“ไง ไอ้เสือ กลับมาแล้วคิดถึงมาก เลยโทรตามกูยิกๆ ให้ออกมาหาเลยเหรอ” ธันวาเอ่ยถามปกรณ์อย่างอารมณ์ดี พร้อมดีใจที่เห็นเพื่อนรักกลับมาเมืองไทยสักที
“เออ กูคิดถึงมึงมาก แต่มึงมาช้านะ กูนัดกี่โมงนี่ เลทมาเกือบชั่วโมงแล้วไอ้เวร” ปกรณ์ยักคิ้ว พร้อมยิ้มที่มุมปากแล้วพูดออกมา
“เออ โทษทีวะ พอดีมีเรื่องกับป้าที่คอนโดนิดหน่อย เลยเสียเวลาต่อปากต่อคำ” ธันวาพูดพร้อมนึกถึงใบหน้าป้าที่เค้าพูดถึง ‘ทำไมน่ารักได้ขนาดนั้นนะ คุณป้า หึหึ’
“ป้าที่ไหนวะ ป้าแกอยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ หรือท่านลงมาหาแก แล้วอยู่ถึงเมื่อไหร่ กูจะได้เข้าไปไหว้ คิดถึงท่านเหมือนกัน”
“เปล่า ป้าที่อาศัยที่คอนโด ไม่ใช่ป้ากู” ธันวาส่ายหัวไปมา “ว่าแต่ที่เรียกกูมาเนี่ย คิดถึงมากงั้น ถึงมาปุ๊บ เรียกหากูปั๊บเลย” ว่าพลางยกคิ้วพลาง พร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์
“อืม อยากดื่มเลยคิดถึงมึง” ว่าพลางยกแก้วสีอำพันขึ้นดื่ม
“เป็นไรวะ กลับมาก็ดีแล้ว ทำไมดูหน้าเครียดๆ” ธันวาเอ่ย เมื่อลอบสังเกตอากัปกิริยาของเพื่อน ขณะที่ยกดื่มหลายๆ อึก ในคราวเดียว ‘หรือมันรีบวะ’ ได้แต่คิดในใจ
“แม่กูจะให้กูหมั้นวะ” สักพักใหญ่ๆ ปกรณ์ ก็ยอมเปิดปากพูดออกมา หลังจากที่นั่งดื่มเงียบๆ มาหลายนาที
“เฮ้ย มึงเพิ่งกลับมา แม่มึงก็อยากได้หลานแล้วเหรอวะ ฮ่าๆๆ”
“กูไม่ขำ” ปกรณ์ ส่งสายตาขุ่นเขียวไปให้เพื่อนรักที่นั่งขำอย่างไม่สนใจในเรื่องที่เค้ากำลังพูด
“เออๆ กูไม่ขำแล้ว ก็แค่หมั้นไม่ใช่เหรอวะ มึงก็โสดมาหลายปีแล้ว ไม่ลองเปิดใจดูเหรอ” ธันวาตบบ่าเพื่อนเบาๆ เค้าพอจะรู้ว่าเหตุใดเพื่อนถึงยังไม่คิดมีใคร
“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยลืมเธอได้เลย ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว” ปกรณ์หมุนควงแก้วน้ำสีอำพันวนไปมา พลางคิดถึงผู้หญิงคนนั้น คนที่เค้ารักมากที่สุด คนที่เค้าพร้อมจะหยุดทุกอย่าง แต่แล้วอยู่ๆเธอก็ไปจากเค้า ตั้งแต่นั้นมา เค้าไม่เคยเปิดใจให้ใคร และสัญญากับตัวเองไว้ว่าเค้าจะไม่มีความรักให้ใครอีก
“งั้นมึงไม่บอกแม่ไปหละว่ามึงยังไม่พร้อม เพิ่งกลับมา”
“มึงก็รู้ว่าแต่ไหนแต่ไร กูไม่เคยขัดคำขอพ่อ แม่กูได้เลยสักครั้ง” ปกรณ์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงเค้าจะมีความพร้อมในทุกๆ เรื่อง ทั้งรูปร่าง ทรัพย์สมบัติ อิทธิพลในแวดวงธุรกิจ แต่ด้วยความที่เค้าเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน เค้าต้องแบกความหวังของทั้งครอบครัวไว้ตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างที่เค้าทำ เค้าโดนวางกรอบไว้ตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโท เมื่อคุณพ่อเค้าเสียไป คุณแม่ถึงยอมผ่อนปรนกับเค้ามากขึ้น ให้เวลาเค้าทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ต่างประเทศตามที่เค้าร้องขอ แต่ตอนนี้แม่เค้าขออีกแล้ว เค้าไม่ควรจะขัดหรือเปล่า
“หลังจากพ่อกูเสีย แม่กูก็ยอมกูมากขึ้น ตอนนี้มาขอเรื่องนี้ กูก็เลยไม่อยากขัดวะ”
“งั้นถ้าไหนๆ มึงต้องทำตามที่แม่มึงบอก มึงก็ลองศึกษาดูใจเค้าไปก่อนดีมั้ย มึงอาจจะชอบเค้าจริงๆ ก็ได้”
“ไม่มีทาง กูไม่มีความรักให้ใครอีกแล้ว แต่กูก็ขัดแม่กูไม่ได้ และกูก็ไม่อยากดึงเค้าเข้ามาอยู่กับกู โดยที่กูจะไม่มีวันรักเค้าได้ มันจะทรมานทั้งกูและเค้า” ปกรณ์เอ่ยออกมาอย่างสับสนในใจ เค้าหาทางออกไม่เจอ และรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้นที่กำลังจะโดนดึงมาอยู่กับเค้า
“และถ้าฝั่งโน้นเป็นฝ่ายขอยกเลิกงานหมั้นเองหละ แม่มึงจะว่าไง” ธันวาเอ่ยออกมา พร้อมยกเหล้าขึ้นดื่ม
“ถ้าเค้ายกเลิกหมั้น แม่กูก็ไม่ถือว่าผิดสัญญา งั้นกูก็ไม่ต้องหมั้นเพราะคำสัญญาบ้าๆ บอๆ นี่ แล้วกูก็ไม่ได้ขัดคำสั่งแม่ด้วย เออ เป็นความคิดที่ดี” ปกรณ์ ทวนตามที่ธันวาเอ่ยมา แล้วเค้าก็ฉีกยิ้มกว้างกว่าที่ผ่านมา เหมือนความคิดบางอย่างได้ปลดล็อคลงไปได้
“เฮ้ย ขอบใจมากนะเพื่อน มึงฉลาดจริงๆ กูคิดตั้งนาน วันนี้กูเลี้ยงเองเว้ย” ปกรณ์ตบไหล่เพื่อนอย่างแรง ด้วยความดีใจ ที่เค้าหาทางออกได้สักที
“เออ เบาๆ หน่อยเว้ย หลังไหล่กู มึงพูดแล้วนะ งั้นวันนี้ กูขอสาวด้วยนะ มึงเอาเปล่า”
“ไม่เอาวะ วันนี้ ไม่มีอารมณ์ แต่ถ้ามึงจะเอาตามสบายเลยเว้ย” ว่าแล้วสองหนุ่มก็นั่งดื่มเหล้าเคล้านารีกันไปด้วยความสบายใจที่ปัญหามีทางออกของมัน เหลือแค่ว่าจะทำให้เกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้น
2-3 วันต่อมาที่คฤหาสน์ธนเกียรติ์โภคิน
ปกรณ์ตื่นแต่เช้าลงมาทานอาหารกับคุณหญิงอรพินท์ และน้องสาวอย่างมินท์ที่ห้องอาหาร
“วันนี้ลูกเข้าออฟฟิศพร้อมแม่เลยมั้ย กรณ์ วันนี้มีประชุมผู้บริหาร แม่จะได้ถือโอกาสแนะนำประธานบริษัทคนใหม่ไปด้วยเลย” คุณหญิงอรพินท์พูดกับลูกชายสุดที่รักอย่างดีใจ
“ครับแม่ ผมตั้งใจจะไปพร้อมแม่อยู่แล้วครับ” ปกรณ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เค้าพร้อมแล้วที่มารับผิดชอบแทนแม่ของเค้า เพื่อให้แม่ของเค้าพักผ่อนสักที
“แม่ครับ แม่พอจะนัดน้าอัญ กับว่าที่คู่หมั้นผมมาเจอกันหน่อยได้มั้ยครับ” เมื่อทานอาหารเสร็จ ปกรณ์ก็รีบบอกสิ่งที่เค้าคิดมาหลายวัน เค้าต้องรีบทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
“อะไรกันพี่ชาย อยากเจอหน้าว่าที่คู่หมั้นเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ” มินท์แกล้งแหย่พี่ชาย แต่เธอก็ดีใจที่พี่ชายเธอพร้อมที่จะเปิดใจให้กับผู้หญิงคนอื่นสักที ไม่ใช่มัวแต่ฝังใจกับผู้หญิงคนนั้น
“แม่ดีใจนะลูก ที่กรณ์อยากเจอหน้าหนูฟ้าใส”
“ครับ ในเมื่อไหนๆ ก็ต้องทำตามสัญญาอยู่ดี เจอกันเร็ว ก็ทำความรู้จักกันเร็ว ก็ดีกว่าครับ” ปกรณ์เอ่ย พร้อมนึกในใจ ‘เจอกันเร็ว ก็จบเรื่องกันเร็ว’ เมื่อคิดได้ดังนั้นปกรณ์ก็เผลอยกยิ้มมุมปากออกมา
เมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งยิ้มคนเดียว คุณอรพินท์ก็หันไปมองหน้ามินท์ อย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าลูกชายคงจะมีความสุขที่จะได้หมั้น
“โอเคจ๊ะ งั้นแม่นัดน้าอัญ กับหนูฟ้าใสมาทานข้าวเย็นกับเราเย็นนี้เลยนะ เรื่องสถานที่ รบกวนมินท์ช่วยดูให้แม่หน่อยนะ” คุณหญิงหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกสาวสำหรับงานพบกันครั้งแรกของหนุ่มสาวในรอบหลายๆปี
“ได้เลยคะแม่ เอาร้านอาหาร xxxx บนโรงแรมของพี่ธันวามั้ยคะ เค้ามีห้องส่วนตัวด้วยคะ” สาวน้อยนึกสักพักก็ถามออกมาอย่างขอความคิดเห็น
“แม่ก็ว่าดีอยู่นะ เอาตามนั้นเลยจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะนัดน้าอัญกับหนูฟ้าใสให้นะจ๊ะ”
“งั้นเดี๋ยวหนูให้เลขาจัดการจองให้เลยคะ”
“ดีเลยลูก ปะ เราไปกันแล้วดีกว่า ใกล้เวลาการประชุมแล้ว” คุณหญิงมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ แบรนด์ดัง แล้วรีบบอกลูกๆ ให้รีบออกเดินทาง เพราะใกล้เวลาประชุมสำคัญแล้ว เธอไม่อยากให้ปกรณ์ดูไม่ดีต่อหน้าผู้บริหารเพราะกำลังจะเข้ารับตำแหน่งใหญ่ที่บริษัท