหนี “น่าหมั่นไส้ชะมัด”
“แต่ก็น่ารักใช่ไหมล่ะ” เขากระซิบใกล้หูจนฉันขนลุกซู่ ใบหูเริ่มขึ้นสีระเรื่อ
“อย่ามาทำเสียงแบบนี้นะ ลลิลจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด…”
“สายไปแล้วครับโอม เมียเขินแล้ว”
“โอม!”
เขาหัวเราะ ก่อนคว้าตัวฉันเข้ามากอดแน่นในอ้อมแขนแกร่ง “ขอโทษนะลลิล โอมจะพยายามให้มากขึ้นจริง ๆ นะ”
แม้เธอจะยังอยากงอนต่ออีกนิด…แต่ไอ้อ้อมกอดอุ่น ๆ แบบนี้ มันละลายความโกรธที่มีได้ทุกครั้ง
ก็ผัวเธอน่ะ…ไม่ใช่คนพูดหวาน แต่เป็นคนที่ ทำให้หัวใจสั่นได้ทุกครั้งที่ยิ้ม
“เฮ้อ… ก็เพราะแบบนี้ไง ถึงได้ทน…” เธอคิดในใจ
“แต่คืนนี้…” เขากระซิบใกล้หู
“อะไร?” เธอขมวดคิ้ว
“โอมขออีกตาได้ไหมครับ”
“โอม!!!”
เสียงตวาดแวดดังลั่นห้อง ก่อนที่เสียงหัวเราะของเขาจะดังแทรกขึ้นมา
สงครามประสาท “เกม VS เมีย”
เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง…