EP.9
“อึก….ฮือ”แววตาหื่นกระหายของเขาที่จ้องมองร่างกายของเธอมันทำให้น้ำตาไหลออกมาโดยอัตโนมัติ “อ๊ะ อ๊า พี่เจ อ๊า”นิ้วเย็นเฉียบขยี้ติ่งเกสรอย่างแผ่วเบา สัมผัสแปลกใหม่ทำให้ณาลัลน์เผยอครางออกมาอย่างลืมอายทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า ร่างกายผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาตามรอยแยก เธอกัดริมฝีปากอย่างชั่งใจ ไม่รู้มันคือความรู้สึกแบบไหนที่โดนนิ้วปาดร่องไปมา ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ มือเรียวจิกแขนอีกฝ่ายแน่น
“ไง ฟินล่ะสิ อ้าขาให้ไม่หุบเลยนะ”
“เอาออกไปค่ะ พี่เจอย่าแกล้งหนู”
“ชอบก็พูดมาตรงๆ”ขาของเขาดันขาของเธอให้ไม่สามารถหุบขาหนีไปไหนได้ เพียงแค่นิ้วกลางยัดเข้าไปในร่องสวาทก็สัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะภายใน ณาลัลน์รีบดึงมือของเจอาร์ออกมาแต่ก็ถูกเขารวบมือไว้หลังจากนั้นเธอก็โดนนิ้วเรียวยาวกระทุ้งเข้าออกอย่างรุนแรง เธอดีดดิ้นจนของบนโต๊ะหล่นกระจัดกระจาย
“อ๊า ยะ..หยุด…หนูไม่เอาแล้ว”
ครืด~ ครืด~
“พี่พอร์ช”มาเฟียหนุ่มเหลือบไปอ่านชื่อตรงหน้าจอโทรศัพท์ของณาลัลน์ที่ดังแทรกเสียงครางของเธอขึ้นมา เขาดึงนิ้วออกจากร่องสวาทแล้วดูดเลียน้ำหวานที่ติดนิ้วมา เธอมองไปที่โทรศัพท์เช่นกันแต่ก็ไม่ทันเจอาร์ที่แย่งโทรศัพท์เธอไปถือไว้ได้ “อ๋อ ไอ้คนที่มันไม่มีปัญญารักษาบริษัทที่พ่อสร้างมาแล้วต้องส่งเธอเอาตัวมาแลกใช่ไหม”
“พี่เจเอาของหนูคืนมานะคะ”เขาถือทั้งผ้าห่มและโทรศัพท์ของเธอไว้ ร่างเปลือยเปล่าพยายามยื้อแย่งของในมืออีกฝ่าย สายตาของเขาที่มองมามันทำให้เธอหยุดการกระทำนั้น ใช้มือปิดอกอวบเอาไว้
“เปิดกล้องเลยไหม ให้มันรู้ว่าเธอกำลังอ้าขาให้ฉันอยู่”
“…”
“น่าจะถ่ายรูปที่เธอทำหน้าฟินเมื่อกี้ใส่ฉันให้มันดูนะ มันเคยเห็นไหม”
“….”ณาลัลน์กำหมัดแน่นกับท่าทางยียวน เธอจึงเดินหนีไปหยิบผ้าขนหนูของเขาแล้วจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่เขาก็ห้ามปรามเธอไว้ด้วยคำพูดที่ทำให้เธอต้องหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเขา
“เธอดูรักมันมากนะ แต่เตรียมใจไว้บ้างก็ดีมันเป็นถึงประธานบริษัทผู้สูงส่งทำไมมันจะต้องลดตัวมาเกลือกกลั้วกับพนักงานธรรมดาๆอย่างเธอ ว่าไหม”
“เรื่องส่วนตัวกรุณาอย่ายุ่งค่ะ ทีพี่เจยังไม่อยากให้ใครยุ่งเรื่องของตัวเองเลย หัดมีมารยาทด้วยนะคะ”
“ก็เรื่องของเธอมันน่ายุ่งไง”
“นิสัยไม่ดี”
เจอาร์ดีดนิ้วเสียงดังหลายครั้ง เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับแต่สายตาและรอยยิ้มของเขามันทำให้เธอไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่
.
.
.
คอนโดณาลัลน์
“ทำไมไม่รับสายเนี่ย”ร่างบางทิ้งตัวลงบนที่นอนเพราะหมดเรี่ยวหมดแรงกว่าเจอาร์จะปล่อยเธอมาได้ก็นาน เธอโทรหาจารุณีตั้งแต่กลับมาจากคอนโดของเจอาร์มันก็หลายสายแต่จารุณีไปรับสายมันพลอยทำให้อารมณ์เสียแอร์เย็นฉ่ำไม่ช่วยลดอาการหัวร้อนของเธอได้ แต่ก็พอจะประมวลผลได้ว่าสิ่งที่เจอาร์พูดมันคงเป็นความจริงไม่อย่างนั้นจารุณีคงไม่เงียบไปแบบนี้
“แล้วเราต้องไปบ้านเขาอีกนานแค่ไหนเนี่ย”ได้แต่ถอนหายใจแรงอย่างปลงตก วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆหมอนใบใหญ่ ใช้เสียงรอสายของจารุณีกล่อมให้เธอเคลิ้มหลับไปในที่สุด
วันต่อมา
โรงพยาบาล
“ทำไมวันนี้แต่งหน้าเข้มจัง ส่วนการแต่งตัวเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือเลยล่ะ พี่ชอบแบบเมคอัพโนเมคอัพมากกว่า มันดูเป็นลัลน์มากกว่านะ”พอร์ชเริ่มบทสนทนาขึ้นมาในขณะที่พาณาลัลน์มานั่งรอจ่ายเงินค่ายา เธอโทรไปอ้อนเขาแต่เช้าให้มาหาหมอเป็นเพื่อนเขาก็ทำหน้าที่ขับรถไปรับถึงที่ แม้ณาลัลน์จะดูเงียบไปแต่เขาก็ทำให้สดใสขึ้นมาได้
“คนไม่สบายอ่ะนะแต่งน้อยมันดูป่วยกว่าเดิมไง”
“น่าสงสาร เดี๋ยวพี่กลับไปทำข้าวต้มให้ไหม ข้าวต้มหมูสับดีไหม”เมื่อพอร์ชแปะเจลลดไข้ให้เสร็จ ณาลัลน์ก็ฟุบลงที่ไหล่เพื่อออดอ้อน เมื่อคืนเธอผล็อยหลับไปแต่ก็ต้องตื่นมาอ่านหนังสือกลางดึก นอนไม่พอเลยทำให้ทรุดไปมากกว่าเดิม
“ดีค่ะ ป้อนยาด้วย หนูไม่มีแรงเลย”
“เช็ดตัวให้ด้วยได้นะ วันนี้นอนพักไปเถอะ ไม่ต้องไปเรียน ส่งไอ้พิมไปเป็นตัวแทนเก็บชีทให้แล้ว”
“ปีหนึ่งมันงานเยอะกิจกรรมแยะ นี่ก็ใกล้จะสอบแล้วไม่อยากขาดเลย”
“สอบอ่ะให้พิมติวให้ ถ้าทำไม่ได้จริงๆพี่ก็ช่วยได้”
“พ่อคนใจดีที่หนึ่ง”
“พี่ไม่ใช่คนใจดี พี่เป็นคนหล่อ มันเลยทำให้พี่เป็นคนใจดี”ณาลัลน์เบ้ปากกับการที่พอร์ชอวยตัวเอง เธอมันเขี้ยวจนต้องหยิกแก้มเขาไปแรงๆ
“จ้าพ่อคนหล่อ ทำให้หนูนิสัยเสียล่ะสิ อยากจะทำอะไรก็ทำ หนูจะนอนดู วันสอบก็โกงข้อสอบให้ด้วยเลยนะ”
“ได้ทีละเอาใหญ่นะ”
“หนูส่งข้อความบอกพิมก่อนดีกว่าว่าไม่ไปเรียนแล้ว”
“รอคิวจ่ายเงินไปก่อนนะ พี่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง ถ้าถึงคิวแล้วเอาเงินพี่ไปจ่ายก่อนเลย”
“ขอบคุณนะคะป๋า”ณาลัลน์ยกมือไหว้จริงจัง เธอรับธนบัตรใบสีเทาของพอร์ชมาโดยไม่อิดออด พอร์ชหยัดกายลุกขึ้นเธอก็ลุกขึ้นตาม คอแห้งจะเดินไปหยิบน้ำเปล่าที่ทางโรงพยาบาลแจกแต่ความรู้สึกเหมือนจะเห็นคนเดินมาขวางข้างหน้า เธอจึงเงยหน้าจากจอโทรศัพท์มามอง ร่างกายเป็นไปโดยอัตโนมัติเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่เจอเจอาร์
“บังเอิญดีเนอะ”
“มุกตื้นไปไหมคะ จะเดินมาชนหนูทุกรอบเลยรึไง”ณาลัลน์ว่ากลับอย่างรู้ทัน แต่เธอไม่เดินหนีเพราะมั่นใจว่าเจอาร์จะไม่ทำมิดีมิร้ายเธอในโรงพยาบาล เธอมองไปยังจุดหมายเดียวกับเขา เจอาร์กำลังมองพอร์ชที่เดินตรงไปยังห้องน้ำ สายตาของเขามันทำให้เธอเสียวสันหลังแทนพอร์ช
“อย่ามองพี่พอร์ชด้วยสายตาแบบนั้นค่ะ”
“ฉันจะจัดการศัตรูของฉันยังไงดี เธอยังไม่ตอบฉันเลยนะ”
“พี่พอร์ชไปทำอะไรให้พี่เจเจ็บใจขนาดนั้นคะ”
“ไม่มีใครกล้าต่อยฉัน”
“งั้นพี่พอร์ชก็คงเป็นตัวแทนหมู่บ้านล่ะค่ะ”เธอว่ากลับอย่างประชดประชัน
“ความรักเป็นเรื่องน่าสมเพชว่าไหม โดยเฉพาะความรักของเธอกับมัน”
ถึงแม้สถานะของเธอกับพอร์ชจะไม่ได้มีชื่อเรียกแน่ชัด บางครั้งมันก็มากเกินไปกว่าพี่น้อง แต่ไม่ได้อยากให้ใครมาดูถูกดูแคลน สายตาของเขามันอ่านออกแบบนั้น อยู่กับเจอาร์เธอกำหมัดนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เธอโกรธมากเช่นนั้น
“พี่เจก็เกิดมาจากความรักนะคะ อย่าลืม”
“ตอนแรกก็คิดว่าเธอจะชอบมันฝ่ายเดียวซะอีก ไม่คิดว่ามันก็ชอบเธอด้วย”
“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งเรื่องของหนู”
“ทำให้มันตายอย่างทรมานมันคงไม่สะใจเท่าให้มันอยู่ต่อไปแบบเจ็บปวดหรอกเนอะ”
“แผลระบมแล้วหรอคะถึงมาหาหมอได้”เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงแค้นพอร์ชขนาดนั้น แต่เธอเลือกที่จะไม่สนทนาเรื่องเดิม เธอจับมือของเขาขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่นักผ้าพันแผลใหม่เอี่ยมผิดจากเมื่อคืนที่เขาพันมันเอง เขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับการโดนเธอบีบแผลแรงๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยสายตายากจะคาดเดา ซึ่งเธอไม่ใส่ใจนัก คงเป็นแค่คำขู่ให้เธอกลัว หากเขาจะทำอะไรพอร์ชจริงๆ เขาคงไม่รอถามเธอ “ขอให้พี่เจแผลติดเชื้อ เป็นหนองและเจ็บปวดมากๆค่ะ”
“เจ็บแบบที่เธอเจ็บตอนโดน…”เธอง้างหมัดหมายจะฟาดเข้าใบหน้ายียวนของเขา แม้แรงจะไม่ได้เยอะแต่มันก็คงสามารถทำให้เขาเจ็บได้บ้าง แต่เขาก็รับหมัดนั้นไว้แล้วกำข้อมือของเธอไว้แน่นดึงเธอเดินมาที่เคาน์เตอร์ของแผนกการเงินทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศเรียก
“จ่ายเงินให้คุณณาลัลน์ครับ”
“ไม่ต้องค่ะ หนูจ่ายเองได้”เธอไม่ได้อยากรับน้ำใจจากเขาสักนิด จะสะบัดมือออกแต่เขาก็ไม่ปล่อยง่ายๆ
“เอาไปเถอะ ฉันทำเธอป่วยหนิ ถือซะว่าเป็นค่าตัวเมื่อคืน”เขากระซิบเบาๆข้างกกหู
“ทำตัวดีๆก็ได้นี่คะ”ถึงจะไม่ชอบประโยคท้ายแต่ก็ยังดีที่เขามีความรับผิดชอบ
“…”
“ทำไมถึงต้องทำตัวมีปัญหาด้วยคะ”
“อย่ามาปากดี หายาคุมกินด้วยล่ะ เดี๋ยวจะปากดีไม่ได้”
……………………………….
หนักใจแทนน้องเลยนะคะ มีแต่คนอยากเปย์