สี่ทุ่มสิบห้า
แกรก ประตูห้องโอมเปิดออกพร้อมเสียงเท้าเบาก้าวอย่างระแวดระวัง “ลลิล...”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ แววตานิ่งอย่างควบคุม “จบยัง”
“จบแล้ว โอม MVP-” เขาชะงักเมื่อเห็นหน้าร่างบางตรงหน้า “เอ่อ… ขอโทษ”
“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ” น้ำเสียงลลิลเรียบนิ่งดูเฉยชาจนน่ากลัว
“ที่ผิดสัญญา… แต่ทีมมันขาดโอมไม่ได้จริง ๆ” ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ ยกมือเกาศีรษะอย่างรู้สึกผิด “โอมรีบสุด ๆแล้วนะ”
“รีบ?” ลลิลหัวเราะในลำคอ “รีบจนเทียนดับ อาหารเย็นชืด บราวนี่แข็ง ขอบคุณนะ”
เงียบ… มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่กำลังทำงาน
เขามองโต๊ะอาหาร เห็นเทียนที่เหลือแค่ก้อนไขมัน เอียงคอเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตระหนักว่าคนตรงหน้าเตรียมทุกอย่างไว้ขนาดไหน “ลลิล โอม-”
“นายจะพูดว่าอะไรต่อดีล่ะ” เธอวางส้อมลงเบา ๆ “ว่าเกมก็แค่คืนนี้ ว่าทีมต้องครบ ว่าเป็นไฟนอล ว่าแป๊บเดียว ว่าเดี๋ยวจะชดเชย… ฉันท่องได้แล้วนะประโยคพวกนี้”
“งั้น…โอมจะไม่พูดซ้ำ” เขาเงียบไปชั่วครู่ ริมฝีปากเม้มแน่น “โอมผิด โอมเห็นแก่ตัว โอมทำลลิลผิดหวัง”
ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำนี้ตรง ๆ จากปากผู้ชายอย่างเขา พลางเม้มปาก ใจเจ้ากรรมนุ่มลงชั่ววูบ แต่ก็รีบตั้งกำแพง “รู้ก็ดี งั้นฟังฉันด้วย”
เขาพยักหน้า
“ฉันไม่ได้ห้ามนายเล่นเกม” ลลิลพูดชัดถ้อยชัดคำ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่นายต้องรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง ถ้าบอกว่าจะมากินข้าวด้วยกัน ก็มา ถ้าจะเลื่อนก็เลื่อนก่อนที่อาหารจะเย็นชืด ไม่ใช่ให้ฉันต้องมานั่งเดาเวลาอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ว่าแป๊บเดียวนี่มันกี่โมงกี่ยามกันแน่”
เขาหลุบตาลงต่ำ “ครับ”
“และอย่าใช้คำว่า ‘แป๊บเดียว’ อีก ถ้าไม่รู้จริง ๆ ว่ามันนานแค่ไหน”
“ครับ” คราวนี้เสียงเขาเบากว่าเดิม
ลลิลมองหน้าชายหนุ่มตรง ๆ “ฉันไม่อยากแข่งกับเกมของนาย เพราะมันไม่แฟร์ ฉันเป็นคน มีความรู้สึก ไม่ใช่ระบบสะสมแต้ม เก็บสกิล ไต่แรงก์ ห่าเหวอะไรนั่น”
ชายหนุ่มชะงัก ดวงตาคมที่มักนิ่งกลับสั่นวูบ เขาสูดลมหายใจยาว ก้าวเข้าใกล้หนึ่งก้าว “โอมจะไม่ให้ลลิลต้องแข่งกับอะไรอีกแล้ว”
“พูดง่ายเนอะ” ฉันเอ่ยพลางเลิกคิ้ว
เขาถอนใจ “ทำยาก…แต่ทำได้ ถ้าลลิลช่วยตั้งกฎให้โอมหน่อย”
หญิงสาวกะพริบตา ไม่คาดคิดอีกเหมือนกันว่าชายหนุ่มที่มีแต่เกมในชีวิตจะยอม “กฎ?”
“ใช่” เขาพยักหน้า “บอกมาเลย โอมจะเซตในคาเลนดาร์ผูกกับนาฬิกา ตั้งเตือน ล็อกอินแอปฯ จะให้สาบานต่อหน้าบอสในเกมก็ได้”
เขาพยายามยิ้มกวนตีนตามสไตล์ แต่ต้องหุบยิ้มลงในทันใดเมื่อเห็นเธอยังนิ่งเงียบ “โอเค ไม่เล่นมุก”
ลลิลเม้มปากครุ่นคิด “หนึ่ง ศุกร์ที่สองของเดือนคือ ‘เดตไนต์’ ห้ามเกม ห้ามดิสคอร์ด ห้ามแอบหยิบมือถือดูผลแมตช์”
“รับทราบ” เขาผงกหัวรัว ๆ “ล็อกเครื่อง ปิดเน็ตให้เลยก็ได้”
“สอง ถ้ามีแข่งด่วน บอกก่อนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ถ้าบอกไม่ได้ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ‘ยกเลิกแข่ง’ หรือ ‘ยกเลิกฉัน’”
เขาเบิกตาโพลง “เฮ้ย ไม่เอาอันหลังดิ”
“ก็เลยต้องทำอันแรก” เธอจิกตา
เขารีบพยักหน้า “อันแรก อันแรกแน่นอน”
“สาม ถ้า ‘แป๊บเดียว’ เกินยี่สิบนาที ถือว่าผิดสัญญา ต้องชดเชยด้วยการ…ล้างจานหนึ่งสัปดาห์เต็ม และทำ อาหารเช้าส่งถึงเตียงสองครั้ง”
เขาถลึงตา “โหดไปไหม”
“หวานไปด้วยซ้ำ”
เขาหลุดหัวเราะ หัวเราะที่ปนโล่งอก “ตกลง”
แฟนสาวพยักหน้า เอนหลังพิงเก้าอี้เล็กน้อยด้วยท่าทีที่เหนือกว่า “นี่ไม่ได้แปลว่าฉันหายโกรธเลยนะ”
“รู้” เขาขยับเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม สองมือวางบนโต๊ะ เหมือนคนพร้อมรับคำตัดสิน “ให้โอมชดใช้ตอนนี้เลยได้ไหม”
“ยังไง” คนตัวเล็กเลิกคิ้ว
เขาชี้ไปที่สปาเกตตีตรงหน้า “เริ่มจากกินด้วยกัน ถึงมันจะเย็นแล้วก็เถอะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้โอมจะทำใหม่ สูตรเดิมนี่แหละ แต่โอมจะเข้าครัวเอง”
“นาย?” ลลิลขมวดคิ้ว “ทำได้?”
“ได้ดิ” ว่าที่พ่อครัวคนใหม่ยืดอก “ไม่ได้ก็ต้องเรียนรู้…เพื่อเมีย” เขาผิดจังหวะเอง พลันเห็นสายตาเธอ “เพื่อแฟนครับ เพื่อแฟน”
ลลิลกลอกตา แต่มุมปากเผลอยกขึ้นนิด ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “นั่งสิ หิวอยู่เหมือนกัน”
เขาคว้าส้อมก่อนตักชิมคำแรก แล้วร้อง “อื้อฮือ ถึงจะเย็นชืดแต่ยังอร่อย โอมผิดไปจริง ๆ ที่ไม่มากินตอนร้อน ๆ”
“รู้ก็ดี” แฟนสาวพูด แต่แววตาคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ระหว่างกินเมนูโปรด เขาพลางเล่าให้ฟังว่าเกมแมตช์วันนี้ตึงยังไง ใครหลุด โค้ชดุแค่ไหน ฉันฟังครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ก็พยักหน้ารับบ้าง เพราะลึก ๆ ลลิลรู้ว่าเกมคือสิ่งที่ทำให้แววตาเขาเป็นประกาย แววตาแบบเดียวกับตอนโอมมองเธอ ถ้าไม่ติดว่าสวมหูฟังเต็มใบนะ
เมื่อสปาเกตตีคำสุดท้ายหมดลง พ่อหนุ่มเกมเมอร์วางส้อมลง ก่อนเงยหน้าขึ้น “บราวนี่ได้ไหม”
ลลิลส่ายหน้า “อย่าเพิ่ง เดี๋ยวฉันอุ่นให้ พอดีความโกรธมันทำให้อยากกินหวานน้อยลง”
โอมส่งยิ้มจาง ๆ “งั้นขอชดใช้ด้วยอย่างอื่นก่อน”
“อะไรอีกล่ะ” ฉันแสร้งทำเสียงห้วน
ชายหนุ่มลุกไปที่ครัวก่อนจะหยิบถุงขยะ เปลี่ยนถุงใหม่ ต่อด้วยล้างจานทั้งหมดอย่างตั้งใจ เสียงน้ำไหลกับจังหวะฟองสบู่กลิ้งบนจานฟังดูสงบกว่าทุกครั้ง ลลิลทำเพียงยืนกอดอกพิงผนังห้องมองคนกำลังชดใช้ความผิดอยู่เงียบ ๆ
ผู้ชายตัวโตกวนตีน ปากหมา ติดเกม…กำลังยืนล้างจานด้วยท่าทีจริงจังเหมือนตอนฆ่าบอสในเกม
ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันอ่อนปวกเปียกลงอีกแล้ว
เขาหันมาเจอพอดี “อะไร ทำไมยืนมองแบบนั้น”
“ดูว่าล้างเป็นไหม”
“ก็ล้างให้เมี- เอ๊ย แฟน ง่าย ๆ สบายอยู่แล้ว” เขาแก้คำแทบไม่ทัน
ลลิลส่ายหน้าพลางยิ้มมุมปาก “อย่าทำให้ฉันใจอ่อนบ่อยนักสิ”
หนุ่มตัวโตยิ้มกลับ “โอมตั้งใจทำให้ใจลลิลอ่อนจนกดโกรธไม่ติดเลยต่างหาก”
“ปากดี”
“แต่ใจจริง” เขาทวนประโยคเดิม รอยยิ้มไม่กวนเท่าทุกครั้งแต่กลับเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นกว่าเดิม
เกือบห้าทุ่ม อารมณ์คุกรุ่นถูกกวาดต้อนให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน คนตัวเล็กอุ่นบราวนี่ กลิ่นช็อกโกแลตลอยฟุ้งอบอวลทั่วห้อง แฟนหนุ่มตามมาเย้าแหย่ถึงในครัว คอยกระซิบข้างหูจนเธอต้องดุ “อย่าเข้ามาใกล้” ทั้งที่หน้ายังแดงระเรื่อ
เรานั่งกินบราวนี่ด้วยกันที่ระเบียงห้อง สายลมรอบดึกพัดเอื่อย ๆ แสงไฟของบรรยากาศยามค่ำคืนใจกลางเมืองกะพริบเป็นจุดสวยงาม ลลิลวางจานลงบนตัก “โอม”
“ครับ”
“คราวหน้า…ถ้าคิดว่ามัน ‘สำคัญ’ จนเลื่อนลลิลไม่ได้ก็บอกกันตรง ๆ ก่อนนะ มันเข้าใจง่ายกว่าการต้องมานั่งรอโดยไม่รู้เวลา ไม่รู้จุดหมาย”
เขาพยักหน้ารับ “โอเค จะบอกก่อน จะตั้งเวลา จะไม่พูดคำว่าแป๊บถ้าไม่แปลว่ายี่สิบนาทีจริง ๆ”
ลลิล “อืม” เบา ๆ ก่อนเม้มริมฝีปาก “แล้วคืนนี้…จะเล่นต่อไหม”
เขาชะงัก พลางมองสบใบหน้าสวยหวานเหมือนกำลังวัดความเชื่อใจ “ทีมโอมชวนต่ออีกเซต ...แต่-”
เธอยกมือขึ้นคล้ายเป็นการห้าม “ไม่ต้องบอกว่าทีมต้องครบ ฉันรู้แล้ว นายเลือกเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมเพียงสองวินาทีที่ยาวนานเกินไปสำหรับคำว่า “คืนวันศุกร์”
โอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ปรากฏแชตทีมเด้งกระหน่ำ “มา ๆ” เต็มไปหมด เขาตอบกลับเพียงสั้น ๆ ลงไป
โอม : กูไม่เข้าดิสนะ คืนนี้พอก่อน
แล้วหมุนหน้าจอให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ดู ลลิลเลิกคิ้วไม่ใช่เพราะอยากพิสูจน์ แต่อยากรู้ว่าเขาทำจริงไหม ซึ่งเขาทำจริง
“แน่ใจนะ” ลลิลถาม
“แน่ใจ” เขาวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ “โอมมีเดตไนต์ฉุกเฉิน กำหนดเอง ณ ตอนนี้”
“ใครอนุมัติ” คนตัวเล็กแกล้งขมวดคิ้ว
“บอสใหญ่ของโอม” หนุ่มหน้าคมเอียงหน้าเข้ามาใกล้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองสบอย่างตั้งใจ “คนที่นั่งตรงหน้า”
หัวใจฉันเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่ กระแอมเบา ๆ “เอาบราวนี่ไปเพิ่มอีกชิ้น แล้วไปเปิดหนัง…ห้ามแอบหยิบมือถือ”
“รับคำสั่งครับ” เขายืนขึ้นทำท่าตะเบ๊ะตลก ๆ จนฉันหลุดหัวเราะ
หนังเริ่มฉายบนหน้าจอสมาร์ตทีวีขนาดหกสิบห้านิ้ว ลลิลนั่งพิงหมอน ส่วนโอมนอนเอนหัวบนตักนุ่มของฉัน พลางห่มผ้าห่มไว้หลวม ๆ ความเงียบที่ครั้งหนึ่งเคยอึดอัด กลับอบอุ่นอย่างประหลาด
ระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังดำเนินไป โทรศัพท์ของหนุ่มบนตักสั่น เขายกขึ้นดูแล้วกดปิดเงียบ ส่งยิ้มแหย ๆ ให้เจ้าของตักนิ่มโดยไม่พูดอะไร
ลลิลไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงลูบโอมเขาเบา ๆ หนึ่งที ท่าทีที่ทำเองยังแอบตกใจว่าไปเอาความอ่อนโยนแบบนี้มาจากไหน
“โอมจะติดเกมให้น้อยลง” เขาพูดไม่ดังไม่เบา “แต่จะติดลลิลให้มากขึ้น”
ฉันคว้าหมอนทุบไหล่เจ้าของประโยคเมื่อครู่เบา ๆ “ปากดี”
“แต่ใจจริง” เขาทวนเป็นรอบที่สามของคืน
ฉันส่ายหน้า “โอเค…ให้ผ่านหนึ่งคืน ถ้ายังทำได้แบบนี้ต่อไป ฉันจะพิจารณาลดโทษ”
“โทษอะไร”
“โทษคนผิดสัญญา” ฉันยักไหล่ยียวน “แต่ถ้าทำได้ดี อาจมีรางวัล”
หนุ่มหล่อตรงหน้าตื่นเต้นก่อนเงยหน้าขึ้นทันที “รางวัลอะไร”
“ยังไม่บอก” ลลิลทำปากจุ๊บใส่อากาศแบบกวน ๆ ก่อนหัวเราะคิกคักเป็นการเย้าแหย่
คนตัวโตเริ่มหน้ามุ่ยทำท่าจะงอแง แต่สุดท้ายก็ยอมเอนหัวกลับที่เดิม “งั้นโอมจะเก็บแต้มอีกเยอะ ๆ”
“นั่นล่ะ เกมที่ลลิลยอมให้เล่น คือเกมเก็บแต้มความรัก” ฉันเอ่ยช้า ๆ เหมือนกลัวคำพูดจะหายไปกับลม
คนบนตักไม่ตอบ ทำเพียงปรายยิ้ม ยิ้มแบบที่ฉันแพ้เสมอ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ยิ้มเพื่อกวนให้หน้าแดง มันเป็นยิ้มที่รับปาก ยิ้มของคำสัญญา
ก่อนหนังจะเข้าช่วงสุดท้าย ลลิลผล็อยหลับโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเพียงแค่อ้อมแขนอุ่น ๆ ยกฉันขึ้นเบา ๆ “โอ๊ย หนัก” เจ้าของแขนแกร่งแกล้งบ่น
“ใครหนัก” หญิงสาวในอ้อมแขนตอบงัวเงีย
“หัวใจโอมแหละ หนักไปด้วยความผิด” ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ตอนวางฉันลงบนเตียงนุ่ม “เดี๋ยวพรุ่งนี้โอมทำสปาเกตตีชดใช้”
“อย่าลืม…ตั้งคาเลนดาร์” คนตัวเล็กพูดตาปรือ
“ตั้งแล้ว” เขาชูโทรศัพท์ให้ดู พร้อมบล็อกสีชมพูชื่อ Date with ลลิล ห้ามเกม ห้ามแป๊บเดียว อยู่ทุกศุกร์ที่สองของเดือน
“ดี” ฉันยกยิ้มบาง ๆ ก่อนหลับตาลง “คืนนี้…ผ่าน”
คนตัวโตก้มลงจูบหน้าผากฉันเบา ๆ แล้วกระซิบ“ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน”
ไฟห้องดับลง คอนโดมิเนียมกลับสู่ความเงียบ สักพักเขาหยิบโทรศัพท์เปิดดิสคอร์ดขึ้นมา ไม่ใช่เพราะจะเล่น แต่เพื่อพิมพ์ไปหาเพื่อน
โอม: โอมไม่ลงแรงก์วันศุกร์ที่สองนะ เดตไนต์
หมอไอซ์: โอ๊ยยย ไอ้โอมมันมีเมียว่ะะะะะะะะ
โอม: ไม่ใช่เมีย ยัง อย่าเพิ่งล้อ เดี๋ยวเขาหนี
หมอไอซ์: ฮ่า ๆ ๆ ๆ
คนตัวโตปรายยิ้ม ก่อนวางโทรศัพท์ ปิดเสียงทุกแอปฯแล้วขยับไปนอนข้างลลิล เอื้อมมือไปจับปลายผ้าห่มคลุมให้จนถึงอก
หัวใจเงียบสงบ ไม่ใช่เพราะชนะเกม แต่เพราะรู้วิธีชนะใจคนสำคัญ
และในความมืดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของลลิลสว่างวาบหนึ่งครั้ง ชื่อที่โผล่ขึ้นมาคือ รัน แต่ข่าวดีสำหรับคืนนี้คือ…เธอไม่เห็น
เกมอาจยังมีต่อในวันหน้า
แต่ศุกร์นี้ เขายอมแพ้ให้เธอ