ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของแววตาสีดำเข้มสาวเท้าหนาออกจากลิฟต์ ตรงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล กระทั่งมาถึงรถคันหรูก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่ง นัยน์ตาคมดุดันเหลือบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงตัวยาวสีดำ เธอนั่งซึมเป็นคนสติหลุดอยู่เบาะข้างคนขับ
เธอคือ ‘ชลิตา พงศ์พันธนาเทพ’ หญิงสาววัย 22 ปี ภายใต้ใบหน้าสวยหม่นหมองด้วยความเจ็บปวด ขอบตายังคงบวมแดงจากการร้องไห้มาอย่างหนักจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
หลังแลกเปลี่ยนตัวประกัน รถคันของก่อเกียรติและชลิตาแล่นออกมา ชลิตารู้ว่าพ่อของตัวเองติดต่อให้กฤตินมารับก่อนปล่อยเธอลงกลางทาง จากนั้นรถของคุณพ่อแล่นไปไม่ทันไรก็ถูกคนของพี่อินทรีประกบยิง ทำให้ทุกคนบนรถตาย ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
เธอสูญเสียพ่อของเธอ... เพราะนิสัยของเธอเอง ความรัก ความอยากได้ ความอยากครอบครอง ทุกอย่างเริ่มจากเธอ
พี่อินทรี ผู้ชายที่เธอรักมาโดยตลอด เป็นผู้ชายที่อยู่ในใจเธอมาตั้งแต่วัยเด็ก ทำไมเขาถึงโหดร้ายกับเธอได้ขนาดนี้กันนะ เพราะผู้หญิงคนนั้น ‘พราว’ ศัตรูหัวใจที่เธออิจฉาริษยามากถึงที่สุด
พราวแย่งคนรักเธอไป
พราวแย่งความรักเธอไป
พราวแย่งตำแหน่งเธอไป
พราวพรากทุกอย่างไปหมด มากกว่านั้นความเจ็บปวดที่สุดคือสายตาและคำพูดจาแสนร้ายกาจของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ
พี่อินทรีเกือบจะฆ่าเธอตาย
‘พี่อินทรีทำแบบนี้กับลิตาทำไมคะ’
‘เป็นเพราะพ่อเธอจับเมียฉันไป!’
‘พี่อินทรีก็เลยจับลิตามางั้นเหรอ!’ ในตอนที่ชลิตาถูกจับตัวไปนั้นก็เป็นเพราะฝ่ายของเธอเริ่มก่อน แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดก็ตาม แต่ความอิจฉา ความโกรธมันได้ครอบงำ
‘ถ้าคุณพราวตายล่ะ พี่จะหันมามองลิตาบ้างรึเปล่า!’ เพราะถ้อยคำนี้ สิ่งที่ชลิตาได้รับคือรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวจึงก้มหน้าหลบสายตา ความกลัวกัดกินไปถึงข้างในจนเผลอกัดปากตัวเองเลือดไหล กระทั่งฝ่ามือหนาจับปลายคางมนเชยใบหน้าสวยเปื้อนน้ำตาขึ้นไปสบตา
‘มึงกล้าแช่งเมียกูงั้นเหรอ!’ น้ำเสียงเยือกเย็นพร้อมด้วยคำหยาบคายสาดใส่หน้าหญิงสาว
ทำเอาใจชลิตาแตกสลายลง เธอได้พบกับสายตาเหี้ยมโหดที่จ้องจะฆ่าเธอ ฝ่ามือหนาเลื่อนลงบีบคอเล็กแน่น แววตาอำมหิตของเขาทำเอาหญิงสาวแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเกิดอาการหายใจไม่ออกจริงๆ เพราะลำคอถูกบีบรัดแน่น
‘แค่กๆ’ ใบหน้าหญิงสาวซีดเผือด มือไม้เย็นเฉียบสั่นเทาขยับทุบตีใส่ร่างหนาเป็นพัลวันเมื่อได้พบความทรมานและพบพานกับประตูสู่นรกที่อินทรีกำลังจะลากลงไป
เธอหายใจไม่ออกและตาเหลือกโพลง หากสายตาของเขายังคงมีความเลือดเย็นแถมกำลังยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
‘ไอ้อินทรีพอ!’ เป็นเสียงเพื่อนของเขาห้ามอยู่หลายครั้ง
‘ไอ้อินทรีหยุด! ถ้ามึงทำน้องเขาตาย คุณพราวจะไม่ปลอดภัยนะเว้ย!’ นั่นทำให้เธอรอดตายไปได้
‘ถ้าพราวเป็นอะไร มึงก็จะเจ็บมากกว่านี้!’ แต่ถึงอย่างนั้นก็พ่นเสียงข่มขู่ก่อนคลายมือออกอย่างรวดเร็ว
‘พี่กล้าทำลิตาเหรอคะ ลิตาท้องอยู่นะ’ น้ำเสียงหวานอ่อนแรง น้ำตาไหลพรากอีกครั้ง เขาจะกล้าทำร้ายเธอทั้งๆ ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เหรอ
จะไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือไง
‘พราวก็ท้อง ...ท้องลูกของกู!’
‘คุณพราวท้อง...’
เธอก็ท้อง...
ท้องลูกของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในตอนนี้
กฤติน!
ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเกิดจากความผิดพลาดของเธอแต่เป็นความตั้งใจของเขา ชลิตารู้ว่าตัวเองถูกมอมเหล้า เธอไม่มีสติปล่อยร่างกายให้เสพสุขไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมีครั้งแรกมันก็ย่อมมีครั้งที่สอง สาม... จนเธอท้อง
“เด็กคลอดเมื่อไหร่ เธอจะเป็นอิสระจากฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็น เขารู้ว่าถ้าหากชลิตาอยู่ไทยอินทรีจะต้องตามล่าเอาชีวิตแน่นอน เขาเลยจะพาเธอไปอยู่ที่ต่างประเทศแทน
“ปล่อยฉันเถอะ ให้ฉันไปตายเถอะ” ชลิตาหันใบหน้าเปื้อนน้ำตามามองชายหนุ่ม
“ฉันรู้ว่าเธออยากตายตามพ่อเธอไป แต่เธอจะฆ่าลูกฉันไม่ได้”
“ลูกที่ไม่ได้เกิดจากความรัก ทำไมคุณถึงต้องการนักหนา”
“ก็นั่นลูกฉัน! สายเลือดฉัน!”
“ฉันเกลียดคุณ!” ชลิตาตวาดขึ้น แม้แต่เขาก็ยังต้องการแค่ลูก ชีวิตเธอไม่มีใครต้องการเลยรึไง! นอกจากคุณพ่อคนเดียวที่เพิ่งจากไป
“ฉันก็เกลียดเธอไม่น้อย” เสียงทุ้มตอบกลับ
“เราทั้งคู่ต่างเกลียดกัน ถ้างั้นปล่อยฉันเถอะ” ชลิตาปลดเข็มขัด มือคว้าประตูจะเปิด หากก็โดนฝ่ามือหนาล็อกเอาไว้ พร้อมจูบที่มอบลงมาขยี้ริมฝีปากของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
“ไม่! เธอต้องอยู่กับฉัน แล้วเกลียดฉันไปจนตายแล้วกัน!” สิ้นเสียงทุ้มกฤตินก็เปิดลิ้นชักหยิบเอากุญแจมือสีเงินมาล็อกไว้บนข้อมือเล็ก ก่อนจะใช้อีกข้างล็อกไว้กับตัวเอง
“คุณกฤติน!”
“…” ชายหนุ่มไม่สนเสียงโวยวาย เขาขับรถออกไปทันที เป้าหมายคือสนามบิน