EP.10
“หนูกินยาคุมแล้วค่ะ หนูไม่ได้อยากเป็นแบบพี่เจ เลี้ยงลูกคนเดียวมันไม่สนุกหรอกค่ะ”
“นับวันยิ่งปากดีนะ”ข้อมือบางเริ่มชาเพราะเขาบีบมันแน่นขึ้น แต่เธอกลับยกยิ้มมุมปากที่เห็นเขาโกรธเพราะคำพูดของเธอบ้าง มันอาจจะไปจี้โดนบาดแผลของเขา
“ปกติหนูไม่ชอบว่าใครค่ะ พี่เจทำให้หนูหลุดกรอบของตัวเองได้ การรู้จักกับพี่เจถือเป็นการได้อัพสกิลปากตัวเองค่ะ”ณาลัลน์ว่ากลับพร้อมรอยยิ้มอันสดใส เธอสะบัดมือออกจากพันธนาการของเขาอีกครั้งแล้วรีบวิ่งไปรอพอร์ชหน้าห้องน้ำชาย เจอาร์มองแผ่นหลังบางไปจนลับสายตา ท่าทางอวดดีของเธอมันทำให้เขายิ่งหมั่นไส้
ญี่ปุ่น
“คุณจะไม่รับสายเด็กนี่จริงๆเหรอ”เดชาถามภรรยาที่ดูไม่ใส่กับโทรศัพท์ที่ขึ้นแจ้งเตือนว่ามีคนโทรเข้ามา จารุณีนั่งทานข้าวต่ออย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้สายมันตัดไปเองแบบทุกครั้ง
“ช่างเถอะ ขี้เกียจสร้างภาพว่าเป็นคนใจดีแล้ว”
“คุณก็นะ สมควรที่โดนลูกไล่ตะเพิด”
“อ้าว! นี่คุณพูดอะไรแบบนั้น เจน่ะมันไม่เข้าใจความหวังดีของฉันน่ะสิ คุณก็หัดเข้าใจฉันบ้างนะ ฉันอยากให้ลูกมีความสุขเพราะเมียที่ดีคือ….”จารุณีรอคำตอบจากสามีแต่เขากลับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ผมเองก็อยากมีเมียใหม่เหมือนกัน”
“ไอ้คุณเดชา!”
สัปดาห์ต่อมา
“ฮัดชิ้ว!”ณาลัลน์ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกทันทีที่เธอจามออกมา เสียงดัง เพราะตอนนี้นั่งอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยกับพิมมี่และไม่อยากให้พิมมี่ติดไข้เธอไปด้วย แต่เธอก็เป็นจุดรวมสายตาของคนที่มีสมาธิอ่านหนังสือในบริเวณใกล้ๆกัน
“ยังไม่หายอีกเหรอลัลน์ หลายวันแล้วนะ”พิมมี่กระซิบถามเบาๆ หากหล่อนจองห้องติวทันก็คงไม่ให้ณาลัลน์มานั่งรวมกับคนอื่นแบบนี้
“พักผ่อนไม่เพียงพออ่ะ ช่วงนี้มันต้องอ่านหนังสือ เหลือแค่จามอย่างเดียว หัวไม่ปวดแล้ว ไข้ก็เหลือน้อยแล้ว”
“ฉันรู้สึกคันจมูกขึ้นมาเลย ฉันว่าฉันโดยแกแพร่เชื้อใส่แน่ๆ”
“อย่ามารังเกียจฉันนะ”
“ใครจะไปเหมือนพี่พอร์ชที่ไม่รังเกียจแกแถมยังดูแลแกทุกวันขนาดนี้ ถามจริงเมื่อไรแกจะรวบหัวรวบหางเขาสักที”
“ตั้งใจอ่านหนังสือไปเถอะ”ด้วยความเขินอายณาลัลน์หยิบหนังสือมาปกปิดใบหน้าแดงก่ำของตัวเอง แต่พิมมี่ก็ยื่นใบหน้ามาใกล้ๆเพื่อจับผิด
“ถามใหม่ เป็นสาวเป็นแส้จะรวบหัวรวบหางผู้ชายได้ยังไง ต้องไปถามพี่พอร์ชดีกว่าว่าเมื่อไร…”
“พอเลย เรื่องเรียนแกอยากรู้ขนาดนี้ไหม แล้วจะแกล้งฉันเนี่ยจำบทที่ห้าได้ยังเถอะ”
“ด่าแบบผู้ดี เป็นการเปลี่ยนเรื่องที่เจ็บอยู่เหมือนกัน เจ็บยิ่งกว่าโดนด่าว่าโง่อีก”
“ล้อเล่นๆ”มือเรียวตบบ่าเพื่อนรักเบาๆในเชิงหยอกล้อ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกาก็เห็นการแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับเป็นเพราะเธอตั้งสั่นไว้เลยไม่ได้ยิน เป็นเบอร์ที่คุ้นตามันคือเบอร์ของเจอาร์แต่เธอไม่ได้อยากจะเมมเบอร์ไว้ในเครื่อง จะโทรกลับไปแต่เขาก็โทรกลับมาพอดี
“สวัสดีค่ะ”เธอทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงเย็นชา
(ว่างไหม ไปรับอคินให้ฉันด้วย ฉันติดงาน)
“ตอนนี้เลยเหรอคะ”
(ใช่ ฉันประชุมเสร็จมืดๆ เดี๋ยวฉันไปรับที่คอนโดเธอ)
‘วานคนอื่นไม่ได้รึไง’เธอได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าถามออกไป เพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่าหนีงาน เธอแค่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมที่จะเอาอคินมาอยู่ด้วยในตอนที่เธอมีไฟในการอ่านหนังสือ
(เงียบทำไม)
“ค่ะ เดี๋ยวไปรับให้”
(สิ่งที่เธอควรจะรู้อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้ฝนเหมือนจะตก ลูกฉันไม่สบายง่าย อย่าให้โดนฝนเด็ดขาด และหวังว่าเธอจะไม่เอามอ’ไซค์ไปรับลูกฉันนะ)
“ค่ะ แล้วทำไมไม่ให้หนูไปส่งน้องที่คอนโดพี่เจคะ”
(เธอคิดว่าเด็กสามขวบอยู่คนเดียวได้ป่ะ ถามอะไรโง่ๆ)
“….”
(ถ้าอย่างนั้นฉันสอนให้ลูกนั่งแท็กซี่กลับเองเลยดีไหม ถ้าคนที่แม่จ้างมามันมีปัญหามากนักอ่ะ)
“ขอโทษค่ะ หนูแค่กลัวน้องจะอยู่ห้องหนูไม่ได้ กลัวน้องร้องจะกลับเสียก่อน”ใจเธอก็กลัวหากลูกเขามาอยู่ห้องเธอจะแพ้ฝุ่นไหม ห้องของเธอไม่ได้สะอาดสะอ้านทุกระเบียบนิ้วแบบห้องของเขา คนเคยสบายจะมาอยู่ในที่ไม่หรูหราไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ไหม
(จะส่งโลเคชั่นคอนโดเธอมาหรือให้ฉันหาเอง)
“เดี๋ยวส่งให้ค่ะ”
ปลายสายเป็นฝ่ายกดวางไปก่อน เธอจึงรีบกดส่งโลเคชั่นให้เจอาร์ด้วยความไม่เต็มใจนัก เธอหาบัตรผู้ปกครองที่ไม้พาไปทำมาที่โรงเรียนเมื่อวานเห็นว่าอยู่ในกระเป๋าก็โล่งใจนึกว่าจะต้องเสียเวลากลับไปเอาที่ห้อง
“เป็นอะไรรึเปล่า”สีหน้าเป็นกังวลของณาลัลน์ทำให้พิมมี่สงสัย แต่เมื่อโดนทัก ณาลัลลน์ก็ยิ้มออกมาอย่างเสแสร้งว่าไม่ได้เป็นอะไร
“ต้องไปรับลูกพี่เจอ่ะ”
“เหรอ เออแก แกบอกว่าเขาโสดใช่ไหม”
“ทำไม”
“หล่อ~”
“แต่นิสัยไม่ดี”
“ฉันชอบผู้ชายแบดๆ ให้ฉันไปเลี้ยงน้องแทนไหม”
“ได้ก็ดี”
“เออ จริงจังล่ะนะ”อาการประชดประชันของณาลัลน์ทำให้พิมมี่เปลี่ยนสีหน้าจริงจังพร้อมกับขยับเข้าหาณาลัลน์อีกนิด “ระวังตัวด้วยนะ ผู้ชายเนี่ยมันมีอารมณ์ได้ตลอด สวยๆอย่างแกอาจจะตกเสือผู้หิวโหยโดยไม่รู้ตัว”
“ระ…รู้แล้วน่า”ณาลัลน์ไม่กล้าสบตากับพิมมี่ เธอเก็บของบนโต๊ะแล้วก้มหน้าก้มตาหากุญแจรถเอาไปยื่นให้พิมมี่และคว้ากุญแจรถของหล่อนมาควงเล่น
“ยืมรถหน่อย พอดีฉันต้องไปรับลูกคุณหนูคุณนายน่ะ วันนี้ติวแค่นี้นะฉันต้องไปก่อนล่ะ”
“แล้วฉันกลับยังไงอ่ะ”
“มอ’ไซค์ฉันไง”
“ได้ไงเนี่ยยัยลัลน์!”
ณาลัลน์ไปรับอคินมาจากโรงเรียนเรียบร้อย ระหว่างทางเด็กน้อยคุยโม้โอ้อวดให้ฟังถึงสิ่งที่เจอในระหว่างไปเที่ยวมาอย่างออกรส เธอค่อนข้างชอบเด็กจึงคุยกับอคินได้อย่างลื่นไหลและการช่างพูดช่างเจรจาของทั้งสองฝ่ายก็ทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างง่ายดาย
แม้อคินจะเป็นลูกชายของบุคคลที่เธอไม่ชอบหน้าแต่เธอแยกแยะได้ ลูกส่วนลูก พ่อส่วนพ่อ เธอจะไม่เอาความท็อกซิกไปใส่เด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หากไม่ติดว่าอคินเป็นลูกเจอาร์จะดีใจกว่านี้ที่ได้เล่นกับเด็ก
เธอจำเป็นต้องกลับมาที่บริษัทของพอร์ชเพราะพอร์ชเรียกประชุมด่วนอย่างจริงจัง มาถึงทุกคนก็ต้องประหลาดใจเพราะห้องประชุมขนาดใหญ่ถูกจัดให้เป็นห้องเลี้ยงฉลองของบริษัท ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วเธอจึงสนุกกับมันให้เต็มที่
“สาาาหวัดดีกั๊บ ผมชื่ออคิน ผมชอบกินฉะปาเก็ตจี้”เด็กน้อยทักทายผู้คนในงานที่เดินผ่านมาทักทายเขาอย่างมีมารยาท ก่อนจะหันไปกินสปาเก็ตตี้คำโตที่ณาลัลน์ป้อนมาให้ เคี้ยวตุ้ยๆด้วยความเอร็ดอร่อย ปากเลอะจนณาลัลน์ต้องเช็ดให้
“ลูกใครอ่ะลัลน์”พอร์ชเดินมาด้านหลังไม่ทันเห็นหน้าเด็กที่ณาลัลน์พามาด้วยจึงยีผมอคินเพื่อเป็นการทักทาย แต่อคินก็หันไปมองแล้วยกมือสวัสดี ทำให้พอร์ชหน้าเสียเล็กน้อยและตีมือตัวเองเบาๆ ทำให้ณาลัลน์หลุดขำกับท่าทางของพอร์ช
“จะตายไหมวะกูเนี่ย”
“เล่นกับน้องได้ แต่อย่าให้น้องไปฟ้องพ่อล่ะกัน”
“ไปดีกว่ารักตัวกลัวตาย”
“ง่วงยังครับ ปกตินอนกี่โมง”ณาลัลน์หันกลับมาให้ความสนใจกับอคินที่ในตอนนี้โยกตัวเบาๆตามเสียงเพลง เธอไม่รู้ตารางเวลาของเขาแน่ชัดแต่เธออยู่ที่นี่มานานเกือบสองชั่วโมง หากเจอาร์เลิกประชุมเร็วและไปหาเธอที่คอนโดแล้วไม่เจอเธอคงหูชาเพราะโดนเขาบ่น จึงอยากพาอคินกลับไปเร็วๆ แต่ดูเหมือนว่าอคินจะพลังเหลือล้น
“สองตุ้มครับ”
“ไปคอนโดพี่กันเถอะเนอะ”
“ผมอยากย้องเพลง~”ว่าจบอคินก็วิ่งเข้าไปขอไมโครโฟนคนอื่นจนผู้ใหญ่ต้องยื่นให้ร้อง กลับกลายเป็นว่าเธอลำบากใจที่จะเข้าไปขัดขวางจึงต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะอคินสนุกสนานกับมันมาก
.
.
.
“รีบกลับแล้วเหรอมึง”นินิวถามเจอาร์ที่ลุกจากเก้าอี้เป็นคนแรกหลังจากเธอสรุปการประชุมเสร็จ ไม้ที่นั่งอยู่ด้วยก็ลุกไปตามกัน“กินข้าวก่อนป่ะ”
“กูจะไปรับลูกแล้ว โคตรคิดถึงเลย”
“อ้าว ลูกมึงอยู่ไหน เมื่อเย็นกูให้แม่ของเฮียไปรับพลอย ทำไมมึงไม่บอก จะได้ฝากเขารับมาด้วย”
“ไม่อยากรบกวนแม่มันหรอก ขอบใจ”เจอาร์ตอบพร้อมกับเปิดโทรศัพท์เข้าแอปติดตามตัวที่เชื่อมกับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของอคิน เขาโทรหาอคินหลายสายแต่ไม่รับณาลัลน์ก็เช่นกัน และเมื่อดูโลเคชั่นที่ลูกชายอยู่ก็เห็นว่าลูกชายอยู่ที่บริษัทของพอร์ช เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ในตอนที่คิดเรื่องสนุกๆออก
“กล้าดีเนอะ รนหาที่จริงๆ”
......................................
🤪🤭😏🤔 ร่างกายต้องการซาบะ หิว!