คฤหาสตระกูลเทย์เลอร์
รถยนต์คันหรูจอดหน้าคฤหาสเจ้าของบ้านวัย50ปลายๆเดินลงจากรถพร้อมกับหญิงสาววัย19ปีที่ใบหน้าหวานตามสไตล์สาวเอเชีย สร้อยแสงเธอเป็นเด็กกำพร้าอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่6ขวบแต่โชคดีมีผู้อุปการะเธอเขาคือผู้มีพระคุณของเธอเขาคือเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังของอเมริกาไม่มีใครไม่รู้จักโรงพยาบาลเทย์เลอร์ สร้อยแสงและเด็กคนอื่นๆในบ้านเด็กกำพร้าได้รับการอุปการะจากมิคาเอล เทย์เลอร์ได้เรียนจนจบแต่คุณมิคาเอลถูกชะตากับสร้อยแสงมากจึงรับเธอมาอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลเขาในวัยเกษียณเพราะเขามีลูกคนเดียวแถมยังมัวแต่บ้างานบ้านช่องไม่ค่อยกลับคนแก่อย่างมิคาเอลนึกรู้สึกห่อเหี่ยวเลยพาสร้อยแสงมาอยู่ด้วยเขารักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาว
"ท่านคะจะให้หนูอยู่บ้านหลังนี้จริงหรือคะ ใหญ่อย่างวังเลยนะคะ" สร้อยแสงถามด้วยความตกใจจู่ๆคนที่อุปการะเธอก็มาชวนเธอไปอยู่ด้วยแต่เธอไม่คิดว่าบ้านของเขาจะใหญ่โตอลังการงานสร้างขนาดนี้ไม่แปลกใจที่ชายวัยเกรียณคนนี้จะรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว
"ใช่สิ ไปข้างในกันเถอะ" ท่านมิคาเอลประมุขของบ้านเอ่ยชวนหญิงสาวเข้าบ้าน สร้อยแสงเดินอย่างกล้าๆกลัวๆกลัวจะไปทำของในบ้านเสียหายเธอไม่มีเงินจ่ายคืนแน่ๆ
"ยินดีต้อนรับค่ะท่าน คุณผู้หญิง" สาวใช้ในชุดเมทยืนเรียงรอต้อนรับพร้อมหน้าพร้อมตา
"เออ....หนูไม่ใช่คุณผู้หญิงค่ะ เรียกหนูว่าสร้อยแสงก็ได้ค่ะ" ร่างบางรีบยกไม้ยกมือปฏิเสธสรรพนามที่ทุกคนเรียก
"ยินดีต้อนรับค่ะคุณสร้อยแสง" สาวใช้ที่ยืนเรียงรายพร้อมใจกันพูดต้อนรับเธออีกครั้ง สร้อยแสงได้แต่ยืนอึ้งตะลึงในความพร้อมเพรียงของทุกคน
"ขอบคุณค่ะ" กล่าวขอบคุณแล้วก้มหัวให้ทุกคนที่ยืนอยู่ สาวใช้นับ10ชีวิตแต่ก้มหัวแทบจะติดพื้นไม่คิดว่าหญิงสาวที่ประมุขของบ้านพามาจะก้มหัวให้พวกเธอ
"สร้อยแสงหนูไม่ต้องทำแบบนี้หรอกนะ หนูต้องเดินอย่างเฉิดฉาย" มิคาเอลเอ่ยกับเธอ
"แต่พวกเขาอายุมากกว่าหนูนะคะ" ร่างบางสีหน้ารู้สึกผิดเธอต้องเชื่อฟังท่านมิคาเอลแต่ทุกคนที่มาต้อนรับเธออายุมากกว่าเธอทั้งนั้น แม่ครูสอนเธอเสมอว่าต้องเคารพคนอายุมากกว่า
"ตอนนี้หนูมีศักดิ์เป็นลูกสาวของฉัน สร้อยแสง เทย์เลอร์ เพราะฉะนั้นหนูต้องวางมาดให้สมกับตระกูล" ท่านมิคาเอลสอนเธอ เพราะอีกไม่นานเขาจะพาเธอออกงานในฐานะลูกสาวของตนเองทุกคนต้องได้รู้จักเธอ สร้อยแสง เทย์เลอร์
"ค่ะท่าน" ร่างบางเชื่อฟังแล้วยืดหลังตรงแต่ก็ยังเผลอก้มหัวให้คนอื่นอยู่จนท่านมิคาเอลส่ายหัวเบาๆเอ็นดูในความน่ารักของเธอ
โรงพยาบาลเทย์เลอร์
ลูคัสขึ้นรับตำแหน่งเป็นผู้บริหารเต็มตัวหลังผู้เป็นขอพักผ่อนอยู่บ้าน ลูคัสใช้วิชาที่ร่ำเรียนจนถึงปริญญาเอกในด้านการบริหารเป็นอย่างดีแม้เขาจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับทางแพทย์มากพอแต่ผู้ช่วยของเขาสามารถตอบคำถามเขาได้ทุกอย่าง ลูคัสดำรงตำแหน่งประธานบริหารอย่างเดียวไม่พอเขายังเป็นขวัญใจของพยาบาลในโรงพยาบาลอีกด้วยด้วยรูปร่างสูงโปร่ง หล่อคม หมัดกล้ามเป็นมัดๆแม้จะถูกปิดด้วยเสื้อสูทก็ยังดูออกมาว่าเขาหุ่นดีมากแค่ไหน พยาบาลสาวๆต่างใฝ่ฝันที่ได้ขึ้นเตียงกับเขาเพราะใครก็ต่างพูดถึงกิติศัพท์เรื่องของบนเตียงเขาดีไม่แพ้หน้าตา
"บอสคะบ่ายนี้บริษัทที่ส่งอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์จะเข้ามาเจรจาเรื่องอุปกรณ์ตัวใหม่ของนะคะ" ผู้ช่วยสุดแสนเพอร์เฟคที่ทำงานตั้งแต่รุ่นพ่อของเขาเธอสามารถทำงานได้ทุกอย่างจนเหมาะจะมาเป็นผู้บริหารเสียมากกว่า
"หมอคนไหนเชี่ยวชาญทางด้านนี้เรียกมาตัดสินใจเรื่องอุปกรณ์พวกนี้ด้วย" ลูคัสเอ่ยบอกผู้ช่วยคนเก่ง
"มีหมอท่านนึงค่ะ เป็นหมอมาจากเกาหลีชื่อคุณหมอแดซอง" เฮลซี่อธิบายให้ผู้บริหารอย่างลูคัสฟัง
"ชื่อเรียกยากจัง ตามนั้นแล้วกันเรียกเขามาพิจารณาตอนบ่าย คุณกับหมอแดซังจัดการกันเลยรายเอียดการซื้อขายผมจะจัดการทีหลัง" ลูคัสบอกกับเฮลซี่ไป
"คุณหมอชื่อแดซองค่ะค่ะ ไม่ใช่แดซัง" แก้คำผิดให้เจ้านาย จนลูคัสส่ายหัวเบาๆให้กับความเป๊ะของเลขาที่ผู้เป็นพ่อปลื้มนักปลื้มหนา
"นั้นแหละ ตามนั้นจัดการสะให้เรียบร้อย"
"รับทราบค่ะ" เลขาวัยกลางคนเดินออกจากห้องไปรีบไปทำงานตามที่เจ้านายสั่ง
ครืนนนน~ เสียงโทรศัพท์ที่เปิดเสียงสั่นเอาไว้สั่นครืนๆอยู่บนโต๊ะ
"ครับพ่อ" รับสายทันทีเมื่อเห็นเป็นเบอร์ของผู้เป็นพ่อ
'วันนี้กลับบ้านด้วยฉันมีคนจะแนะนำให้รู้จัก' ท่านมิคาเอลพูดจบก็ตัดสายทิ้งไปอย่างเร็ว
"อะไรของเขา" ลูคัสบ่นหน่อยๆกับตามผู้เป็นพ่อไม่ทัน หน้าจอโทรศัพท์แสดงรูปหญิงสาวชาวไทยคนนึงลูคัสอดไม่ได้ที่จะนั่งมองรูปหน้าจอที่เขาตั้งเอาไว้ เป็นรูปของอัญญารินตอนที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกันตอนนี้เธอแต่งงานกับคาลวินไปแล้วและกำลังจะลูกสาวด้วยกัน ลูคัสเอนกายพิงพนักเก้าอี้วางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงเขายังเลิกคิดถึงเธอไม่ได้แม้จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแต่เขาก็ยังคิดถึงเธอ 'อัญญาริน'
"เลิกคิดได้แล้วเธอมีครอบครัวไปแล้ว หยุดคิดถึงๆๆๆ" กุมขมับตัวเองภาพความจำในวันที่เธอแต่งงานยังวนอยู่ในหัวของเธอแอบหวังว่าเจ้าบ่าวในวันนั้นน่าเป็นตนเอง เมื่อหยุดฟุ้งซ่านไม่ได้จึงต้องพาตัวเองไปหาอะไรทำเพื่อหยุดคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"บอสจะไปไหนคะ" เลขาเห็นเจ้านายก้าวขาฉับๆออกจากห้องก็รีบถามทันที
"ไปพักสมองบ่ายๆจะกลับ" ลูคัสตะโกนตอบกลับ เขามอบงานให้เลขาจัดการทางเมลไปแล้วตอนนี้ขอตัวไปพักสมองก่อน