EP.8
เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่นในตอนที่เขาดึงแก่นกายออกจากร่องสวาท น้ำรักผสมกับเลือดสีสดมันไหลเยิ้มออกมาเปียกเปื้อนพื้นโซฟา มันเหนอะหนะขาอ่อนแม้ขาจะยังสั่นเทาแต่เธอต้องแข็งใจลุกเพื่อแต่งตัว แต่ทันทีที่คว้าชุดและกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมา ร่างบางกลับถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว
“พี่เจ ปล่อยหนูนะ”
“ฉันยังไม่พอใจ เธอก็ไปไหนไม่ได้”
เขาพาเธอมายังห้องนอน แย่งของในมือเธอและของของเขาเองโยนลงที่เตียง ร่างอรชรถูกวางลงบนที่นอนอย่างเบามือ เจอาร์แทรกเข้ากลางหว่างขาของณาลัลน์ทันทีโดยไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสหนีแบบครั้งก่อน
“อยากได้แบบไหนทำเอง”
“หนูเจ็บ~”
“น่ารำคาญ!”
ปึก!
แก่นกายที่ใส่เข้าไปโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัวทำให้ร่างกายเด็กสาวโก่งงอสร้างความทรมานให้เธออีกตามเคย ราวกับว่าเขากรีดบาดแผลเดิมซ้ำๆ
มาเฟียหนุ่มอัดกระแทกใส่ร่องสวาทอย่างเอาแต่ใจ มือหนาล็อคตัวไม่ให้เธอพลิกตัวหนี อกอวบกระเพื่อมตามแรงกระแทกจนเจอาร์ทนไม่ไหวต้องกลับไปขบเม้มมันจนแดงเถือก มือบางกุมท้องน้อยเมื่อโดนความจุกหน่วงเล่นงานไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ณาลัลน์มองเพดานอย่างเหม่อลอย นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนสติจะหมดไป
วันต่อมา
ครืด~ ครืด~
“อึก”เสียงโทรศัพท์ที่ดังมานานหลายนาทีปลุกณาลัลน์ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใบใหญ่ให้ตื่นขึ้นมา เธอค่อยๆปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ปวดตาเล็กน้อย ผลจากการร้องไห้จนตาบวม ไม่ใช่แค่เท่านั้นบทรักของเมื่อคืนยังทำให้ตอนนี้เนื้อตัวรุมๆเหมือนไข้จะจับ ในตอนที่ขยับตัวความเจ็บปวดก็พุ่งเข้าเล่นงานทั่วร่าง ตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่แค่ความฝัน
เจอาร์ไม่ได้อยู่บนเตียงกับเธอ แต่เสียงน้ำที่กระทบพื้นในห้องน้ำบ่งบอกว่าเขายังไม่ได้ไปไหน ณาลัลน์หันกลับมามองสภาพตัวเองภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ คราบเลือมผสมคราบน้ำกามยังคงแห้งกังเต็มบริเวณนั้น เธอจึงนำผ้าห่มมาพันรอบตัว กลั้นใจลุกขึ้นมาเพื่อจะไปรับโทรศัพท์
เสียงโทรศัพท์เงียบไป แล้วก็ดังขึ้นมาอีก คงเป็นพอร์ชหรือไม่ก็พิมมี่ที่โทรเข้ามา เธอรีบเอามือถือออกจากกระเป๋าสะพาย ดีใจอย่างมากที่ปลายสายคือพอร์ช เธอรีบกดรับทันที
“พี่…พอร์ช…อึก”
(ลัลน์อยู่ไหน เป็นอะไรเสียงสั่นเชียว)
“…”เธอเงียบไปไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไรหรือจะหาข้ออ้างไปในทางไหนดี เพราะการแจ้งเตือนเบอร์ที่ไม่ได้รับสายของพอร์ชมีมากกว่าหนึ่ง เธอไม่เคยหายไปโดยไม่บอกเขา
“เออลัลน์ พี่เจรจากับคนของคุณหญิงเรียบร้อยแล้วนะ เขารับทุกข้อเสนอของเรา และที่สำคัญพี่ตัดสินใจบอกเรื่องที่ทะเลาะกับไอ้เจให้คุณหญิงฟังในตอนที่คุณหญิงไม่สามารถเปลี่ยนใจอะไรกับบริษัทเราได้แล้ว คุณหญิงไม่ว่าอะไร บอกว่าเรื่องปกติมากที่เจอาร์มันมีเรื่องกับคนอื่น)
“เหรอคะ”
คำตอบสั้นๆทำให้ปลายสายงุนงงเล็กน้อย ปกติถ้าณาลัลน์ดีใจเธอจะพูดไม่หยุดจนถึงขั้นต้องสั่งห้าม(ไม่สบายเหรอ)
“นิดหน่อยค่ะ ดีใจด้วยนะคะพี่พอร์ชที่ทำให้บริษัทกลับสู่ภาวะปกติได้”
(ลัลน์ แต่มีอย่างหนึ่งที่ท่านกำชับมาก่อนจะไปญี่ปุ่นคุณหญิงบอกให้ตั้งใจเลี้ยงหลานเขาให้ดีล่ะ เขายังหยอกมาอีกนะว่าถ้าลัลน์หนีงาน บริษัทเราฉิบหายแน่นอน ฮ่าๆๆๆ)
“…”เสียงหัวเราะจากปลายสายไม่ทำให้ณาลัลน์ยิ้มออกเลยสักนิด เธอเริ่มไม่แน่ใจว่ามันเป็นการหยอกล้อหรือการข่มขู่กันแน่ จิตใจห่อเหี่ยวจนมองโลกในแง่ร้าย
(อ่าว เงียบเลย เป็นไรไหมเนี่ย)
“ฟังพี่พอร์ชขำไง”
(อยากกินอะไรไหม ฉลองหน่อยไหม)
“ตอนนี้ยังไม่รู้ค่ะ พี่พอร์ชคะแค่นี้ก่อน ไว้คุยกันใหม่นะคะ”เธอกดวางสายโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตอบอะไร วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม สัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินมาทางด้านหลัง
“ที่แท้ก็เอาตัวมาแลกกับบริษัทกระจอกๆนี่เอง”
“หนู…อื้อ!”เธอหันกลับไปมองเจ้าของถ้อยคำกระแนะกระแหนเขาคงได้ยินเธอคุยโทรศัพท์แต่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาแปลความได้อย่างนั้น จะเถียงกลับแต่ไม่ได้มีโอกาส มือหนาเข้ามากระชากท้ายทอย ดึงเข้าไปประกบจูบแนบชิด ริมฝีปากที่บวมเจ่ออยู่มันยิ่งระบมมากยิ่งขึ้นเมื่อถูกเขาบดขยี้ริมฝีปากอย่างนักหน่วง สีหน้าทรมานของเธอทำให้เขาผละจูบออกมาเมื่อกลั่นแกล้งเธอได้สำเร็จ
“พี่เจพูดอะไรหนูไม่รู้เรื่อง”
“อย่ามาทำหน้าซื่อตาใสหน่อยเลย ฉันดูออก”
“พี่เจจะคิดอย่างนั้นมันก็เรื่องของพี่เจเลย หนูไม่อธิบายอะไรแล้ว”
“…”เธอก็เหมือนผู้หญิงทุกคนที่แม่หามาให้ เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่ต้องการ ไม่ต่างกัน แค่ผู้หญิงคนนี้หน้าซื่อตาใสไม่ทำตัวแรงเหมือนคนอื่น มือหนารั้งข้อมือบางเหวี่ยงเธอกลับมายืนที่เดิมในตอนที่เธอจะเดินหนี เธอเสียหลักชนกับโต๊ะข้างๆไม่แรงนัก ณาลัลน์กำหมัดแน่นแม้แรงจะน้อยแต่เธอก็ใช้แรงที่มีผลักเขาคืนไม่ปล่อยให้เขารังแกเธอฝ่ายเดียว
“หนูจะฟ้องแม่พี่เจ ที่พี่เจทำแบบนี้กับหนู รวมถึงเรื่องเมื่อคืนด้วย”กำปั้นทุบแผงอกคนตัวโตจนเป็นรอยแดงแต่เขายังคงดื้อด้านเดินเข้ามาประชิดตัวเธอ เหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับคำขู่อีกตามเคย
“เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ เธอเลยไม่มีหลักฐานไปฟ้องแม่ฉัน”
“อย่ามายุ่งกับหนู”ยอมรับว่ากลัวคำขู่นั้นไม่ชอบใบหน้ายียวนของเขา ในมือเขามีโทรศัพท์ที่เพิ่งหยิบออกมาจากกางเกงยิ่งทำให้เธออยากออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แม้ร่างกายของเธอจะไร้เสื้อผ้าห่อหุ้ม ผ้าห่มที่อยู่บนตัวเธอกอดมันไว้แน่นกันเขากระชากมันออก
“แต่จะลองฟ้องดูก็ได้ ไม่แน่ พรุ่งนี้เธออาจจะได้แต่งงานกับฉันเลยก็ได้”
“…”แต่งงาน? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน คนไม่ได้รักกันจะแต่งงานกันได้ยังไง ไม่มีเรื่องไหนที่ออกมาจากปากเขาแล้วเธอเข้าใจเลย เหมือนได้รับสารมาต่างกันความเข้าใจของเธอกับเขาจึงไม่ตรงกัน
“ไม่รู้ทำไมแม่ฉันถึงกล้าเอาคนแบบนี้มาให้ฉันเอานะ จืดชืดจริงๆ”
“…”ณาลัลน์หน้าชาไปโดยอัตโนมัติที่เจอาร์พูดออกมาแบบนี้ เธอไม่รู้ว่านั่นเรื่องจริงหรือคำแก้ตัวของเขาเพื่อไม่ให้เธอไปฟ้องจารุณี แต่มันทำให้เธอนึกถึงคำพูดของพิมมี่ที่เคยเตือนว่าอย่าไว้ใจใครง่ายและที่พอร์ชบอกคงไม่ใช่แค่หยอกเล่น ซึ่งเธอไม่รู้ว่าจารุณีต้องการอะไร และทำแบบนี้เพื่ออะไร แต่หลายอย่างมันตอกย้ำว่าเธอถูกหลอก อยากโทษตัวเองแบบนั้น แต่เธอไม่ได้โง่เธอแค่ไม่ทันคน
“มะ…แม่พี่เจจะทำอย่างนั้นไปทำไม”
“…”
“แล้วคิดว่าหนูอยากมีอะไรกับพี่เจเหรอคะ หนูก็ไม่ได้เต็มใจค่ะ ป่าเถื่อน!”
“เหอะ!”
“หนูและพี่เจไม่ได้เป็นแฟนกัน ดังนั้นหนูจะให้มันมีเรื่องอย่างว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ครั้งหน้าที่หนูมาเหยียบที่นี่เรื่องแบบนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก”พลาดไปแล้วคงเอาอะไรคืนมาไม่ได้ ได้แต่ทำใจและก้าวผ่านจากจุดนี้ไปให้ได้
“ได้ประโยชน์ไปก็ผลักไสไล่ส่งเลยนะ”
“อย่ามาจับหนู”ณาลัลน์พยายามสะบัดหน้าหนีเมื่อเขาบีบปลายคางมนให้เธอสบตากับเขา แววตาของเขาร้ายกาจจนเธอไม่อยากมอง
“ไม่มีครั้งหน้า? ก็มีครั้งนี้เลยเป็นไง”ผ้าห่มที่คลุมตัวณาลัลน์ถูกกระชากออก เขาจับเธอนั่งลงที่โต๊ะพร้อมกับกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน แทรกตัวดันหว่างขาให้อ้าออกอย่างรวดเร็ว มือหนาสัมผัสลูบไล้ใจกลางสาวที่แดงเถือกเพียงแค่นี้ร่างเล็กก็สั่นระริก
“มะ…ไม่เอา ไอ้พี่เจบ้า”
………………………………………….......
น้องลัลน์ต้องทำใจนะคะ คนมันของขาดมานาน