อารัมภบท

1370 Words
เสียงคลิกเมาส์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนใบหน้าคมเข้มของชายคนหนึ่งคิ้วเข้มขมวดเล็ก ๆ ขณะมือขวาขยับเมาส์ มือซ้ายกดแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว เขาคือ โอม ภูมิทัต มาดนิ่ง ขรึม ดูหยิ่งนิด ๆ และใครที่ไม่รู้จักเขาดีพอคงคิดว่าเขาเป็นคนเย็นชา แต่สำหรับคนที่รู้จักดีจริง ๆ อย่างฉัน… เมื่อใดที่เขาต้องอยู่กับแฟน จากเสือร้ายกลับกลายเป็นแมวขี้อ้อน และนอกจาก แฟน ก็มี เกม นี่แหละ ที่เขาติดเป็นชีวิตจิตใจ “โอม…” ฉันเรียกเขาเสียงอ่อนขณะเดินออกมาจากห้องครัวถือแก้วน้ำ แต่เขาไม่ขยับ ไม่ตอบ และไม่ปริปากสักคำ “โอม” ฉันลองเรียกอีกครั้ง พร้อมยืนเท้าเอวมองแผ่นหลังเขาที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟาดฟันศัตรูในเกมอย่างไม่ลืมหูลืมตา เหมือนเดิม... เงียบกริบ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้ยิน แต่เพราะ เขารู้…และตั้งใจจะเมิน แบบนี้ทุกวัน ทุกคืน และทุกครั้งที่เขาเข้าสู่ “โหมดเกมเมอร์” ส่วนฉันคือ ลลิล ลลิลดา สาวออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่รักการเขียนนิยายและอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ อาชีพเสริมคือ “คนบ่นผัวติดเกม” สถานะปัจจุบัน กำลังคบกับผู้ชายที่พร่ำบอกทุกวันว่ารักฉันมาก แต่ก็ไม่เคยวางเมาส์ก่อนตีสอง ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วง “คบศึกษาดูใจกันไปเรื่อย ๆ ถ้ารับความติสต์ของกันและกันได้ก็ไปต่อถึงขั้น...แต่งงาน” ซึ่งฟังดูดีใช่ไหม? แต่ในความจริงมันคือ… ช่วงทดสอบจิตใจว่าเมียอย่างฉันจะทนกับผัวติดเกมอย่างเขาได้นานแค่ไหน และใช่ค่ะ ความรักมันเป็นสิ่งสวยงาม เมื่อไม่ต้องแชร์มันกับเกมยิงปืนออนไลน์ที่เสียงเพื่อนในดิสคอร์ดดังพอจะปลุกคนได้ทั้งซอย ฉันนั่งลงบนโซฟาข้างหลังเขา หยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กที่พกติดตัวออกมา ปากกาสีดำจดลงบนหน้ากระดาษสีขาวสะอาด หัวข้อของบทความที่ฉันกำลังจะเขียนวันนี้คือ “วิธีอยู่รอดกับแฟนติดเกม โดยไม่ฆ่าเขาก่อน” ใช่ค่ะ ฉันกำลังเตรียมบทความลงเว็บและลงเพจส่วนตัว เกี่ยวกับชีวิตคู่กับเกมเมอร์หนุ่มรูปหล่อที่เป็นแฟนฉันในตอนนี้ หรือพูดให้ถูกคือ…บทความเพื่อเตือนตัวเองไม่ให้เอาหม้อฟาดหัวผู้ชายตรงหน้า เสียงในเกมดังขึ้นอีกระลอก “รีบฟื้นสิวะ สู้โว้ยยย!” “อย่าให้แม่งหนีไปนะ!” “โอมมมมม ยิงสิวะ!!” เสียงเพื่อนในดิสคอร์ดตะโกนแข่งกับเสียงปืนในเกม ฉันถอนหายใจยาวแล้วเขียนต่อ ข้อ 1: อย่าบ่นตอนเขาเล่นเกม ผลลัพธ์: เสียงดิสคอร์ดจะกลบเสียงบ่นของลลิล คำแนะนำ: บ่นในใจไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยตีกลางดึก ฉันยกยิ้มบาง ๆ ความรักมันก็แบบนี้ ไม่ใช่หวานทุกวัน แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้เรายังอยู่ข้างกัน ฉันไม่ได้ต้องการให้เขาเลิกเล่นเกม แค่หวังให้เขาหันมามองฉันบ้าง…ในบางครั้ง “โอม…” ฉันลองเรียกอีกรอบ คราวนี้เดินไปยืนข้างเก้าอี้เขา เขาถอดหูฟังออกนิดหนึ่ง “ว่าไงเมีย” “หิว” ฉันทำหน้านอยด์ เขาหันมาแวบหนึ่ง “ในครัวมีขนมนี่” “ฉันอยากกินของร้อน” น้ำเสียงงอแง พลางทำหน้ามุ่ย “รอก่อนนะ อีกแมตช์เดียว” คำว่า อีกแมตช์เดียว ของเขาแปลได้ว่าอย่างต่ำหนึ่งชั่วโมง ฉันเม้มปาก ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูเขาเบา ๆ “ถ้านายไม่ไปกินกับฉันนะ คืนนี้ฉันไม่ให้กอด…” เขาชะงัก มือที่กำลังจะกดเมาส์หยุดชะงักกลางอากาศ เขาเหลือบตามองนาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอ แล้วค่อย ๆ ถอดหูฟังออกเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตาย “เฮ้ยเพื่อน…กูออกก่อนนะ” เสียงแผ่วเอ่ยบอกเพื่อนในทีมอย่างอดเสียดายไม่ได้ แต่สีหน้าเริ่มซีเรียส “ไรวะโอม!!!!” “มึงจะทิ้งทีมแม่งเฉย ๆ งี้เลย??” “กะล่อนฉิบหาย เพิ่งไต่แรงก์มา-” “เมียเรียก” เขาพูดสั้น ๆ แล้วกดออกเกมทันทีท่ามกลางเสียงโวยวายในดิสคอร์ดที่กำลังปะทุ ฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ นี่มันโอมคนที่ฉันรู้จักจริงเหรอ? เขาหันหน้ามาหาฉันมองสบเข้าอย่างจัง พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉันทั้งรักทั้งหมั่นไส้ “ไปกินข้าวกัน” เขาพูดเสียงนุ่มเหมือนกำลังชวนไปเดตที่ห้องอาหารหรูหราในโรงแรมห้าดาว “…นี่นายยอมออกเกมเพราะฉันจริง ๆ เหรอ?” “เพราะเมียงอนเท่ากับหายนะไง” เขายักคิ้ว “แล้วผัวจะอยากนอนตายกลางดึก เพราะเมียไม่ให้กอดไหมล่ะ” ฉันรู้สึดร้อนวาบที่ใบหน้ากะทันหันแก้มป่อง ๆ ขึ้นสีแดงก่ำชัดเจน ก่อนสะบัดหน้าซ่อนความเขินอายที่มีแล้วเดินไปหน้าประตู เขารีบเดินตามหลังมาติด ๆ ระหว่างเดินมือเขาก็เอื้อมมาจับมือฉันอย่างไม่คาดคิด “มือเย็น” เขาพึมพำ “…หนาวเหรอ” “ไม่ได้หนาว” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว “แค่หงุดหงิดเกมนายเฉย ๆ” “โอ๋” เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู แล้วยกมือฉันขึ้นริมฝีปากหนาค่อย ๆ สัมผัสลงจุมพิตเบา ๆ บนหลังมืออย่างอ่อนโยน “งั้นผัวปรับให้” “จะปรับอะไร” “จากโหมดเกมเมอร์ เป็นโหมดผัวเลี้ยงเมีย” “ไม่มีเมนูนั้นในชีวิตจริงหรอก” “มีสิ นี่ไง” เขายิ้มแล้วเปิดประตูให้ฉัน “เวลาของเมีย... เริ่ม” ฉันยืนมองหน้าเขาอยู่หนึ่งวินาที หัวใจเต้นแบบบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพราะเขาชวนไปกินข้าว แต่เพราะผู้ชายที่เคยเลือกเกมมาก่อน…วันนี้เขาเลือกฉัน เสียงดิสคอร์ดยังดังลอดออกมาจากห้องเกม “โอมมมมมม กลับมาก่อนนนน!” “พวกกูโดนยิงยับเลย!!!” “มึงเลือกเมียใช่ไหม!!!?” เขาหันไปพูดผ่านประตูห้อง “ใช่ครับ โอมเลือกเมีย” แล้วปิดประตูลงอย่างภาคภูมิใจ ฉันหัวเราะทั้งน้ำตาคลอ เพราะคำพูดที่เขาเคยบอกฉันในวันที่เราทะเลาะกันหนัก ตอนนั้นเขาบอกว่า “โอมไม่ได้รักเกมมากกว่าเมีย…แค่เมียไม่เข้าใจเกมโอม” แล้ววันนี้อะไรล่ะ? วันนี้เขาไม่ได้ทิ้งเกม แต่เขาเลือกจะ “ไม่ปล่อยมือฉัน” เมื่อฉันเรียกหา และนั่นมันก็มากพอแล้ว ฉันมองเขาเดินนำไปสองก้าว ชายสวมเสื้อยืดสีดำธรรมดา โอมยุ่ง ๆ ของคนที่เล่นเกมจนดึก แต่หัวใจอุ่นที่สุดในโลก เขาหันมามองพลางยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ “ทนหน่อยนะทูนหัว…ผัวติดเกม” ฉันส่ายหัว ยิ้มจนแก้มจะแตก ปากจะฉีกถึงหู ทนเหรอ? อาจไม่ใช่คำที่ถูกสำหรับความรู้สึกตอนนี้ เพราะแท้จริงแล้ว… ฉันไม่ได้ “ทน” ฉันกำลัง “รัก” รักผู้ชายธรรมดา ๆ ที่พยายามเรียนรู้จะรักฉันให้เป็น เหมือนฉันเรียนรู้ที่จะรักโลกของเขาเช่นกัน บางทีความรักไม่ได้มีแค่รูปแบบหวานฟุ้งเหมือนในหนัง แต่เป็นแบบที่ทะเลาะกัน บ่นกัน งอนกัน แต่สุดท้าย…ก็เดินไปด้วยกันอยู่ดี เพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เข้าใจทุกอย่าง แต่เราคือคนสองคนที่เลือก “พยายาม” เพื่อกันและกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเรา… ผัวติดเกม × เมียขี้งอน กับความรักวุ่น ๆ ปนหวาน ที่ทั้งหัวร้อน และหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกัน เรื่องราวที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่จริงที่สุดในโลกของเรา Love isn’t perfect. It’s patient. It’s effort. And sometimes… มันคือการแย่งคีย์บอร์ดจากผู้ชายที่ลลิลรักมากที่สุดด้วย เอาละ.... เกมเริ่มแล้ว ไม่ใช่ในจอ แต่เป็นในใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD