วิศวะขย้ำรัก
(Engineer’nTaboo SS3)
EPISODE7
ร่างสูงของสุดเขตต์เดินอย่างไม่เร่งร้อนไปยังลานจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สายตากวาดมองพื้นที่กว้างขวางที่ตอนนี้เหลือรถเพียงไม่กี่คันแล้ว และเขามองเห็นเร็นกำลังเดินตรงไปยังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำด้านคันหนึ่ง ร่างเล็กปลดหมวกกันน็อคเต็มใบสีเดียวกันแล้วสวมมันปกปิดใบหน้าสวยแสนเย็นชาด้วยชิลด์ปรอทกันลม สุดเขตต์ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เธอ เขาเพียงทอดสายตาคู่คมมองเร็นเงียบ ๆ ร่างสูงยกแขนกอดอกแล้วเอนหลังพิงประตูรถสปอร์ตสีดำขลับของตัวเอง
ไม่นานเสียงคำรามของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ก็ดังขึ้น เร็นพารถพุ่งทะยานออกไปจากลานจอด หลงเหลือเพียงกลิ่นควันท่อไอเสีย
“ขี่รถดี ๆ นะครับ...พี่เร็น” สุดเขตต์พึมพำ ก่อนจะปลดล็อกรถแล้วเข้ามานั่งในห้องโดยสาร มือเรียวยาวเสยเส้นผมสีเทาควันบุหรี่ที่ยังคงชื้นเหงื่อจากการทำความสะอาดลานกิจกรรมให้เป็นทรง ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์พาตัวรถแล่นออกจากลานจอด
ทางด้านของโมเน่ที่สะพายเป้คู่ใจเดินมายังลานจอดกลับต้องหงุดหงิดที่ธีโอจงใจเดินตามเธอมาติด ๆ
“ตามมาทำไม” เสียงห้วน ๆ หันมาเอ่ยใส่ราวรำคาญกัน
“อะไรกันครับ ผมแค่มาเอารถ” ธีโอตีหน้าซื่อ ใบหน้าที่อ่อนโยนไร้พิษภัยและมีเลนส์แว่นบังความร้ายกาจของแววตา ยิ่งทำให้โมเน่รู้สึกว่าเธอต่างหากที่กำลังหาเรื่องเขาจริง ๆ
“...” ธีโอยกยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าเธอชะงักไป
“ก็ไปเอาสิ...น้องธีโอ!” โมเน่เอ่ยอย่างหมั่นไส้หน้าตาแอ๊บใสของรุ่นน้องหนุ่ม เธอไม่เข้าใจเลยว่าหมอนี่มาเรียนที่นี่ทำไม
“โห! พี่โมเน่เนี่ยจำชื่อผมขึ้นใจเลยนะครับ” ยิ้มหวาน
“ตลก? อย่ามากวนประสาทฉัน” หมุนตัวตรงไปที่รถ แต่แผ่นหลังยังรู้สึกถึงการตามติดของร่างสูง
“นี่...” หันกลับมาและพบว่าธีโอยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ เจือกลิ่นเหงื่อจากการทำความสะอาดลานกิจกรรมถูกสายลมพัดโชยปะทะจมูกเธอ โมเน่ช้อนสายตามองสบตาธีโอ
“จะกลับแล้วเหรอครับ ขับรถกลางคืนอันตรายนะ น้องบัดดี้ยินดีขับไปส่งถึงที่ พี่โมเน่สนใจไหมครับ” ธีโอเอ่ยเสียงนุ่ม กลีบปากยกยิ้มบาง
“อันตรายกับนายสิไม่ว่า” โมเน่สบถเสียงขุ่น
“โห! พี่โมเน่ครับ ผมน่ะอันตรายน้อยสุด ๆ เลย” ธีโอทำเสียงอ้อน
“เหอะ...” โมเน่ไม่สนใจ นั่นทำให้เจ้าของร่างสูงโน้มหน้าลงจนใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ตรงหน้าเธอ
“กลัวเหรอครับ” ธีโอเอ่ย แววตา ‘หมาน้อย’ ค่อย ๆ ฉายประกาย ‘หมาป่า’ ออกมา ร่างกายธีโอยังคงจดจำรสสัมผัสของผิวนวลเนียนและอ่อนนุ่มของเธอได้ และนั่นทำให้เขาร้อนรุ่มขึ้นมา
“ทำไมฉันต้องกลัวนายด้วย” โมเน่เลิกคิ้ว แม้ในใจจะรู้ว่าธีโอกำลังจะสื่อถึงเรื่องคืนนั้น คืนที่เธอพลาดท่าให้เขา...จนเกือบเช้า!
“โห! พี่โมเน่เนี่ยเย็นชาจังเลยนะครับ” เพียงพริบตาธีโอก็กลับสู่โหมดหมาน้อยเหมือนเดิม และยังคงแสร้งทำเสียงตัดพ้อเธอ
“รีบ ๆ กลับไปได้แล้ว” รุ่นพี่สาวไล่ส่ง
“เป็นห่วงผมเหรอครับ” อมยิ้มน้อย ๆ ใบหน้ายังคงอยู่ในระดับเดียวกับเธอ และเหมือนจะขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นด้วย ใกล้จนผิวแก้มของโมเน่รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นเจือรสบุหรี่จาง ๆ
“อย่าเพ้อเจ้อ” สบถเสียงดุ หน้าตาบึ้งตึง แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบาง ๆ บนกลีบปากธีโอหุบลงเลย เขากลับยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่
‘ทำเป็นไล่เถอะ...เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอต้องการฉันเองยัยตัวแสบ’
“โอ๋ ๆ ผมเพ้อเจ้อเองครับ” ธีโอยกมือทำท่าเหมือนยอมแพ้ ร่างสูงก้าวถอยห่างจากเธอแต่โดยดี
“รู้ก็ดี” โมเน่ว่า แล้วปลดล็อกประตูรถ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องขับออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจาง ๆ
“รู้สิ...รู้ว่าเกมของเรากำลังจะเริ่ม และเธอหนีฉันไม่พ้น” ธีโอเอ่ยเสียงเย็น ถอดแว่นที่สวมอยู่ออก ก่อนจะหันไปคร่อมบิ๊กไบค์สีแดงเพลิง
ณ หอพักรวมมหาวิทยาลัยเอกชนMDL
พิมพ์พลอยสาวสวยรุ่นน้องกลับมาถึงห้องและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวสีโอรสลายดอกซากุระเล็ก ๆ สีขาว ทำให้เธอดูสวยและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน ความเหนื่อยล้าของกิจกรรมรับน้องและยังโดนลงโทษให้ทำความสะอาดทำให้พิมพ์พลอยเอนร่างนั่งอิงกับหัวเตียง มือเรียวสวยยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความแชทที่ส่งให้ใครบางคนตั้งแต่เมื่อเช้า แต่ข้อความนั้นยังคงไม่ถูกอ่าน
ก๊อก ๆ
พลันเสียงเคาะประตูห้องก็แว่วมา ทำให้สาวสวยขมวดคิ้ว เมื่อเหลือบสายตาดูเวลาบนหน้าจอก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว พิมพ์พลอยพาตัวเองเดินมายังประตูห้องส่องตาแมวดูบุคคลที่อยู่อีกฝั่งของประตูก็พบว่าเป็นคนที่ยังไม่ได้อ่านข้อความของเธอ สาวสวยค่อย ๆ เปิดประตูห้องออก เผยให้เห็นเจ้าของร่างสูงกำยำใบหน้าคมคาย โดดเด่นด้วยเส้นผมสีฟ้าเข้มเป็นประกาย
“จะนอนแล้วเหรอ” น้ำเสียงห้าวดุดันเอ่ยถาม กลิ่นของบุหรี่และแอลกอฮอล์เจือกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยมาเตะจมูกเธอ
“เอ่อ...กำลังจะนอนค่ะ เฮียไม่เห็นบอกว่าจะมา”
ดันร่างสวยให้เข้าไปด้านใน “เซอร์ไพรส์ไง” ว่าแล้วก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว ทำให้พิมพ์พลอยยกมือดันอกเขา
“อะไรคะ ทำไม...” เธอพึมพำ เพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว และต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่อบนเสื้อของเขามีรอยลิปสติกจาง ๆ เปื้อนอยู่
‘มาจากคลับ...หรือมาจากห้องของใครกัน’
“เป็นไร อยากเล่นตัวเหรอ หืม?” เห็นว่าร่างสวยดันตัวออกห่างทำให้รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย
“เปล่าค่ะ พอดีหนูเหนื่อย ๆ ว่าแต่เฮียกินข้าวยังคะ” พิมพ์พลอยพยายามมองข้ามรอยบนเสื้อของเขา นั่นเพราะความสัมพันธ์ของเธอกับรุ่นพี่หนุ่มอย่าง ‘เชสเตอร์’ เป็น ‘ความลับและไม่มีสิทธิ์หึงหวง’
“ตอนนี้มันไม่ใช่เวลากินข้าวไง” แววตาของเชสเตอร์ที่มองมาทั้งดุดันและไม่สบอารมณ์ คำถามของเธอที่เหมือนจะปฏิเสธเขาที่กำลังมีอารมณ์ ยิ่งสร้างความน่าโมโหให้เขา ชายหนุ่มกระตุกยิ้มหยันจาง ๆ
“...” ไม่มีเสียงใดโต้แย้งจากเธอ และนั่นยิ่งเหมือนเชื้อไฟให้เขาเดินหน้าที่จะทำต่อ
“จุ๊บ...อืม” เสียงกดจูบที่ซอกคอขาว ใบหน้าหล่อร้ายที่ซุกไซ้และไล้เลียไปทั่วกรอบหูทำให้พิมพ์พลอยก้าวถอย แต่ท่อนแขนแกร่งของเขาก็ตามมาโอบรัดเอวเธอไว้แน่น
“ไม่ตอบแปลว่าเลิกเล่นตัวแล้วสิ” เสียงห้าวพึมพำชิดซอกคอเธอ ขบดูดมันจนเกิดรอยแดงจาง ๆ มือสอดเข้าลูบไล้กลางกายของเธอ
“...” พิมพ์พลอยเม้มปากแน่น ความสัมพันธ์ทางกายที่มีโซ่ตรวนของข้อตกลงค่อย ๆ รัดรึงเธอจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ว่าเชสเตอร์เป็นคนที่มีสาวสวยเข้ามาหาเสมอ ทุกครั้งที่รู้ว่าเขาไปกับผู้หญิงอื่น พิมพ์พลอยพยายามจะทำใจให้ได้ว่าเธอเองที่เป็นคนเลือกความสัมพันธ์แบบนี้กับเขา ความสัมพันธ์ที่ตอบสนองกันด้วยร่างกายแต่ไม่ใช่เจ้าของ
“นิ่งทำไม...” เสียงเชสเตอร์เริ่มดุดันขึ้น มือใหญ่เลื่อนไปบีบบั้นท้ายเธออย่างแรงจนรับรู้ได้ถึงความเจ็บ สายตาคู่คมของเขายังจดจ้องการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเธอ
“หนูแค่เหนื่อยค่ะ คืนนี้...ไม่ทำได้ไหมคะ”
“ไม่ทำ?” เชสเตอร์ย้ำคำนั้น คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“มีคนอื่น?” เขาถามดังลอดไรฟันอย่างตรงไปตรงมา มือใหญ่เลื่อนมาไล้ลูบที่กลางกายสาวของเธอ กดนิ้วลงที่เม็ดทับทิมของพิมพ์พลอยอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง แก้มสองข้างแดงระเรื่อจากความหวามไหว
“เปล่าค่ะ ไม่มี” เธอตอบ และเชสเตอร์รับรู้ได้ถึงความสั่นเทาในน้ำเสียงนั้น แต่เขาเลือกที่จะเพิกเฉย แล้วดันร่างของเธอไปชิดกับผนังห้อง กักขังเธอไว้ในกรงแขนของเขา สายตาที่มองมาราวเสือที่กำลังจดจ้องเหยื่ออย่างใกล้ชิด ดวงตาคมคร้ามกวาดมองใบหน้าของเธออย่างละเอียด พยายามมองหากระทั่งร่องรอยของการโกหกในแววตาเธอ
“งั้นทำไมไม่ทำ เหนื่อยจนถ่างขาไม่ไหวเลย?” เชสเตอร์ไม่เชื่อว่าเธอจะเหนื่อยอะไรขนาดนั้น