บทที่3 มือนั้นหล่อจัง
เสียงเคาะประตูพึ่งดังไปได้ไม่นาน เสียงทุ้มนุ่มของชายคนหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากด้านใน
“เชิญเข้ามาเลยครับ”
มิลาน่าผลักประตูเปิดออกช้า ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมสะอาดแบบบุรุษปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ลอยมาแตะจมูก ภายในห้องกว้างขวาง โปร่งสว่างด้วยแสงไฟสีขาวนวล เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นถูกจัดอย่างเป็นระเบียบสะท้อนบุคลิกเจ้าของห้อง
ตรงกลางห้อง ชายหนุ่มร่างสูงกำยำในชุดกาวน์สีขาวยืนหันหลังให้ เงาของเขาซ้อนทับกับแสงจากหน้าต่างบานใหญ่ เขากำลังก้มพิจารณาหุ่นครึ่งตัวของผู้หญิงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มือใหญ่จับหน้าอกซิลิโคนที่หลุดออกมาอย่างตั้งใจ
มิลาชะงักเล็กน้อยใจเต้นแผ่วแต่ถี่ ไม่แน่ใจว่าควรเอ่ยทักหรือถอยออกมาดี ในจังหวะนั้นเขาหันหน้ามา ทำให้สายตาคมสบเข้ากับเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเหลือบลงมองหน้าอกซิลิโคนในมือ แล้วรีบจัดกลับเข้าที่อย่างสุภาพ
“คุณมิลาน่าใช่ไหมครับ”
น้ำเสียงสุขุมแฝงรอยยิ้มบางที่มุมปากทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“อ่อ… ค่ะ ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงเบา
เขาเดินอ้อมโต๊ะมาอย่างมั่นคง
“หมอรามแจ้งผมไว้แล้วครับ เชิญนั่งตรงนี้ก่อนนะครับ”
มือเขาผายไปยังเก้าอี้ตรงหน้าอย่างสุภาพ
มิลานั่งลงด้วยท่าทีเกรงใจ แต่สายตาเผลอสำรวจใบหน้าของหมอหนุ่มอย่างไม่อาจห้ามได้ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวย และดวงตาคมกริบที่แม้จะแฝงความเฉียบคม แต่กลับอุ่นราวกับสายตานั้นพร้อมจะโอบอุ้มทุกความอ่อนแอของคนตรงหน้า
“ผมขอดูข้อมือหน่อยครับ” เขาพูดพร้อมกับมองเธออย่างอ่อนโยน
มิลาเงียบไป ราวกับถูกดึงเข้าสู่ภวังค์แห่งแววตา เมื่อรู้ตัว เธอรีบขานรับ แล้วค่อย ๆ ยื่นมือที่บวมช้ำให้
“ค่ะ ตรวจค่ะ”
ปลายนิ้วของเขาแตะข้อมือเธออย่างแผ่วเบา ความเย็นจากสัมผัสทำให้หัวใจเธอเต้นสะดุด ราวกับโลกภายนอกหยุดเคลื่อนไหว
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณปล่อยไว้นานขนาดนี้ได้ยังไงครับ” น้ำเสียงติดตำหนิแต่ไม่ก้าวร้าว
“นานเหรอคะ… ก็แค่เมื่อคืนนี้เอง” เธอตอบแผ่ว ๆ
“แล้วคุณไปทำอะไรมาครับ” น้ำเสียงของเขายังคงนุ่ม แต่แฝงด้วยความใคร่รู้
เธอลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วเอ่ย
“หมอคะ… ไอ้สารเลวนั่นมันมีชู้… มันนอกใจฉัน…”
เขานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มบาง
“ไม่ต้องพูดเยอะครับ แค่บอกว่าข้อมือไปฟาดกับอะไรก็พอ”
“ไปฟาดกับ… เตียงนอนค่ะ”เธอเม้มปาก
“ฟาดแรงมากนะครับ กระดูกอาจร้าวได้ ผมขอเอกซเรย์ดู”เขาพยักหน้า
มือใหญ่ยังคงตรวจอย่างระมัดระวัง
“อ่า… เริ่มแข็งแล้วครับ” เขาพึมพำกับตัวเอง
“คุณหมอ… แข็งเหรอคะ” เธอถามด้วยความงุนงง
“ไม่ใช่ครับ อย่าเกร็งแขน มันทำให้เส้นเอ็นตึง ผมจะเช็กว่าคุณเจ็บตรงไหน”เขาหัวเราะเบาๆ
แก้มเธอร้อนวาบโดยไม่รู้ตัว…
นทีพามิลาก้าวเข้าไปในห้องเอกซเรย์ที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเขา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยคลุ้ง เสียงเครื่องจักรทำงานแผ่วเบาให้ความรู้สึกเย็นสงบ แสงจากจอมอนิเตอร์สว่างสะท้อนบนใบหน้าคมของเขา ขับให้ดวงตาดูจริงจังยิ่งขึ้น
เพียงไม่นาน ภาพเงากระดูกก็ปรากฏชัดบนหน้าจอ นทีเอื้อมมือชี้ไปที่บริเวณรอยแตกเล็ก ๆ บนนั้น
“อย่างที่ผมคาดไว้… กระดูกร้าวเล็กน้อย แต่ยังดีที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แต่แฝงความมั่นคงจนมิลารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้าลง เธอพยักหน้าอย่างตั้งใจ
“แล้ว…ต้องทำยังไงบ้างคะ หมอ”
นทีสบตาเธอเพียงชั่ววินาที ก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
“คุณต้องมาตรวจทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผมติดตามการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญห้ามใช้ข้อมือซ้ายทำงานหนักเด็ดขาด”
คำเตือนของเขาจริงจังพอจะทำให้เธอรู้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย แต่ความคิดของมิลากลับล่องลอยไปไกล…สู่ภาพของคนรักเก่าที่ลงมือทำให้ร่างกายเธอบอบช้ำ ความเจ็บปวดนั้นฝังลึกยิ่งกว่ารอยร้าวบนกระดูก
นทีเหมือนจะอ่านบางอย่างในดวงตาเธอออก เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนโน้มตัวหยิบซองยามาวางลงตรงหน้า น้ำเสียงเมื่อเอ่ยอีกครั้งกลับอ่อนลงกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย
“ทานยาให้ครบ แล้วมาตามนัดนะครับ”
มิลายื่นมือไปรับซองยาและใบนัด ปลายนิ้วของเธอแตะกับมือเขาเพียงแค่ครู่นึง แต่กลับทำให้เธอรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด เธอเลือกเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง ทิ้งให้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอเจืออยู่ในอากาศ และสายตาของนทีที่ยังติดตามเธอจนลับประตู
หญิงสาวเดินเข้ามาถึงผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟนีออนระยิบระยับส่องกระทบผิวแก้วไวน์บนโต๊ะจนเกิดประกายระยิบระยับ เธอสวมแว่นดำอันโตปิดบังดวงตาที่บวมช้ำอย่างมิดชิด เลี่ยงเส้นทางที่คนพลุกพล่านแล้วตรงไปยังห้องส่วนตัวที่เธอจองไว้ล่วงหน้า
บรรยากาศภายในห้องถูกตกแต่งอย่างทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบหรู โต๊ะกลางมีไวน์ขวดใหญ่ตั้งโดดเด่นอย่างน่าภาคภูมิใจ มิลาไม่รอช้าสั่งเด็กเสิร์ฟว่าขอไม่ต้องการบริการเพิ่มเติม หากไวน์หมดจะเรียกเอง
เธอเริ่มดื่มไวน์ทีละแก้ว ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยทับถมอยู่ในใจค่อยๆ ถูกละลายด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทว่าความมึนเมากลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ผับยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้คน มิลาเดินไปตามทางเดินเพื่อหาที่ระบายความอึดอัดในใจ แต่กลับเผลอเดินชนชายหนุ่มสามคนจนทำให้ไวน์ในแก้วสั่นไหวและหกเปื้อนเสื้อของชายคนหนึ่ง
“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ และดูเหมือนลิ้นจะพันกัน
“ไม่เป็นไรครับคนสวย”
ชายหนุ่มยิ้มร้ายกาจ มองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาหื่นกระหายที่ทำให้มิลาแทบรู้สึกหนาวสั่น
“มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ อยากไปต่อกับพวกเราไหม”
“ไม่ค่ะ”
มิลาปฏิเสธทันทีพร้อมกับหมุนตัวจะเดินหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไกล แขนข้างหนึ่งก็ถูกชายอีกคนคว้าไว้แน่น
“จะไปไหนครับ อย่าเพิ่งไปนะ”
ก่อนที่ชายคนนั้นจะทำท่าจะลวนลาม ร่างหนึ่งก็เข้ามาขวางพร้อมจับไหล่บุคคลนั้นไว้แรง ๆ แล้วดึงออกไปอย่างฉับพลัน
“ถ้าเขาไม่อยากไป ก็ปล่อยเขาเถอะครับ”
มิลาหันไปสบตากับเจ้าของเสียง พบว่าเป็นนที หมอศัลยกรรมหนุ่มที่เธอเจอเมื่อช่วงค่ำ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะมึนเมาไม่ต่างจากเธอ
“หมอ...” เธอเรียกด้วยน้ำเสียงสั่น
นทีไม่รอให้เธอพูดจบ เขาจับมือเธอและลากออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ใครเห็น
“มานี่ครับ... เดี๋ยวผมจะให้คุณโทรหาคนมารับ”
“ฮือ...ไม่เอา... ฉันไม่อยากกลับ...” น้ำตาไหลรินลงแก้มโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
“ฉันไม่มีใครแล้ว... ไม่มีใครให้กลับไปหา...”
นทีเปิดประตูรถ เปิดเบาะให้นั่งก่อนจะผลักเธอเข้าไปในรถด้วยความอ่อนโยน
“ไม่เป็นไรครับ... ไม่เป็นไร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ค่อย ๆ คิดนะครับ เดี๋ยวผมจะอยู่เป็นเพื่อนก่อน”
นทีเอนหลังพิงเบาะ ถอนหายใจลึก พร้อมเปิดช่องแช่เย็นตรงกลางรถ หยิบกระป๋องเบียร์ออกมาสองกระป๋อง
เขายื่นกระป๋องแรกให้มิลา
“ดื่มสิครับ... ถ้าอยากดื่มอีกก็ไม่ว่ากัน”
นทีเปิดฝาเบียร์ของตัวเองพร้อมพูดติดตลก
“แต่ผมเตือนเลยนะว่ามันไม่มีผลดีต่อข้อมือของคุณแน่นอน”
มิลารับกระป๋องมาอย่างไม่สนใจคำเตือน ดื่มหมดแก้วอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นทีจะยกเบียร์จิบตาม พลันความเงียบก็ปกคลุมในรถอีกครั้ง
“คุณหมอมีเพื่อนบ้างไหมคะ เพื่อนฉัน... เคยทรยศฉันมาแล้ว คนรักก็ไม่ต่างกัน... พวกนั้นสวมเขาให้ฉัน”
น้ำเสียงของเธอเหนื่อยล้าและพร่ามัว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเริ่มพร่าเลือนและดูเลื่อนลอย
นทีแค่ส่ายหน้าเบา ๆ ไม่ได้ตอบคำถามนั้น
ทันใดนั้น มิลารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาจึงถอดเสื้อคลุมออก ชุดเดรสรัดรูปที่เว้าลึกตรงเอวเผยให้เห็นเรือนร่างสวยงามดุจหุ่นปั้นจากสวรรค์
นทีที่กำลังจิบเบียร์ถึงกับสำลักออกมา รีบหันไปมองเธอด้วยสายตาตะลึง
“ทำไมบอดี้เธอถึงได้สวยขนาดนี้...” เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับไม่อยากเชื่อ
ก่อนจะรีบยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง เพื่อกลบความประหม่าและอารมณ์ที่แอบซ่อน
“คุณมิลา... ผมว่าโทรหาญาติให้มารับดีกว่าครับ” นทีเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง
“โอ้... คุณหมอ... คุณเหมือนหมอจังเลย”
มิลายิ้มหวาน ส่งสายตาไร้เดียงสาอย่างเจ้าเล่ห์ให้เขา
นทีเพียงมองรอยยิ้มนั้นพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันกลับไปจิบเบียร์ต่อ ปิดกั้นความรู้สึกบางอย่างในใจไม่ให้รั่วไหลออกมาเกินควบคุม