บทที่3 มือนั้นหล่อจัง

1621 Words
บทที่3 มือนั้นหล่อจัง เสียงเคาะประตูพึ่งดังไปได้ไม่นาน เสียงทุ้มนุ่มของชายคนหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน “เชิญเข้ามาเลยครับ” มิลาน่าผลักประตูเปิดออกช้า ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมสะอาดแบบบุรุษปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ลอยมาแตะจมูก ภายในห้องกว้างขวาง โปร่งสว่างด้วยแสงไฟสีขาวนวล เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นถูกจัดอย่างเป็นระเบียบสะท้อนบุคลิกเจ้าของห้อง ตรงกลางห้อง ชายหนุ่มร่างสูงกำยำในชุดกาวน์สีขาวยืนหันหลังให้ เงาของเขาซ้อนทับกับแสงจากหน้าต่างบานใหญ่ เขากำลังก้มพิจารณาหุ่นครึ่งตัวของผู้หญิงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มือใหญ่จับหน้าอกซิลิโคนที่หลุดออกมาอย่างตั้งใจ มิลาชะงักเล็กน้อยใจเต้นแผ่วแต่ถี่ ไม่แน่ใจว่าควรเอ่ยทักหรือถอยออกมาดี ในจังหวะนั้นเขาหันหน้ามา ทำให้สายตาคมสบเข้ากับเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเหลือบลงมองหน้าอกซิลิโคนในมือ แล้วรีบจัดกลับเข้าที่อย่างสุภาพ “คุณมิลาน่าใช่ไหมครับ” น้ำเสียงสุขุมแฝงรอยยิ้มบางที่มุมปากทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย “อ่อ… ค่ะ ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงเบา เขาเดินอ้อมโต๊ะมาอย่างมั่นคง “หมอรามแจ้งผมไว้แล้วครับ เชิญนั่งตรงนี้ก่อนนะครับ” มือเขาผายไปยังเก้าอี้ตรงหน้าอย่างสุภาพ มิลานั่งลงด้วยท่าทีเกรงใจ แต่สายตาเผลอสำรวจใบหน้าของหมอหนุ่มอย่างไม่อาจห้ามได้ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวย และดวงตาคมกริบที่แม้จะแฝงความเฉียบคม แต่กลับอุ่นราวกับสายตานั้นพร้อมจะโอบอุ้มทุกความอ่อนแอของคนตรงหน้า “ผมขอดูข้อมือหน่อยครับ” เขาพูดพร้อมกับมองเธออย่างอ่อนโยน มิลาเงียบไป ราวกับถูกดึงเข้าสู่ภวังค์แห่งแววตา เมื่อรู้ตัว เธอรีบขานรับ แล้วค่อย ๆ ยื่นมือที่บวมช้ำให้ “ค่ะ ตรวจค่ะ” ปลายนิ้วของเขาแตะข้อมือเธออย่างแผ่วเบา ความเย็นจากสัมผัสทำให้หัวใจเธอเต้นสะดุด ราวกับโลกภายนอกหยุดเคลื่อนไหว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณปล่อยไว้นานขนาดนี้ได้ยังไงครับ” น้ำเสียงติดตำหนิแต่ไม่ก้าวร้าว “นานเหรอคะ… ก็แค่เมื่อคืนนี้เอง” เธอตอบแผ่ว ๆ “แล้วคุณไปทำอะไรมาครับ” น้ำเสียงของเขายังคงนุ่ม แต่แฝงด้วยความใคร่รู้ เธอลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วเอ่ย “หมอคะ… ไอ้สารเลวนั่นมันมีชู้… มันนอกใจฉัน…” เขานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มบาง “ไม่ต้องพูดเยอะครับ แค่บอกว่าข้อมือไปฟาดกับอะไรก็พอ” “ไปฟาดกับ… เตียงนอนค่ะ”เธอเม้มปาก “ฟาดแรงมากนะครับ กระดูกอาจร้าวได้ ผมขอเอกซเรย์ดู”เขาพยักหน้า มือใหญ่ยังคงตรวจอย่างระมัดระวัง “อ่า… เริ่มแข็งแล้วครับ” เขาพึมพำกับตัวเอง “คุณหมอ… แข็งเหรอคะ” เธอถามด้วยความงุนงง “ไม่ใช่ครับ อย่าเกร็งแขน มันทำให้เส้นเอ็นตึง ผมจะเช็กว่าคุณเจ็บตรงไหน”เขาหัวเราะเบาๆ แก้มเธอร้อนวาบโดยไม่รู้ตัว… นทีพามิลาก้าวเข้าไปในห้องเอกซเรย์ที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเขา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยคลุ้ง เสียงเครื่องจักรทำงานแผ่วเบาให้ความรู้สึกเย็นสงบ แสงจากจอมอนิเตอร์สว่างสะท้อนบนใบหน้าคมของเขา ขับให้ดวงตาดูจริงจังยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน ภาพเงากระดูกก็ปรากฏชัดบนหน้าจอ นทีเอื้อมมือชี้ไปที่บริเวณรอยแตกเล็ก ๆ บนนั้น “อย่างที่ผมคาดไว้… กระดูกร้าวเล็กน้อย แต่ยังดีที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ” น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แต่แฝงความมั่นคงจนมิลารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้าลง เธอพยักหน้าอย่างตั้งใจ “แล้ว…ต้องทำยังไงบ้างคะ หมอ” นทีสบตาเธอเพียงชั่ววินาที ก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “คุณต้องมาตรวจทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผมติดตามการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญห้ามใช้ข้อมือซ้ายทำงานหนักเด็ดขาด” คำเตือนของเขาจริงจังพอจะทำให้เธอรู้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย แต่ความคิดของมิลากลับล่องลอยไปไกล…สู่ภาพของคนรักเก่าที่ลงมือทำให้ร่างกายเธอบอบช้ำ ความเจ็บปวดนั้นฝังลึกยิ่งกว่ารอยร้าวบนกระดูก นทีเหมือนจะอ่านบางอย่างในดวงตาเธอออก เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนโน้มตัวหยิบซองยามาวางลงตรงหน้า น้ำเสียงเมื่อเอ่ยอีกครั้งกลับอ่อนลงกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย “ทานยาให้ครบ แล้วมาตามนัดนะครับ” มิลายื่นมือไปรับซองยาและใบนัด ปลายนิ้วของเธอแตะกับมือเขาเพียงแค่ครู่นึง แต่กลับทำให้เธอรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด เธอเลือกเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง ทิ้งให้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอเจืออยู่ในอากาศ และสายตาของนทีที่ยังติดตามเธอจนลับประตู หญิงสาวเดินเข้ามาถึงผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟนีออนระยิบระยับส่องกระทบผิวแก้วไวน์บนโต๊ะจนเกิดประกายระยิบระยับ เธอสวมแว่นดำอันโตปิดบังดวงตาที่บวมช้ำอย่างมิดชิด เลี่ยงเส้นทางที่คนพลุกพล่านแล้วตรงไปยังห้องส่วนตัวที่เธอจองไว้ล่วงหน้า บรรยากาศภายในห้องถูกตกแต่งอย่างทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบหรู โต๊ะกลางมีไวน์ขวดใหญ่ตั้งโดดเด่นอย่างน่าภาคภูมิใจ มิลาไม่รอช้าสั่งเด็กเสิร์ฟว่าขอไม่ต้องการบริการเพิ่มเติม หากไวน์หมดจะเรียกเอง เธอเริ่มดื่มไวน์ทีละแก้ว ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยทับถมอยู่ในใจค่อยๆ ถูกละลายด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทว่าความมึนเมากลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย เวลาล่วงเลยไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ผับยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้คน มิลาเดินไปตามทางเดินเพื่อหาที่ระบายความอึดอัดในใจ แต่กลับเผลอเดินชนชายหนุ่มสามคนจนทำให้ไวน์ในแก้วสั่นไหวและหกเปื้อนเสื้อของชายคนหนึ่ง “อุ๊ย...ขอโทษค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ และดูเหมือนลิ้นจะพันกัน “ไม่เป็นไรครับคนสวย” ชายหนุ่มยิ้มร้ายกาจ มองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาหื่นกระหายที่ทำให้มิลาแทบรู้สึกหนาวสั่น “มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ อยากไปต่อกับพวกเราไหม” “ไม่ค่ะ” มิลาปฏิเสธทันทีพร้อมกับหมุนตัวจะเดินหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไกล แขนข้างหนึ่งก็ถูกชายอีกคนคว้าไว้แน่น “จะไปไหนครับ อย่าเพิ่งไปนะ” ก่อนที่ชายคนนั้นจะทำท่าจะลวนลาม ร่างหนึ่งก็เข้ามาขวางพร้อมจับไหล่บุคคลนั้นไว้แรง ๆ แล้วดึงออกไปอย่างฉับพลัน “ถ้าเขาไม่อยากไป ก็ปล่อยเขาเถอะครับ” มิลาหันไปสบตากับเจ้าของเสียง พบว่าเป็นนที หมอศัลยกรรมหนุ่มที่เธอเจอเมื่อช่วงค่ำ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะมึนเมาไม่ต่างจากเธอ “หมอ...” เธอเรียกด้วยน้ำเสียงสั่น นทีไม่รอให้เธอพูดจบ เขาจับมือเธอและลากออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ใครเห็น “มานี่ครับ... เดี๋ยวผมจะให้คุณโทรหาคนมารับ” “ฮือ...ไม่เอา... ฉันไม่อยากกลับ...” น้ำตาไหลรินลงแก้มโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน “ฉันไม่มีใครแล้ว... ไม่มีใครให้กลับไปหา...” นทีเปิดประตูรถ เปิดเบาะให้นั่งก่อนจะผลักเธอเข้าไปในรถด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ... ไม่เป็นไร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ค่อย ๆ คิดนะครับ เดี๋ยวผมจะอยู่เป็นเพื่อนก่อน” นทีเอนหลังพิงเบาะ ถอนหายใจลึก พร้อมเปิดช่องแช่เย็นตรงกลางรถ หยิบกระป๋องเบียร์ออกมาสองกระป๋อง เขายื่นกระป๋องแรกให้มิลา “ดื่มสิครับ... ถ้าอยากดื่มอีกก็ไม่ว่ากัน” นทีเปิดฝาเบียร์ของตัวเองพร้อมพูดติดตลก “แต่ผมเตือนเลยนะว่ามันไม่มีผลดีต่อข้อมือของคุณแน่นอน” มิลารับกระป๋องมาอย่างไม่สนใจคำเตือน ดื่มหมดแก้วอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นทีจะยกเบียร์จิบตาม พลันความเงียบก็ปกคลุมในรถอีกครั้ง “คุณหมอมีเพื่อนบ้างไหมคะ เพื่อนฉัน... เคยทรยศฉันมาแล้ว คนรักก็ไม่ต่างกัน... พวกนั้นสวมเขาให้ฉัน” น้ำเสียงของเธอเหนื่อยล้าและพร่ามัว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเริ่มพร่าเลือนและดูเลื่อนลอย นทีแค่ส่ายหน้าเบา ๆ ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทันใดนั้น มิลารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาจึงถอดเสื้อคลุมออก ชุดเดรสรัดรูปที่เว้าลึกตรงเอวเผยให้เห็นเรือนร่างสวยงามดุจหุ่นปั้นจากสวรรค์ นทีที่กำลังจิบเบียร์ถึงกับสำลักออกมา รีบหันไปมองเธอด้วยสายตาตะลึง “ทำไมบอดี้เธอถึงได้สวยขนาดนี้...” เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับไม่อยากเชื่อ ก่อนจะรีบยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง เพื่อกลบความประหม่าและอารมณ์ที่แอบซ่อน “คุณมิลา... ผมว่าโทรหาญาติให้มารับดีกว่าครับ” นทีเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง “โอ้... คุณหมอ... คุณเหมือนหมอจังเลย” มิลายิ้มหวาน ส่งสายตาไร้เดียงสาอย่างเจ้าเล่ห์ให้เขา นทีเพียงมองรอยยิ้มนั้นพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันกลับไปจิบเบียร์ต่อ ปิดกั้นความรู้สึกบางอย่างในใจไม่ให้รั่วไหลออกมาเกินควบคุม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD