ตั้งแต่วันนั้นมันก็ขับรถมารับมาส่งผมที่ที่ทำงาน บางวันมีเรียนมันก็จะขับรถมาส่งแถมยังประคองไปไหนมาไหนจนตัวแทบจะติดกันตลอดเวลา “พวกมึงไปแดกเหล้ากันปะ” รามิลเอ่ยชักชวนหลังจากที่ออกมาจากห้องที่พวกเราเพิ่งเข้าไปเรียนเมื่อครู่ “ชวนไม่ดูสภาพเพื่อนมึงเลยนะ” ธิดากล่าวดุไปหนึ่งทีก่อนจะหันหน้ามามองผมที่เดินพร้อมกับใช้ไม้เท้ายันไปด้วย “มันมีคนดูแลอยู่กลัวอะไรวะ” คิณกล่าวเสริมเมื่อเห็นว่าภากรดึงกระเป๋าเป้ของผมไปสะพายบนไหล่ “ไอ้ต้นมันแดกเหล้าไม่ได้” กรพูดเสียงเรียบ “กูไม่ได้ให้มันแดก ไปนั่งเอาฟีลเฉย ๆ ก็ได้เว้ย เนอะต้น ไม่ได้รวมกลุ่มกันนานแล้ว” ผมถอนหายใจยาวเมื่อเห็นว่าไอ้มิลทำสีหน้าอ้อนวอนเหมือนหมาที่กำลังกระดิกหางอยากได้ของเล่นเลยจำใจพยักหน้าไป จนสุดท้ายก็โดนลากมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เปิดเพลงเสียงดังสนั่นจนหูผมแทบแตก ดนตรีสนุกสนานบวกกับแสงสีภายในร้านทำเอาผมแทบจะตาลายเพราะมองหาจานอาหารตัวเองไม

