“อยู่กินกันไปก็รักกันเองนะลูก” มารดาของลัลรดาบอกขณะรดน้ำสังข์ลงไปบนมือสองข้างของหญิงสาวที่พนมอยู่แบบขอไปที
หยดน้ำใสที่ไหลรินรดมือของลัลรดาไม่อาจทำให้หญิงสาวสงบใจลงได้เลย ตรงกันข้ามราวกับว่าน้ำไหลเย็นที่ผ่านมือของหล่อนนั้นคือน้ำร้อนที่พร้อมจะลวกมือของหญิงสาวได้ทุกเมื่อ
ดวงตาคู่กลมโตของลัลรดาเหลือบมองร่างอันผอมบางของมารดาที่เดินย้ายไปรดน้ำสังข์ให้ภูธนินจ์ เจ้าบ่าวที่กำลังทำหน้าสงบนิ่งไร้ปฏิกิริยาใด ๆ
“ขอบคุณครับคุณแม่” เสียงเข้มดังออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของชายหนุ่ม
ลัลรดายังจำได้ดีว่าเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวอย่างภูธนินจ์เดินเข้ามาสำรวจห้องแต่งตัวเจ้าสาวอย่างลับ ๆ
“เธออย่าลืมนะ…ว่าเธอสัญญากับฉันว่าอย่างไร”
ลัลรดาแสร้งสะดุ้งสุดตัวพลางเอามือทาบอกแล้วเอ่ยถามเขาว่า
“คุณภูเข้ามาได้อย่างไรคะ”
“ไม่ต้องมาแกล้งมารยาใส่ผมหรอก คุณลัล ยังไงผมก็ไม่หลงกลคุณเหมือนคุณพ่อ”
“ก็ดีค่ะคุณภู ลัลจะได้ไม่ต้องเฟค” เสียงหวานแหลมของลัลรดากล่าวกับชายหนุ่มสวมสูทผูกโบหูกระต่ายอย่างไม่อยากสนทนาด้วยเท่าไหร่นัก
“อย่าลืมสัญญาระหว่างเรานะลัลรดา” เสียงเข้มของภูธนินจ์กล่าวพลางผละออกห่างหล่อนอย่างรังเกียจ
“ฉันสัญญาอะไรไว้ไม่เคยลืม จำคำของคุณเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะกันค่ะ” ลัลรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่น้อย
“หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก” เสียงหวานของมาดามพลัมซ์ แม่ของภูธนินจ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุน
ลัลรดาส่งรอยยิ้มหวานให้กับผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มที่ชอบวางท่าข่มขู่เธอหนึ่งครั้ง แต่นั่นนับเป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มในงานแต่งงานจอมปลอมนี้
มาดามพลัมซ์สังเกตเห็นลูกสะใภ้ส่งยิ้มให้กับหล่อน เธอเองก็อดเอ็นดูยัยหนูลัลขึ้นมาไม่ได้ จึงได้เอ่ยกระซิบข้างหูบางอย่างกับลัลรดา
“ถ้าเธอคิดว่าทนตาภูได้ ฉันจะยกทรัพย์สินทั้งหมดของจักราชเกียรติกรุ๊ปให้เธอ”
ลัลรดาพยักหน้ารับแล้วเอ่ยออกมาเสียงดังจนเจ้าบ่าวของเธอหันมาได้ยิน
“ค่ะคุณแม่”
หญิงสาวเอ่ยตอบกลับด้วยสีหน้าระรื่นไม่น้อยสร้างความหนักใจให้กับ ลินิน มารดาของลัลรดาเป็นอย่างมาก
ภูธนินจ์เหลือบมองมาดามพลัมซ์ที่ไม่ชอบขี้หน้า เขาอย่างนึกชังน้ำหน้าสตรีที่ตนเองต้องตกกระไดพลอยโจนมาแต่งงานด้วยไม่น้อย
หากวันนั้นน่ะเขาไม่ทำเรื่องนั้น เรื่องในวันนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้นมา เขาคงไม่ต้องเสียหล่อนไปแล้วมาแต่งงานกับผู้หญิงที่แม้แต่เขาเองยัง ‘รังเกียจ’ ตนเอง
ชายหนุ่มคอตกไม่น้อย เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวของเขาและเธอ จุดเริ่มต้นของชีวิตระหว่าง รดี และ ภูธนินจ์
ลัลรดากวาดสายตามองหาร่างของเพื่อนสาวรูปร่างผอมบางอย่าง ‘รดี’ ที่หล่อนเชิญมาร่วมงานมงคลสมรสของเธอด้วย
อีกด้านของงานมงคลสมรส ‘จักราชเกียรติกรุ๊ป’ มีหญิงสาวสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนหวานทอดมองคู่บ่าวสาวอย่างช้ำใจ
งานวันนี้ควรเป็นงานวิวาห์หวานชื่นรื่นรมย์ใจ แต่หากมีใครจะต้องเสียชีวิตไปล่ะ มันอาจจะเป็นงานวิวาห์ที่ฉ่าวโฉ่ที่จักราชเกียรติกรุ๊ปสมควรได้รับมันก็เป็นได้!
“วันนี้เป็นวันที่ทั่วโลกจะต้องรู้จักกับพวกจักราชเกียรติกรุ๊ป” รดีพึมพำด้วยน้ำเสียงกร้าวกว่าเดิมเป็นพันเท่า!