บทที่7 อีกครั้งที่คลีนิก
มิลาเดินทางมาถึงคลินิกพร้อมกับเซเรนตามเวลานัดหมาย บรรยากาศเงียบสงบเหมือนเช่นเคย ไฟด้านหน้าปิดสนิท เหลือเพียงแสงสลัวๆ จากด้านข้างของคลินิกที่ยังคงสว่างอยู่
ทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของนที และเมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้มิลาชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่ได้เจอนทีอย่างที่คิด แต่กลับเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักในชุดกาวน์สีขาวและสวมแว่นตากลมโต
“คุณมิลาน่าใช่ไหมคะ” หญิงสาวคนนั้นทักขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส
“เชิญนั่งก่อนนะคะ ฉัน หมอธาริน ค่ะ หมอนทีมีผ่าตัดฉุกเฉินที่โรงพยาบาลเลยให้ฉันมาดูแลคุณมิลาแทนค่ะ”
มิลาพยักหน้ารับคำ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น
‘คนนี้ต้องเป็นแฟนของเขาแน่ๆ เลย’ เธอคิดอย่างหึงหวง
“ค่ะ...”
มิลาตอบรับเสียงแผ่ว แต่สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่หมอธารินอย่างไม่วางตา
หมอธารินทร์ขอดูข้อมือของมิลา หมอสาวค่อย ๆ จับข้อมือของมิลาเหมือนที่นทีเคยทำ ก่อนจะพาไปที่ห้องเอกซเรย์เพื่อดูอาการอีกครั้ง ในขณะที่รอดูแผ่นฟิล์ม เซเรนก็ได้รับสายจากแฟนหนุ่มที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงหันมาบอกมิลา
“มิลา...ฉันต้องไปแล้วนะ แกกลับคนเดียวได้ใช่ไหม” เซเรนถามด้วยความเป็นห่วง
“ได้สิแก...ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”มิลาตอบพลางยิ้มให้เซเรน
หลังจากที่เซเรนกลับไปแล้ว ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง นทีเดินเข้ามาอย่างเร่งด่วน เขาก้าวฉับ ๆ ตรงไปหาธารินทร์ทันที
“น้องธารินทร์...กลัวไหมที่อยู่คนเดียว” นทีถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
ธารินทร์ยิ้มหวานก่อนจะตอบกลับ
“ไม่กลัวเลยค่ะ...ก็พี่นทีบอกว่าจะรีบมานี่คะ” เธอมองไปที่มิลา
“คนไข้ของพี่ก็เหมือนคนไข้ของฉัน ฉันต้องช่วยดูแลสิคะ”
ทั้งคู่คุยกันราวกับว่ามิลาไม่ได้อยู่ในห้องนั้นด้วย มิลาได้แต่นั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเก้าอี้ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกของเธอก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแปลก ๆ กับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองคนนี้
ในขณะที่นทีกำลังคุยกับมิลาอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของหมอธารินทร์ก็ดังขึ้น จึงขอตัวออกไปรับสาย ทำให้ในห้องเหลือเพียงนทีกับมิลาแค่สองคน
“ขอดูข้อมือหน่อยครับ” นทีเอ่ยเสียงเรียบ
“จะตรวจอีกทำไมคะ ก็ตรวจไปแล้วนี่” มิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน
สายตาที่ดูอบอุ่นซึ่งเขาใช้มองหมอธารินทร์เมื่อครู่ หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เย็นเฉียบและดุดันที่กำลังส่งมาให้เธอ
“เช่นนั้นก็มาดูแผ่นฟิล์มครับ”
เขาพูดพร้อมกับเชิญให้เธอเดินไปที่จอฉายแสง แล้วใช้ไม้ชี้ไปที่รอยร้าวเล็กๆ บนแผ่นฟิล์ม
“กระดูกร้าวยังไม่ติดกันนะครับ อาจจะรู้สึกปวดสักระยะ” นทีพูดพร้อมกับหันมาสบตาเธอ
“ผมจะสั่งยาและใบนัดอีกนะครับ”
มิลาไม่พูดอะไร เธอพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบลุกขึ้น แต่ด้วยความรีบร้อน เธอจึงสะดุดกับขาเตียงตรวจจนล้มลงไปในท่านั่ง มือข้างที่เจ็บก็ฟาดเข้ากับเตียงอย่างแรงซ้ำอีกครั้ง
“เจ็บ” มิลาอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด
นทีจึงรีบเข้ามาประคองเธอ
“คุณมิลา นั่งก่อนครับ...หมอขอดูอีกที”
คราวนี้เขาเดินมาจับข้อมือของเธออีกครั้ง ในใจของมิลาเฝ้านึกถึงแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในรถเมื่อคืนนั้น แต่เขากลับนิ่งเฉยราวกับว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น หรือเขาเมาจนจำไม่ได้นะ
นทีค่อย ๆ กดลงไปที่ข้อมือของเธออย่างแผ่วเบา อาการปวดที่ดูเหมือนจะดีขึ้นกลับเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง “แผลเดิมครับ...แต่ถูกกระแทกซ้ำ เลยทำให้อักเสบอีกครั้ง”
“ค่ะ...” มิลารับคำเสียงเบา
“คุณขึ้นไปนอน” นทีพูดพร้อมกับชี้ไปที่เตียงตรวจ
“นอนเหรอคะ...” มิลาถามอย่างสับสน
“ผมจะฉีดยาแก้อักเสบให้ครับ...กำลังคิดอะไรอยู่เหรอครับ” นทีถามพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
เมื่อมิลาขึ้นไปนอนบนเตียง เขาก็เริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ นทีสั่งให้เธอตะแคงข้าง ก่อนจะเลิกเสื้อขึ้นและเลื่อนกางเกงลงเล็กน้อย การกระทำของเขาทำให้หัวใจของมิลาเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
‘ทำไมรู้สึกหวิวๆตรงนั้นนะ….แล้วทำไมฉันต้องไวต่อความรู้สึกนี้’มิลาขึ้นในใจเมื่อเธอรู้สึกว่าช่องรักของเธอคายน้ำออกมาเล็กน้อย
เช่นเดียวกับนทีเองที่แอบเผลอไปลูบสะโพกของเธอเบาๆ ก่อนจะฉีดยาแก้อักเสบลงไป
“เรียบร้อยครับ” นทีพูดเสียงเรียบ
มิลาชันตัวขึ้นนั่งเตรียมจะลงจากเตียง แต่เขากลับเดินไปปิดไฟในห้องตรวจจนเหลือเพียงแสงไฟสลัวๆ ดวงเดียวที่อยู่ด้านนอก มิลาเริ่มรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
“ปิดไฟทำไมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
“ผมเลิกงานแล้ว...ตรวจคนไข้เสร็จแล้วนี่...ยาก็จัดแล้ว ใบนัดก็ให้แล้ว...”
นทีพูดพลางขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว
“หรือคุณอยากให้ผมตรวจตรงไหนอีก”
หญิงสาวหายใจสะดุด ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“เปล่าค่ะ...”
มิลาเอ่ยเสียงสั่นเครือ มือเล็กกดขอบเตียงเตรียมจะลุก แต่ยังไม่ทันให้ปลายเท้าแตะพื้น ร่างสูงของนทีก็ถลาเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะช้อนร่างเธอขึ้นกลับไปนั่งบนเตียงเหมือนเดิม
หัวใจของเธอเต้นแรงและรวดเร็วจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
“อะไรเหรอคะ” เสียงเธอสั่นปนสับสน
“เรามาลองดูกันอีกครั้ง...ได้ไหม”
เสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหู พร้อมมือใหญ่ที่เลื่อนมาจับสะโพก ดันร่างเธอเข้าหาตัวจนแทบไร้ช่องว่าง ดวงตาคมดำจับจ้องไม่กะพริบ เหมือนนักล่าที่เพ่งมองกระต่ายป่าตัวน้อยที่จนมุม
“ฉัน...ไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ค่ะ คุณหมอมีแฟนแล้ว...แถมน่ารักมากด้วย”
มิลาเอ่ยพยายามใช้เหตุผลเป็นเกราะกั้นสุดท้าย
แต่นทีเพียงยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา แต่สายตาพร้อมฟาดฟันมาก
“อยากลองความตื่นเต้นดูไหม...คิดซะว่าเป็นการท้าทายชีวิต”
ไม่ทันให้เธอตั้งตัว ปลายจมูกโด่งก็เลื่อนลงสัมผัสผิวขาวเนียนที่ต้นคออย่างเชื่องช้า ลิ้นอุ่นชุ่มละเลียดไปตามลำคอ ก่อนลากยาวขึ้นจนถึงใบหู ความรู้สึกซ่านวาบแผ่กระจายไปทั่วร่างจนเธอเผลอกัดริมฝีปากแน่น
“อ๊ะ...”
เสียงครางหลุดออกมาจากริมฝีปากของมิลาโดยไม่รู้ตัว
แสงไฟสลัวในยามดึกยิ่งขับให้บรรยากาศร้อนระอุ ผสานกับจังหวะเร่งเร้าของนทีที่รุกเข้าหาอย่างไม่เปิดช่องให้เธอได้หายใจ ร่างสูงเคลื่อนใกล้ทุกขณะ จนกลิ่นกายอุ่นของเขาโอบล้อมทั่วความรู้สึกของเธอ
“คุณหมอ...แฟนคุณจะมาเห็น”
เสียงเธอพร่าบางแต่ยังพยายามเตือน ทว่ามันกลับทำให้ดวงตาคมของเขาวาวโรจน์ยิ่งขึ้น
ริมฝีปากร้อนกดประกบลงมากัดลงให้แรง จงใจเน้นที่มุมปากของเธอจนเผลอร้อง
“โอ๊ย...”
เสียงครางเจ็บดังลอดตามไรฟัน แต่ยังไม่ทันได้ร้องได้เต้มที่ เสียงครางแผ่วก็ถูกกลืนหายไปในจูบลึกของเขา
“อื้ม...”
มิลาเผลอส่งเสียงในลำคอเมื่อสัมผัสที่รุกไล้ราวจะกลืนกินทุกลมหายใจ ความร้อนพลุ่งพล่านแล่นผ่านเส้นประสาททุกจุด มือเธอกำชายเสื้อของเขาแน่น แต่กลับไม่ผลักออก ซ้ำยังเผลอเอนตัวเข้าหาราวกับตอบรับการรุกรานนั้นอย่างลืมตัว
ภายในที่คับแคบจำกัดเนื้อที่ เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกสัมผัสของเขาทั้งเร่าร้อนและอันตราย จนเธอไม่อาจแยกได้ว่า...สิ่งที่หวาดกลัวหรือสิ่งที่โหยหากันแน่ที่กำลังครอบงำหัวใจเธอ
“อ๊ะ...” เสียงครางหลุดจากริมฝีปากมิลาโดยไม่รู้ตัว
อากาศเย็นเฉียบ แต่กลับไม่อาจดับความร้อนแรงที่กำลังปะทุจากร่างของนทีที่รุกเร้าเข้ามาอย่างไร้ปรานี ทุกจังหวะสัมผัสของเขา...ทำให้ภาพในหัวเธอไหลย้อนกลับไปยังคืนนั้น
คืนนั้น...ในรถที่คับแคบและอับอายเพราะกลัวคนเห็น แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบทะลุอก กลิ่นหนังเบาะอุ่นผสมกับลมหายใจร้อนของเขาที่แนบชิด ริมฝีปากคม พร้อมกัดมุมปากเธออย่างจงใจ ความเจ็บแผ่วผสมกับความซ่านทำให้เธอครางในลำคออย่างห้ามไม่อยู่...
“คุณหมอ...แฟนคุณจะมาเห็น”
นทีเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคมเหมือนนักล่า
“คิดว่าผมลืมคืนนั้นเหรอ”
เขากระซิบ ก่อนจะปิดปากเธอด้วยจูบลึกที่กวาดเอาลมหายใจไปจนหมด
ปลายนิ้วใหญ่ที่โอบสะโพกเธอแน่นทำให้มิลาไม่อาจถอยหนี ความรู้สึกที่ประดังจากทั้งปัจจุบันและอดีตประสานกันอย่างบ้าคลั่ง จนเธอไม่แน่ใจว่าตอนนี้...เธอกำลังจูบกับเขาในห้องตรวจ หรือยังติดอยู่ในคืนนั้นบนเบาะของรถกันแน่