บทที่ 1 เล่นชู้

2164 Words
บทที่ 1 เล่นชู้ หนึ่งปีให้หลัง เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน จอดสนิทที่หน้าคอนโดหรู มิลาก้าวลงจากรถพร้อมกับถุงกระดาษสองสามใบในมือ เธอยืนแหงนมองตึกสูงที่เคยเป็นความฝันของเธอและเอส ความฝันที่ ณ ตอนนี้กลายเป็นความจริงแล้ว แต่ก็เป็นความจริงที่เธอต้องแลกมาด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จากอดีตพนักงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย มาวันนี้ มิลาน่า ได้กลายเป็นชื่อที่แฟนคลับหลายคนรู้จักในวงการ กราเวียร์ไอดอล ชื่อของเธอโด่งดังขึ้นมาจากนิตยสาร อาริซ่า นิตยสารที่ว่าด้วยเรื่องของศิลปะบนเรือนร่าง ทั้งชุดชั้นในหรูหราและชุดว่ายน้ำดีไซน์จัดจ้าน ที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนที่ได้สวมใส่กลายเป็นเจ้าหญิงในแบบของตัวเอง นิตยสารฉบับล่าสุดวางอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น หน้าปกเป็นรูปของมิลาในชุดว่ายน้ำสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้เปียกชื้นเล็กน้อยรับกับผิวขาวผ่องและเรือนร่างที่งดงามราวกับเทพธิดา การโพสต์ท่าของเธอเป็นไปอย่างธรรมชาติ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ที่สะกดทุกสายตา เธอไม่ได้โด่งดังแค่ในนิตยสารเท่านั้น แต่รูปภาพที่หวาบหวิวแต่ไม่โชว์จุดสำคัญของเธอก็กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ทุกคนต่างยกย่องว่าเธอคือศิลปินที่ใช้เรือนร่างเป็นผลงานชิ้นเอก เธอสามารถถ่ายทอดความงดงามของสรีระออกมาได้อย่างน่าหลงใหล โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยจุดสำคัญใดๆ เลยแม้แต่น้อย ทุกภาพถ่ายของเธอเต็มไปด้วยศิลปะและมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนยากจะละสายตา มิลาถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อวางถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยชุดชั้นในและชุดว่ายน้ำคอลเลกชันใหม่ล่าสุด...ของตัวเอง คอนโดของมิลา บนเตียงนอนสีขาวสะอาด ชายหนุ่มกำลังจูบดูดดื่มกับ ศิริน สาวรูปร่างดีด้วยความรุนแรงราวกับเสือที่หิวกระหาย สองร่างแนบชิดกันจนแทบจะหลอมรวม ศิรินครางเสียงหวานในลำคออย่างต่อเนื่อง เมื่อริมฝีปากของเอสค่อยๆ เลื่อนลงมาตามซอกคอของเจ้าตัว “เอสคะ...คิดถึงฉันไหม” ศิรินถามพร้อมกับน้ำเสียงยั่วยวน ดวงตาหวานฉ่ำจ้องมองเอสไม่วางตา “หลายวันเลยกว่าจะได้เจอ คิดถึงแทบแย่” เอสเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และตัณหา “แน่นอนสิ...เธอก็รู้ว่าฉันคิดถึงเธอแค่ไหน กว่ามิลาจะไปต่างจังหวัดได้ ฉันแทบจะคลั่งคิดถึงเธอไม่ไหว ศิริน...คิดถึงมารยา...ลีลาเด็ดของเธอไม่ไหวแล้ว” นิ้วเรียวยาวของศิรินที่ทาเล็บสีแดงสดค่อยๆ เลื่อนไปเขี่ยที่หน้าอกแข็งแกร่งของเอสเบาๆ เหมือนกำลังเรียกอารมณ์ให้เอสปะทุขึ้น “ฉันถามมิลาแล้วว่า จะกลับเมื่อไหร่ เห็นบอกว่าพรุ่งนี้เย็น...คืนนี้นายจะกินฉันจนอิ่มเลยใช่ไหมคะ” “แน่นอนสิ” เอสตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “ฉันจะกินเธอทุกซอกทุกมุม...จนเธอแทบร้องขอให้พอเลย” “นายกินมิลาไม่พอหรือไงกัน..” “กินอะไรล่ะ” เอสหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม “ฉันเบื่อมันเต็มทนแล้ว ยิ่งมันดังแทบไม่มีเวลา จะเอาแต่ละทียากเย็น ที่ฉันอยู่กับมันทุกวันนี้ก็เพราะเงินเท่านั้นไงจ๊ะศิริน…เธอจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ฉันจะกอบโกยมาให้ได้มากที่สุด” คำพูดของเอสราวกับเป็นการปลุกไฟตัณหาของศิรินให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฉันรอไม่ไหวแล้วค่ะเอส...อยากจะลิ้มรสของนายเต็มทีแล้ว” เอสไม่รอช้าก้มลงจูบศิรินอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม มือของชายด้านบนสัมผัสไปตามส่วนเรือนร่างของหญิงด้านล่างอย่างหิวกระหาย ศิรินเองก็ตอบรับด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน เสียงครางแผ่วเบาผสมกับเสียงหอบหายใจดังไปทั่วห้อง ซึ่งเป็นเสียงเดียวกับที่มิลากำลังได้ยินอยู่หน้าห้องในวินาทีนั้นด้วย “…” “อื้อ…เเรงอีกค่ะเอส…” “ซี้ดดด..ศิริน..เธอนี่รีบร้อนจริงๆ..ถูกใจฉันมาก” มิลาน่าหยุดชะงักที่หน้าประตูบานใหญ่ ขาของเธอสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่ไหว หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บไปหมด เสียงที่ได้ยินทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกมีดนับร้อยเล่มกรีดลงกลางอกอย่างช้าๆ เธอค่อยๆ วางถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยชุดชั้นในและนาฬิกาของเอสลงกับพื้น แล้วใช้มือที่สั่นเทาผลักประตูบานนั้นให้เปิดออกอย่างช้าๆ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตา... เอสกำลังจูบอย่างเร่าร้อนกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งบนเตียงนอนของเธอ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของทั้งคู่กำลังหลอมรวมกันภายใต้แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟข้างเตียง “อ๊ะ...เอสคะ” ศิรินครางเสียงหวาน “แรงอีกค่ะ...” “ได้สิ อ้า…ลึกพอไหม..” เอสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วสายตาของตัวเองก็ปะทะเข้ากับสายตาของมิลาน่าที่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเอสนิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัด “มิ...มิลา...” เสียงเอสขาดห้วงและสั่นเครือรีบผละออกจากศิรินทันที มิลาน่ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เธอไม่สามารถร้องไห้ได้ ไม่สามารถพูดอะไรได้ ราวกับทุกอย่างในตัวเธอถูกแช่แข็งเอาไว้ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทั้งร่างจนเธอไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว นอกจากความว่างเปล่าที่กัดกินอยู่ภายใน ขนาดเปิดประตูเข้ามายังไม่รู้ตัว แรงราคะมันฟุ้งจนกลบเสียงอื่นไปหมด ศิรินที่พึ่งรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องหันมามองตามสายตาของเอส แล้วก็เห็นมิลา...หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องตัวจริง ศิรินรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาปิดเรือนร่างของตัวเองอย่างลนลาน “นี่มันอะไรกันเอส” ในที่สุดมิลาก็พูดออกมาได้ น้ำเสียงของเธอสั่นจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง “นี่..มัน..อะไร...” เธอขยับเข้าไปใกล้เตียง ร่างกายที่เคยสั่นไหวจากความเจ็บปวดกลับถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนจนควบคุมไม่ได้ เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของเอสดังสนั่นหวั่นไหว เอสถึงกับหน้าหันตามแรงตบ มือของมิลาสั่นระริกด้วยความโกรธที่อัดอั้น "บัดซบ! นี่มันเรื่องบัดซบที่สุดที่ฉันเคยเจอ!" มิลาตะโกนสุดเสียง ดวงตาที่สั่นคลอนกลับกลายเป็นดุดันด้วยโทสะ เธอไม่รอช้า พุ่งเข้าไปกระชากผ้าห่มที่ปกคลุมเรือนร่างของศิรินออกอย่างแรง "ศิริน เธอมันต่ำช้าที่สุด มาเอาผู้ชายของคนอื่นบนเตียงที่ฉันนอนทุกคืนแบบนี้ เธอมันชั่งไร้ยางอาย" ศิรินเบิกตาใบหน้าซีดเผือด ไม่ต่างจากเอสที่เพิ่งตั้งสติได้ เอสรีบคว้าข้อมือของมิลาไว้แน่น "มิลา หยุดเดี๋ยวนี้!" แต่โทสะของมิลาน่าไม่มีทางหยุดยั้ง เธอพยายามดิ้นแต่เอสกลับใช้กำลังมากกว่าที่เธอคิดบีบข้อมือของเธอแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ ก่อนจะออกแรงผลักร่างของเธออย่างไม่ลังเล ร่างของมิลากระเด็นไปด้านข้างจนมือกระแทกเข้ากับขอบเตียงอย่างจัง เสียงกระดูกลั่นดัง 'กร๊อบ' และความเจ็บปวดที่รุนแรงก็แล่นไปทั่วข้อมือข้างซ้ายของเธอทันที "อ๊ากกก!" มิลาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดขีด ข้อมือของเธอพับผิดรูปไปจากเดิม น้ำตาที่เคยกลั้นไว้มาตลอดไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "มิ...มิลา..." เอสยืนนิ่งด้วยความตกใจ ซึ่งก็ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ มิลานอนกอดข้อมือตัวเองอยู่บนพื้น พยายามเงยหน้าขึ้นมองเอสอย่างเจ็บปวด "เอส...นาย..." น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความผิดหวังเจ็บปวด "นายทำร้ายฉัน..." แทนที่จะรู้สึกสำนึกผิด เอสกลับใช้โอกาสนี้ในการทำสิ่งที่เลวร้ายกว่า เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาและพูดอย่างโมโห “ใช่! แล้วไง! ใครใช้ให้เธอมาเห็นเรื่องแบบนี้กัน เราเลิกกันเถอะ ฉันเลือกศิริน สิ่งที่ดีกว่า” เอสไม่รอให้เธอพูดอะไรต่อรีบพูดขึ้นมาทันที “คอนโดนี้กับรถยนต์ที่เธอใช้และที่ฉันขับ...ทั้งหมดเป็นชื่อของฉัน” “เอส…ที่ผ่านมาเคยรักฉันบ้างหรือเปล่า” “เคย..หรือเปล่าไม่รู้...รักแต่เงินที่เธอให้ฉัน ตอนนี้ฉันเป็นนายแบบแนวหน้าแล้วจะไม่ลดตัวไปคลุกคลีกับขยะอย่างเธออีก” ใบหน้าของมิลาซีดลงทันที ความจริงที่เธอพยายามจะมองข้ามมาตลอดบัดนี้ได้พุ่งเข้ามากระแทกใจเธออย่างรุนแรง ศิรินที่เพิ่งคลานลงจากเตียงและคว้าเสื้อผ้ามาใส่ รีบเดินเข้ามาสมทบ “ใช่แล้ว มิลาเธอจะไปเทียบอะไรกับฉันได้! ฉันคือนางแบบแนวหน้าของวงการ ส่วนเธอมันก็แค่ดาวยั่วที่โชว์ร่างกายเพื่อเงินเท่านั้น” หญิงชู้พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม พร้อมกับโยนเสื้อผ้าของมิลาที่วางอยู่บนเก้าอี้ลงพื้น “มิหนำซ้ำ...เธออาจจะหาเงินมาจากการไปนอนกับใครต่อใครก็ได้ ใครจะไปรู้” เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าศิรินดังลั่นอีกครั้ง มิลามองหน้าศิรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ฉันค่อนข้างเซฟตัวเอง ขนาดตากล้องฉันยังจ้างผู้หญิงเลย ส่วนเรื่องมีความสุขกับใครฉันเลือกนะและที่สำคัญ...ฉันไม่เคย ‘นอน’ กับผัวชาวบ้าน จำไว้ให้ขึ้นใจนะศิริน” เธอหันกลับไปจ้องหน้าเอสที่ยังคงยืนอึ้ง “นายอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะเงินของฉัน และจำไว้ให้ดี...นับจากนี้เป็นต้นไป ฉันกับนาย...ตัดขาดกัน!” “ที่เธอดังได้ทุกวันนี้เพราะฉัน ที่พาเธอไปทำงานนี้ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ” มิลานึกในใจ นั่นก็ถูกของเอสแต่งานนี้เธอไม่ได้อยากทำมาก่อน “ออกไปจากคอนโด ของฉันเดี๋ยวนี้” เอสตวาดลั่น พร้อมกับชี้ไปที่ประตู ศิรินฉวยโอกาสนั้นรีบหยิบกระเป๋าเดินทางของมิลาที่วางอยู่แล้วโยนเสื้อผ้าบางส่วนของเธอออกมาจากห้องทันที มิลาเดินโซเซไปคว้ากระเป๋าเดินทาง แล้วลากมันออกจากห้องไปอย่างช้าๆ ร่างกายของเธอยังคงเจ็บปวดจากแรงกระแทก แต่ความเจ็บปวดในหัวใจมันรุนแรงกว่าเป็นร้อยเท่า น้ำตาที่ไม่เคยมีมาก่อนไหลลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายราวกับฟ้ารู้ใจในความรู้สึกของมิลา เธอเดินโซซัดโซเซไปตามถนนอย่างเลื่อนลอยโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง เสื้อผ้าที่เปียกปอนแนบไปกับร่างกายที่บอบช้ำ ข้อมือซ้ายยังคงเจ็บปวดจนชาไปหมด แต่ความเจ็บปวดทางกายไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไรได้เท่ากับหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามปาดน้ำตาที่ไหลปนไปกับเม็ดฝนอย่างทุลักทุเล ภาพความทรงจำที่เคยมีความสุขกับเอสฉายวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน ความรักที่เธอทุ่มเทมาสองปี ความฝันที่เคยวาดร่วมกัน...มันจบลงแล้วในคืนนี้ ‘บ้าชะมัด...’ เธอกำลังคิดในใจ “ไม่เคยคิดเลยว่าฉากในละครน้ำเน่าจะเกิดขึ้นจริงกับฉัน...ฉากที่นางเอกเสียใจจนต้องเดินตากฝน...” ขณะที่มิลากำลังคิดอย่างไร้จุดหมายในท่ามกลางสายฝนที่หนาวเย็นนั้นเอง เสียงแตรก็ดังขึ้นข้างตัวเธอ … รถยนต์คันสีขาวเลี้ยวจอดเทียบฟุตบาท ก่อนที่ประตูรถจะเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวสองคน มิน ผู้ช่วยส่วนตัว และ เซเรน ช่างภาพคู่ใจของมิลา เพื่อนรักทั้งสองคนรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “มิลา! มิน่าล่ะถึงติดต่อไม่ได้เลย!” มินตะโกนเรียกเสียงหลง พร้อมกางร่มวิ่งเข้าไปหามิลาทันที ตามมาติดๆ คือเซเรนยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้มิลา “เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นแบบนี้” เซเรนถามด้วยน้ำเสียงตกใจ “พวกเราเพิ่งเห็นสตอรี่ของศิรินว่าเอสมันโสดแล้ว ก็เลยรีบออกมาตามหาเพราะกลัวแกจะเป็นอะไรไป” สายฝนยังคงตกกระหน่ำ แต่ในอ้อมแขนของเพื่อนรักทั้งสองคน มิลารู้สึกถึงความอบอุ่นจริงๆที่เธอโหยหาจากเพื่อน ไม่คาดคิดว่าเพื่อนที่เธอคิดว่าสนิทจะหักหลังกันได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD