ระหว่างทางนั่งรถกลับบ้านของหนุ่มสาวทั้งสอง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นเกือบสิบนาที
“อะแฮ่ม” ปกรณ์กระแอมออกมาเพื่อต้องการกลบความเงียบ และเรียกร้องความสนใจอีกฝ่ายก่อนการเริ่มบทสนทนา เสียงกระแอมทำให้หญิงสาวที่หันหน้าเข้าหากระจกข้างตลอดเวลาหันกลับมามองหน้าคนขับ
“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ยัยผมเปีย ตั้งแต่ตกน้ำคราวนั้น ก็ไม่มาที่บ้านชั้นอีกเลย คงจะโกรธสินะ แล้วนี่ ทำไมถึงยอมรับการหมั้นครั้งนี้หละ” ปกรณ์รีบถามเข้าเรื่อง เพื่อจะปูไปยังเป้าหมายที่ต้องการ
“คุณพูดอะไร เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ” ฟ้าใสขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินคำทักเหมือนรู้จักกันมาก่อนของชายหนุ่ม
“ไม่เอาหน่า ไม่ต้องมาอำ ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ เรื่องนานมาแล้วนะ อะไรจะโกรธนานขนาดนั้น โกรธยาวขนาดนี้ เจ้าคิดเจ้าแค้นนะเนี่ย คุณหนะ” ปกรณ์ยังคงยียวน และไม่เชื่อว่าหญิงสาวจำเค้าไม่ได้
“คุณนี้มันจริงๆ เลย นอกจากหน้าตาและความรวยแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรดีจริงๆ โดยเฉพาะปาก ชั้นไม่เคยเจอคุณมาก่อน เราไม่เคยรู้จักกัน แล้วชั้นจะไปโกรธอะไรคุณฮะ” ฟ้าใส เริ่มทนไม่ได้กับความปากเสียของหนุ่มหล่อ ‘เสียของอย่างแรง’ นั่นคือประโยคที่คิดในใจ
“อ้าวคุณ พูดอย่างนี้เลยเหรอ ว่าจะขอโทษสักหน่อย ในเมื่อจำไม่ได้ งั้นผมคงไม่ต้องขอโทษแล้วมั้ง” สงสัยคงโกรธยาว อยากแกล้งเป็นจำไม่ได้ก็ตามนั้น เดี๋ยวจะแกล้งให้โป๊ะแตกออกมาให้ได้เลย
‘ทีอยู่ต่อหน้าแม่ๆ หละทำเป็นเถียงไม่ทัน ทีอย่างนี้ใส่ไม่ยั้งเชียวนะ ยัยผมเปีย’
“ว่าแต่คุณคิดยังไงกับการหมั้นของเรา คุณยังไม่ตอบเลย” ปกรณ์วกกลับมาเรื่องที่อยากเข้าประเด็น
“ก็ไม่ว่ายังไง ว่าแต่คุณหละ คิดยังไง” ฟ้าใส ดีใจที่ได้เริ่มแผนสักที เรื่องอะไรจะบอกความคิดของเราก่อน เราต้องถามเค้าก่อนสิ จะได้แก้เกมส์ได้ทัน
“ผมเหรอ ผมว่าผมไม่ติดนะแต่คุณก็เห็น ผมเป็นคนพูดจาหวานไม่ค่อยเป็น คุณจะทนได้เหรอ ถ้าคุณไม่โอเคก็แค่บอกคุณแม่คุณไปว่าคุณต้องการยกเลิกสัญญา ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ” ปกรณ์กล่าวออกมาพร้อมกับเหลือบสายตาไปมองหน้าหวานว่ามีปฏิกิริยายังไง
ฟ้าใสหันกลับไปจ้องหน้าหล่อคม พร้อมทั้งยิ้มหวาน
“ชั้นไม่ติดหรอกนะ เรื่องปากของคุณ อาจจะปวดหัวไปบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นต้องยกเลิก ว่าแต่เอ เหมือนคุณก็ไม่ค่อยเต็มใจไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณไม่บอกคุณแม่คุณหละว่าคุณยังไม่พร้อม และอยากยกเลิกสัญญา” ฟ้าใสรีบโยนกลับ
สุดท้ายทั้งสองคนก็เงียบไป ต่างฝ่ายต่างนั่งคิดว่าจะโต้ตอบอย่างไรดี
“ว่าไงหละคะ คุณปกรณ์ เท่าๆ ที่ดู คุณก็ไม่อยากหมั้นกับชั้น ทำไมคุณไม่บอกคุณแม่คุณไปหละว่าคุณไม่โอเค อยากยกเลิก” ในที่สุด เป็นฝ่ายฟ้าใสที่เริ่มพูดตรงประเด็นขึ้นมา
“แต่ผมว่า เท่าที่ฟัง คุณเองก็ไม่ได้อยากหมั้นกับผมเหมือนกัน แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกคุณแม่คุณไปหละ” ปกรณ์ก็ไม่ยอมเช่นกัน
“ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นไม่ติด” ฟ้าใสรีบเปลี่ยนแผน จากตอนแรกที่คิดว่าจะปรึกษาเค้าอย่างตรงไปตรงมา กลับกลายเป็นว่า ต้องเล่นเกมส์เพื่อให้เค้ายอมไปเองสะแล้ว
“ผมก็ไม่ติดเช่นเดียวกัน งั้นตกลงว่าเราเริ่มทำความรู้จักกันตามที่แม่ๆ เราอยากให้รู้จักกันแล้วกันนะครับ” เมื่อติดไฟแดงปกรณ์จึงหันมามองหน้าหวานในแสงไฟ ‘ก็สวยดีนะ’ คงต้องใช้มาตรการเด็ดขาดให้ทนไม่ได้เองสะแล้ว
ซึ่งก็เป็นแผนเดียวกับฟ้าใสเช่นเดียวกัน “งั้นก็ได้ค่ะ เรามาทำความรู้จักกันก่อนแล้วกันนะคะ” ‘เอาสิ ใครทนไม่ได้ก็ต้องถอยไป’
“ข้างหน้านั้นเป็นคอนโดชั้นแล้วค่ะ คุณจอดข้างหน้าได้เลยค่ะ” ฟ้าใสรีบบอกเมื่อเห็นว่าคอนโดตัวเองอยู่ข้างหน้าแล้ว
รถสปอร์ตเคลื่อนมาจอดหน้าคอนโดหรู อย่างที่สาวเจ้าบอกทันที
“ขอบคุณนะคะ” ฟ้าใสรีบบอก ใจอยากลงใจจะขาด เพื่อไปเขียนแผนการใหม่ จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูลงไปนั้น
หมับ !!!!!
มือหนาจับลงบนแขนดึงสาวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าจมูก ‘อืมกลิ่นนี้หอมจริงๆ’ ฟ้าใสเหลือบตามองไปที่ชายหนุ่มหน้าคมคายในใจสั่นไหวไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายที่ไหนใกล้เท่านี้มาก่อน แต่ก็พยายามสงบใจ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่ตัวเธอจะมีความรัก ‘ถ้าเราเจอกันอีก 5 ปีข้างหน้าก็ดีเนอะ’ พลางคิดในใจว่าหมอนี่มาผิดเวลาไปหน่อย
“ว่ายังไงคะ มีอะไรหรือเปล่า คุณปกรณ์”
“คุณจำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ หรือยังโกรธผมอยู่” ปกรณ์หลุบตามองหน้าหวานอย่างมีความหมาย ชายหนุ่มไม่เชื่อจริงๆ ว่าฟ้าใสจำเค้าไม่ได้
“ชั้นจำไม่ได้จริงๆ เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ” ฟ้าใสขมวดคิ้ว พยายามนึกแล้ว ก็นึกไม่ออกจริงๆ หรือจะเป็นมุขของเค้ากันนะ ผู้ชายรวยส่วนใหญ่เจ้าชู้กันทุกคน
“เรียกตัวเองว่าฟ้า น่ารักกว่านะครับ ตอนเด็กๆ เวลาคุณอารมณ์ดีๆ คุณก็แทนตัวเองว่าฟ้าตลอด ไหนๆ เรากำลังจะศึกษาซึ่งกันและกัน ผมอยากให้คุณแทนตัวเองว่าฟ้านะครับ”
“ทำไมชั้นต้องทำตามคุณด้วย และชั้นก็จำไม่ได้จริงๆ ว่าเราเคยเจอกัน แม้กระทั่งตอนเด็กๆ ก็ตาม”
“ถ้าคุณไม่ทำตามก็ไม่ต้องลง วันนี้ก็ทำความรู้จักกันบนรถจนถึงเช้าเนี่ยแหละ และเราเคยเจอกันมาก่อนแน่นอน ไม่รู้เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณแกล้งจำไม่ได้” ปกรณ์เริ่มอารมณ์ไม่ดี ตอนแรกแค่อยากแกล้งบังคับ แต่เห็นเถียง แบบนี้ เริ่มอยากเอาชนะสะแล้ว
“คุณจะบ้าเหรอ ทำไมชั้นต้องแกล้ง และชั้นไม่แทนตัวเองว่าฟ้า เข้าใจมั้ย” ฟ้าใสเริ่มไม่ยอม วันนี้มันผิดแผนไปหมดแล้ว ยังมาโดนบังคับอีก นายนี่เป็นยังไงนะ
“บอกให้แทนตัวเองว่าฟ้า แล้วเรียกผมว่าพี่กรณ์ ตามที่คุณแม่ผมต้องการ” ปกรณ์เริ่มกดเสียงต่ำ การแสดงความบังคับ และเอาแต่ใจเป็นส่วนนึงของแผน พร้อมทั้งเริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างคุกคาม
“อี๋ เอาหน้าออกไปนะ นายแก่กว่าชั้นไม่กี่เดือนทำไมชั้นต้องเรียกนายว่าพี่ด้วย” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนตามอารมณ์ของฟ้าใสพร้อมพยายามที่จะผลักหน้าหล่อให้ถอยห่างออกไป
ชายหนุ่มยักคิ้ว จับมือเรียวทั้งสองข้างไว้ พร้อมยื่นหน้าเข้าใกล้มากขึ้น พร้อมกระซิบที่ข้างหู “เราต้องสนิทกันมากขึ้น ดังนั้นการเปลี่ยนคำเรียก จะทำให้เราสนิทกันมากขึ้น แล้วพี่ชอบใช้คำแทนแบบนี้ ถ้าคุณไม่ทำ หรือทนไม่ได้ ก็แค่โทรไปบอกคุณแม่คุณสิครับ” ‘หึ ดูใกล้ๆ ก็ยิ่งน่ารัก’