CHAPTER 02
"ใช่ค่ะ พิมพ์เอง"
"นี่ตัวเล็กตัวน้อยของพี่โตเป็นสาวขนาดนี้เชียวเหรอ? "ฉันหยัดตัวเองกลับมายืนให้ปกติ พี่คนที่ช่วยฉันคนนี้ทำหน้าเหมือนเสียดายที่ต้องปล่อยฉันออกไป
ตัวเล็กตัวน้อยของพี่?
แม่ง.. ขำว่ะ..
"ค่ะ.. พิมพ์โตมากกว่าที่พี่คิด"ฉันฉีกยิ้มมุมปากเล็กน้อยตอบโต้พี่เขาไปให้แนบเนียนที่สุด ร้อยทั้งร้อยผู้ชายคนไหนที่โดนฉันจ้องเป็นต้องโดน
ตกทุกที กับแฟนเก่าทีชื่อ 'วาย' คนนี้เขาจะโดนฉันตกอีกครั้งมั้ย?
น่าคิดอยู่เหมือนกัน
"พิมพ์ของพี่วายดูเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ"พี่เขาก้าวเข้ามาหาฉันหนึ่งก้าวพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนฉันมองว่ามันดูเท่และน่ามองแต่ตอนนี้ฉันกลับมองว่ารอยยิ้มนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคนชั่วที่ชอบทำกัน
"ฮึ.."ฉันขยับเข้าไปใกล้พี่วายอีกหนึ่งก้าว นั้นก็เท่ากับว่าฉันกับเขาอยู่ในระยะห่างที่ไม่เกินกระดาษกั้น พี่วายกระตุกยิ้มอย่างพอใจที่เห็นฉันกล้ากว่าที่เขาคิด
"ใช่ค่ะ พิมพ์โตมากแล้ว โตมากขนาดนี้พอจะทำให้พี่กลับมาสนใจพิมพ์มั้ยคะ? "ในระหว่างที่ถามฉันก็เอียงคอเล็กน้อยแล้วใช้น้ำเสียงที่ทำให้ผู้ชายเอ็นดูบวกกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะน่ารักแต่บางครั้งก็น่าค้นหา
พี่วายยื่นมือออกมากระชับเอวฉันเข้าไปใกล้มากขึ้น
ยังคงเป็นผู้ชายมือไวเหมือนเดิม ทำแบบนี้ถ้ามีคนมาเห็น..
ก็ดีดิ..
อยากให้เห็นใจจะขาด
อยากให้มันดิ้นและสำลักความหวงให้ตายกันไปข้าง
"พี่ชอบเราในรูปแบบใหม่จัง ไม่ใสซื่อและจืดชืดเหมือนตอนนั้น"
ตอนนั้นมันอดีตค่ะพี่ พิมพ์คนนี้ได้ทำการโยนภาพลักษณ์ใสซื่อเหมือนกระดาษสีขาวตอนอายุสิบแปดไปจนหมดแล้ว
"จริงเหรอคะ? ได้ฟังแบบนี้พิมพ์ใจเต้นรัวขึ้นมาเลย มันเหมือนกับว่าพิมพ์ยังมีเยื่อใยกับพี่อยู่"
พูดเองอยากจะกลั้วขำเอง เยื่อใยอย่าได้หาเพราะแม่งขาดสะบั้นไปตั้งนานแล้ว ในใจของฉันมีแต่ความโกรธแค้นและรอวันเอาคืนในตอนที่พวกมันกำลังจะแต่งงานกันนี้แหละ
"ยังรักพี่หัวปักหัวปำเหมือนเดิมสินะ สาวน้อย"แววตาที่ฉายแววความมั่นใจในตัวเองเปล่งประกายออกมาให้ฉันขำคนเดียวเงียบ ๆ อยู่ในอก
รักค่ะ
รักมาก
รักจนแทบจะตาย
รักจนอยากจะทำให้พี่เจ็บเหมือนที่พิมพ์เจ็บ
ใบหน้าฉันถูกมือหนากอบกุมไว้แล้วลูบไล้เบา ๆ ด้วยสัมผัสที่
จาบจ้วง มือที่เคยรวบรัดเอวฉันไว้ค่อย ๆ ขับเคลื่อนขึ้นไปตามเอวคอดแล้วขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะขึ้นมาสัมผัสตรงจุดที่ไม่ควรได้สัมผัส
"พี่กลับมาคนเดียวเหรอคะ? พี่ไม่ได้อยู่ที่นู่นคนเดียวนี่หนา"ฉันจับมือเขาไว้เพื่อหยุดยั่งการกระทำที่หื่นกามด้วยการคิดจะสัมผัสหน้าอกฉันแล้วดึงมือนั้นออกมาอย่างแนบเนียนก่อนจะค่อย ๆ ขยับมือข้างนั้นไปวางไว้ที่เอวฉันแทน คนแบบพี่วายชอบให้คนเอาใจค่ะ ยิ่งผู้หญิงที่ยั่วยวนเก่งเขายิ่งชอบ.. ถ้านิ่ง ๆ ซื่อ ๆ แต่รักจริงแบบนั้นเขาไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ฉันรู้เพราะฉันเคยเป็น
ตอนถามฉันก็เสแสร้งแกล้งตีหน้าเศร้าให้ดูสลดใจเพื่อแอคติ้งให้เขาเห็น ว่าน้องพิมพ์ตัวเล็กตัวน้อยคนนี้ยังอาลัยอาวรณ์พี่วายคนนี้อยู่
"อยู่กับพี่ไม่ต้องถามถึงอีกคนหรอกครับ"
ประโยคแม่งคุ้นหู พี่แม่งเคยพูดแบบนี้กับอีกคนด้วยทำไมตอนนี้สถานะถึงสลับกันอะ
ผู้ชายก็มักจะเป็นแบบนี้ เจอของใหม่ก็มักจะลืมของเก่าที่ทิ้งตายไว้อยู่ก้นบึ้งลึกของหัวใจ
":) "ฉันยิ้ม ก็แค่ยิ้มจะคิดไรมาก แต่ก็ยิ้ม ๆ ไปด้วยแล้วเบียดเสียดร่างกายตัวเองเข้าไปใกล้เขาอย่างเนียน ๆ
"วันนี้ว่างหรือเปล่า? "พี่วายคนนี้กระซิบข้างใบหูฉัน น้ำเสียงที่แหบพร่านั้นเชื้อเชิญกันสุด ๆ
ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่เอามาใช้กับเขาได้ค่ะ
"ทำไมเหรอคะ? พี่วายมีอะไรอยากจะคุยกับพิมพ์เหรอ? "ฉันคลี่ยิ้มออกบาง ๆ ขยับใบหน้าและสายตาตัวเองออกมาจดจ้องใบหน้าที่อยู่ใกล้กันมากจนรู้สึกถึงลมหายใจที่กำลังคลอใส่กันเบา ๆ
"พี่ว่างเลยอยากชวนเราไปนั่งเล่นที่ห้อง ไปมั้ย? "เข้าเรื่องเร็วและรวบรัดดี เขาคงคิดว่าถ่านไฟเก่าคงจะจุดติดง่าย แต่อย่าลืมสิถ้ามันเก่ามากไปแล้วมันก็ไม่สามารถกลับมาจุดติดได้เหมือนกัน...
ผู้หญิงน่ะไม่ได้โง่กันทุกคนหรอกนะ อย่าคิดว่าเป็นเพศผู้แล้ว
จะกลับมาเล่นกับหัวใจผู้หญิงยังไงก็ได้
"ชวนพิมพ์เขาห้องแบบนี้ คิดจะทำอะไรพิมพ์หรือเปล่า? "ฉันกรีดนิ้วเรียวยาวของตัวเองออกไปตามแผงอกแกร่งที่ตอนนี้ปลดกระดุมออกมาสองเม็ดจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเขาดูแลสุขภาพดีแค่ไหน
"ถ้าพี่บอกว่าคิด พิมพ์จะว่าไง? "ริมฝีปากหนาที่ร้อนจัดนั้นเข้ามาคลอเคลียตรงซอกคอฉันอย่างถือวิสาสะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันอาจจะผลักเขาออกไปแต่ตอนนี้ฉันปล่อยให้เขาทำมันแล้วค่อย ๆ ขยุ้มมือลงไปกับแผงอกเขาเหมือนตัวเองกำลังมีความรู้สึกหวาดเสียวกับสิ่งที่เขาทำ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว..
นอกจากความรู้สึกขยะแขยงฉันก็ไม่รู้สึกอย่างอื่นเลย
"อ๊ะ.."
"หอมจังพิมพ์"เพราะฉันมีกลิ่นหอมพี่วายเลยซุกหนักขึ้น เพราะหอมเลยขบเม้มซอกคอพิมพ์ใช่มั้ย? ได้ค่ะพี่วายถ้าทำแบบนี้แล้วมันจะทำให้พี่พอใจพิมพ์ก็จะตอบสนองอย่างดี
"พี่วาย.. พิมพ์.."ฉันส่งเสียงร้องอ้อแอ้ทำราวกับตอนนี้ตัวเองแทบจะทนไม่ไหวและอยากให้เขาขย้ำใจแทบขาด
"เสียวใช่มั้ย? เป็นครั้งแรกเลยที่พี่ทำได้"
"อื้ม.."พูดจบผู้ชายคนนี้ก็คว้าท้ายทอยฉันมาจับไว้ก่อนจะฉุดรั้งใบหน้าฉันเข้ามาเพื่อรองรับรสจูบจากเขา เป็นสัมผัสที่รุนแรงและหยาบโลนไม่มีความรู้สึกใด ๆ นอกจากความต้องการจากเขาล้วน ๆ ฉันจูบตอบไปอย่างไม่คิดจะยอมแพ้ ขยับริมฝีปากจูบตอบพี่วายไปอย่างช่ำชอง
ขยับมือที่เคยขยุ้มหน้าอกเขาขึ้นไปขยุ้มลุ่มผมดำแล้วเพิ่มแรงขยี้ริมฝีปากให้เพิ่มมากขึ้นจนอีกฝ่ายครางรับอย่างพอใจ
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่เคยจูบกับใครและผู้ชายที่ฉันจูบอยู่ตอนนี้ก็เป็นจูบแรกและรักแรกของฉัน เป็นจูบแรกที่ไม่ได้มีความน่าจดจำแต่กลับสร้างความคับแค้นที่ฝั่งลึกอยู่ในใจ
"พี่วาย!! พี่ทำบ้าอะไร!! "ในตอนที่ฉันกับพี่วายจูบกันอย่างดุเดือดเสียงเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นมาทรามกลางเสียงเพลงที่ดังสนั่น ฉันกับพี่วายแทบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำถ้าพี่วายไม่ถูกผู้หญิงคนนั้นกระชากต้นแขนเขาออกไปจนเขาผละตัวออกไปจนได้
ริมฝีปากของพี่วายยังเคลือบรอยลิปสติกสีแดงสดที่มาจากปากฉันอยู่เลย หลักฐานชั้นดีขนาดนี้จะทำให้มันเดือดพล่านมากแค่ไหนกัน อยากเห็นให้เต็มตา
"สมายด์"
"สมายด์ถามว่าพี่ทำบ้าอะไร! ไปยืนจูบกับผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง! แกเป็นใคร"ผู้หญิงที่ชื่อสมายด์คนนั้นเข้ามาผลักอกฉันออกไปจนตัวฉันถอยหลังไปตามแรงผลัก ถึงจะโดนผลักแต่ฉันกลับรู้สึกถึงความชนะที่อยู่ในใจ เมื่อเธอมองเห็นหน้าฉันได้อย่างชัดเจนดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างออกมาอย่างตกใจ
"ไง.."
"พี่พิมพ์! "เสียงดังฟังชัดขนาดนี้แสดงว่ายังไม่ลืมหน้ากัน
"ใช่ พี่เอง"ปากฉันคงจะเลอะไปด้วยลิปสติกฉันเลยต้องค่อย ๆ เช็ดคราบเลอะนั้นออกไปด้วยท่าทางไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว ราวกับการกระทำของฉันเป็นสิ่งปกติทั้งที่ฉันพึ่งจูบกับผู้ชายที่มีเจ้าของไป
"พี่มาจูบพี่วายแบบนี้ได้ยังไงกันคะ? หนูกับพี่วายเรากำลังจะแต่งงานกันนะ พี่ทำแบบนี้มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ? "บทนางเอกเจ้าน้ำตาผู้อ่อนหวานก็มาว่ะ อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่มันทำอยู่คือการยัดเยียดความผิดมาให้ฉันแต่เพียงผู้เดียว มุกเก่าแบบนี้ไม่เบื่อบ้างเหรอวะ?
อันที่จริงน่าจะเปลี่ยนสไตล์บ้างก็ดีนี้ก็ผ่านมาเกือบจะสามปีแล้ว
"เหรอ.. พี่ไม่รู้ว่าสมายด์กับพี่วายกำลังจะแต่งงานกัน อย่างว่าคนมันเคยรักกันพอเจอกันอีกครั้งมันก็ไม่แปลกที่พี่จะหวั่นไหว แต่พี่วายคะ..
พี่กำลังจะแต่งงานแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย? "บอกฉันสิว่าผู้ชายคนนี้กำลังจะแต่งงานแล้วจริง ๆ ไอ้ท่าทีอึกอักตอนที่ฉันถามมันเหมือนว่าเขากำลังลังเล ฉันรู้สึกเหมือนกำลังแฮปปี้ที่ตัวเองเป็นตัวต้นเหตุของความร้าวฉานนี้
"พี่วาย บอกไปสิว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับหนู"เธอคาดคั้นพี่วายด้วยน้ำเสียงหวานแต่แรงบีบรัดตรงต้นแขนกลับดูจะหนักหน่วงพอสมควร
"ใช่ พี่กำลังจะแต่งงาน"ต้องตกใจมั้ยละ ก็ไม่.. เพราะฉันรู้ไงรู้อยู่เต็มอกว่าสองคนนี้กำลังจะแต่งงานกัน เพราะรู้ไงฉันถึงปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากที่หายไปจากวงโคจรราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่
"พิมพ์ขอโทษนะคะถ้าทำให้พี่กับว่าที่เจ้าสาวต้องลำบากใจ ยังไงก็.. ยินดีด้วยนะคะอย่าลืมแจกการ์ดให้พิมพ์บ้างล่ะพิมพ์จะไปร่วมแสดงความยินดี"ฉันฉีกยิ้มที่ดูโลกสวยที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่ผู้หญิงด้วยกันย่อมดูออกว่ารอยยิ้มของฉันตอนนี้มันดูปลอมแค่ไหน
ดูสิดู มีคนหัวร้อนจนแทบจะแหกอกฉันให้ได้แต่ก็ต้องคีพลุคเป็นผู้หญิงอ่อนหวานไว้ทั้งที่เมื่อกี้ผลักฉันแทบกระเด็น
"ค่ะ ไว้สมายด์จะเชิญการ์ดไป"น้ำเสียงนั้นมีความเต็มใจผสมผสานอยู่แค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เอาเถอะตอนนี้ฉันไม่ได้แคร์เรื่องนั้น เรื่องที่แคร์มันสำคัญกว่านี้
"ขอบใจจ้ะ พี่กำลังโสดพอดีได้ไปร่วมงานแต่งงานบางทีพี่อาจจะได้แฟนสักคนสองคนกลับมา จริงมั้ยคะพี่วาย? อ้อ! พิมพ์ยินดีกับพี่ด้วยนะอย่าลืมเตรียมตัวดี ๆ นะคะ ในวันงานพี่จะได้เป็นเจ้าบ่าวสุดหล่อที่พิมพ์รอชม"แก้มพี่วายดูเหมือนจะเรียบเนียนแต่พอได้เอามือขึ้นไปสัมผัสกลับพบว่ามันสากเพราะมีตอหนวดที่เริ่มจะผุดขึ้นมาแล้ว อุ๊ย.. พูดแบบนี้ทุกคนก็รู้กันหมดสิว่าเมื่อกี้ฉันลูบไล้แก้มพี่วายต่อหน้าว่าที่เจ้าสาวของเขาด้วย
แหม่.. แบบนี้ว่าที่เจ้าสาวคนนี้ควันจะออกหูมั้ยน่า..
"ขอบคุณครับ"แต่ผู้ชายอย่างพี่วายก็คือไม่ได้สนใจอยู่แล้วเพราะเขาจ้องฉันที่เปลี่ยนเป็นคนละคนกับคนก่อนราวกับจะกลืนกินลงไปให้ได้ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันเป็นตอนนี้ค่อนข้างถูกใจเขา
และแน่นอนว่าฉันตั้งใจทำ
"พี่วายค่ะ สมายด์อยากกลับแล้ว"ทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ได้ละสิถึงอยากจะกลับบ้านเร็วขนาดนี้
"แต่เราพึ่งมานะครับ"
"แต่สมายด์อยากกลับ"เธอส่งเสียงคำรามเล็ก ๆ ในคอ สายตามีความบีบบังคับให้พี่วายรีบพาเธอกลับไปก่อนที่เธอจะหมดความอดทน
"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่ไม่ได้คิดจะแย่งกลับคืนมาอย่าซีเรียสเพราะพี่แย่งของใครไม่เป็นหรอกค่ะ ตอนนี้ถ้าพี่อยากได้พี่ก็แค่พุ่งเข้าไปคว้ามาเป็นของตัวเอง แค่นั้นเอง"ฉันยิ้ม ๆ กับคำพูดจาที่กึ่งจริงจัง
กึ่งล้อเล่นแต่กลับตอกหน้าศัตรูจนอีกฝ่ายรู้สึกถึงความหน้าชา ในใจฉันรู้สึกถึงความสะใจที่แทบจะทะลักออกมานอกอก การได้เห็นคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้ากำลังข่มอารมณ์โกรธไว้เป็นอะไรที่ค่อนข้างพึงพอใจ
"พี่วายสมายด์อยากกลับ! "เธอทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนแล้วก็ฉุดรั้งให้พี่วายถอยห่างฉันไป
คนมันเคยแย่งของคนอื่นมามันก็คงกลัวว่าตัวเองจะถูกแย่งไปเหมือนกัน รสชาติของการถูกหักหลังมันไม่ได้ทำใจง่ายอย่างที่คิดอย่าได้คิดว่ามันเป็นเรื่องตลก เพราะพิมพ์แม่งไม่ตลก
"กลับเถอะค่ะ แฟนพี่เขาไม่อยากอยู่แล้ว ในนี้คงร้อนมาก อยู่นาน ๆ ตัวอาจจะร้อนมากขึ้น"ตีความว่าเป็นร้อนตัวละกันนะ เธอเข้าใจในสิ่งที่ฉันสื่อถึงได้จ้องหน้ากันเหมือนจะฆ่ากันให้ได้
"โอเค ไว้เจอกันนะครับพี่ไปล่ะ"
"บายค่ะ"ยกมือขึ้นไปบ๊ายบายเขาสักนิด ท่าทางยั่วยวนประสาท
ในท่าทีปกติของฉันเหมือนจะสำเร็จเพราะมันแทบจะฆ่าฉันให้ตายผ่านสายตานั้น สองคนนั้นเดินออกจากผับไปส่วนฉันก็เหยียดยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่วันนี้ได้ปั่นหัวคนที่ตัวเองรังเกียจได้ถึงสองคน ความพอใจทำให้ฉันฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข แต่รอยยิ้มนั้นกลับแสดงออกถึงความเย้ยหยันที่วันนี้ตัวเองอยู่ในจุดที่สามารถเอาคืนมันไปได้แล้วหนึ่งแมทซ์โดยที่ไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาคนคนหนึ่งกำลังจับจ้องการกระทำของฉันจากชั้นวีไอพี