EP.15
“อคินเนี่ยนะคะอยากให้หนูอยู่”เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาลูกมาล่อเธอมาทำมิดีมิร้ายรึเปล่า แต่ถ้าอคินตื่นมาอ้อนเธอตอนนี้เธอต้องใจอ่อนแน่ๆ เพราะแพ้เด็กขี้อ้อน“แน่ใจว่าพี่เจไม่ได้หลอกหนู”
“คิดว่าไงล่ะ”
“นี่มันมืดแล้วค่ะ บอกน้องด้วยว่าเดี๋ยวหนูมาดูแลพรุ่งนี้นะคะ”
“ทีเมื่อคืนยังนอนห้องผู้ชายคนอื่นได้ ทำไมแค่นี้จะนอนที่นี่ไม่ได้ เข้านอกออกในห้องผู้ชายบ่อยจะกลัวอะไร”
ณาลัลน์ชักสีหน้าไม่พอใจทันที ไม่ทันได้ก้าวออกไปเธอก็ต้องเดินเข้ามาหาเจ้าของถ้อยคำกระแนะกระแหน“พี่พอร์ชไม่ใช่คนอื่นค่ะ พี่เจนั่นแหละคนอื่น”เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน
“โอเค ถ้าไม่นอนนี่ เธอว่าเธออยากได้คำขู่แบบไหนดีล่ะ”
“ค่ะ นอนก็นอน หวังว่าพี่เจจะไม่ทำอะไรแบบนั้นทั้งที่ลูกป่วยนะคะ”
“ถ้าเธออยาก ฉันก็สนองให้ได้นะ”เขาหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ทำให้เด็กสาวกลับถอยหลังหนีสองสามก้าวโดยอัตโนมัติ เขาไม่มีอารมณ์มาทำอะไรแบบนั้นตอนนี้แต่แค่อยากให้เธออยู่แบบหวาดระแวงเท่านั้น
“พี่ลัลน์~”เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกของเด็กผู้ชาย อคินเดินเตาะแตะออกมาจากห้องอย่างงัวเงีย ทันทีที่เห็นณาลัลน์ก็คลี่ยิ้มกว้างรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ กางแขนรอจะขอกอด ทว่าณาลัลน์แค่ยิ้มรับเท่านั้น ไม่กล้าเข้าไปใกล้ชิดมากนักเดี๋ยวอคินติดไข้เธอต่อแล้วเธอจะซวยจริงๆ
“ครับ ว่าไง”
“ผมหิวข้าว~”เด็กน้อยลูบพุงตัวเองเป็นการออดอ้อนณาลัลน์ ยิ่งน่าเอ็นดู
“มีข้าวต้มอยู่ครับ”เจอาร์เดินเข้าประชิดตัวอคินเขาย่อตัวนั่งลงพื้นโอบกอดลูกทางด้านหลัง เด็กน้อยทำหน้าบึ้งตึงโดยอัตโนมัติ ยังไม่หายงอนและไม่ยอมให้เจอาร์หอมง่ายๆ
“ผมให้พี่ลัลน์ป้อนข้าวป้อนยาได้ไหมครับ ผมปวดหัวนิดหน่อย แต่ใกล้หายแย้ว อีกอย่างผมอยากโตเป็นพี่ป.1แย้วว จากินยาเม็ด”
“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ป้อนข้าวป้อนยาให้นะครับคนเก่ง”เธอหันมองเจอาร์ก่อนตอบ เจอาร์พยักหน้ารับว่าอนุญาตเธอก็ต้องตามใจ แค่ป้อนข้าวคงไม่ทำให้เด็กน้อยติดไข้เธอไปด้วย
“พี่ลัลน์~นอนด้วยกันนะครับ”
“แล้วจะให้หนูนอนห้องไหนคะ”แววตาไร้เดียงสาของอคินทำให้ณาลัลน์บีบแก้มเบาๆ เธอหันมาถามเจอาร์แต่จากน้ำเสียงสดใสกับเด็กเมื่อสักครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเรียบเฉย บ่งบอกว่าเธออยากเลือกปฏิบัติ
“โซฟา ห้องฉัน”
“…”ถ้ามีอคินอยู่ด้วยเธอก็มั่นใจได้ว่าเรื่องนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนแม้จะต้องนอนห้องเดียวกัน รู้สึกสบายใจอย่างมากที่อคินถูกชะตากับเธอ ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้าอคินเป็นแบบเจอาร์อีกเธอจะอึดอัดมากแค่ไหน
“พ่อนอนโซฟาครับ ให้พี่ลัลน์นอนเตียงกาบผม”เด็กชายหันมาหาผู้เป็นพ่อหน้าบูดหน้าบึ้ง บอกเจอาร์ด้วยความจริงจัง
“ถ้าพ่อนอนโซฟา ต้องหายงอนพ่อนะ”เขาหว่านล้อมไปอย่างนั้นและยอมเพื่อให้ลูกหายงอน จริงๆแล้วไม่พอใจที่ลูกชายดูจะติดณาลัลน์ขนาดนี้
“โป้ง~”อคินชูนิ้วโป้งขึ้นมาทำท่าทางตะบึงตะบอนแต่เจอาร์ก็รับรู้ได้ว่าอคินเริ่มใจอ่อนให้บ้างแล้ว
ณาลัลน์หลุดยิ้มกับท่าทางน่าเอ็นดูของสองพ่อลูกที่หยอกล้อกัน หากเจอาร์มีมุมแบบนี้กับเธอสักนิดเธอจะสบายใจมากกว่านี้ เธอสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคุณพ่อที่อบอุ่นกับลูกแต่สำหรับเธอคงเป็นคนอื่นที่ไม่อยากจะญาติดีด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะจารุณีและอคินเขาคงไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา เธอแสร้งทำหน้านิ่งทันทีที่เขามองมา ไม่คุ้นชินกับสายตาเย็นชาเวลาเขามองเธอเสียที
“อคินไปรอพี่ลัลน์ในห้องนะครับ เดี๋ยวพี่ลัลน์เอาข้าวไปป้อน”อคินทำมือโอเคแล้วรีบไปรอในห้องโดยไม่อิดออด
“หนูขออนุญาตใช้ครัวนะคะ”
“เออ”เขาตอบอย่างขอไปที
“พี่เจคะ”ณาลัลน์กัดริมฝีปากบางอย่างชั่งใจ เจ้าของชื่อหันมามองอย่างหงุดหงิดที่เรียกแล้วไม่พูด “เอ่อ หนูจะนอนที่นี่ต้องไว้เจ้าที่เจ้าทางไหมคะ”ลึกๆเธอก็อยากรู้การปฏิบัติตัวในการมาอาศัยบ้านคนอื่นนอน ครั้งที่แล้วเธอสลบไปก็แล้วไปแต่เนื่องจากเป็นคนกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นจึงถามแบบนี้ ฟังจากจารุณีมาเธอจึงเคยมองหารูปคนตายในห้องของเขาแต่ก็ไม่พบ หากเจ้าของบ้านให้การชี้แนะจะดีมาก
“ปัญญาอ่อนรึไง”
“…”ณาลัลน์จิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนหมุนตัวหันกลับเข้าไปในครัว
“เดี๋ยว”
“คะ?”เธอหยุดฝีเท้าแต่ไม่ได้หันไปมองเจอาร์
“หวังว่าเธอจะไว้ใจได้นะ”
“เรื่องอะไรคะ”
“หวังว่าจะไม่ทำให้ลูกฉันเสียคน”
“หนูดูเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”
“ใช่ อย่าทำร้ายลูกฉันล่ะ”
“วางใจได้ค่ะ หนูไม่ลงกับเด็กหรอกค่ะ ไม่ต้องกลัว”เด็กสาวเดินเข้าหนีเข้าครัวไปตักอาหารทันที เขาจะรู้บ้างไหมว่าพูดดีๆเธอก็รู้เรื่องไม่จำเป็นต้องพูดแรงใส่กัน
หลังจากนั้นณาลัลน์ก็ต้องมาทำหน้าที่ป้อนข้าวป้อนยาให้อคินตามที่เขาต้องการ รู้มาจากอคินว่าอคินงอนเจอาร์อยู่เธอเลยได้ทำหน้าที่เช็ดตัวและกล่อมให้นอนหลับโดยการเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องมาดูแลเด็กจริงจังมันเหนื่อยกว่าที่คิดไว้มาก
วันต่อมา
เสียงเปียโนที่ดังขึ้นมาเป็นเวลานานปลุกให้มาเฟียหนุ่มที่นอนหลับอยู่บนโซฟารู้สึกตัวขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ลำพังแค่นอนตรงโซฟาก็หลับยากพอแล้ว นี่จะต้องตื่นเพราะเสียงน่ารำคาญที่รบกวนการนอน หากเขานอนไม่พอก็จะหงุดหงิดไปตลอดวัน
เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นมาอย่างยากลำบาก ความสว่างภายในห้องบ่งบอกว่านี้เช้าแล้ว มองไปที่เตียงตอนนี้อคินและณาลัลน์ก็ไม่อยู่บนนั้น คาดว่าเสียงเปียโนที่ดังขึ้นมานั้นคงเป็นณาลัลน์ที่สอนอคินเล่น เขาลุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดและต้องออกไปดูอย่างเลี่ยงไม่ได้
เปียโนคงเป็นที่ถูกใจของอคินอย่างมากไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เห็นอคินชอบใจขนาดนี้ ลูกชายนั่งบนตักของณาลัลน์ขยับมือตามเด็กสาว ท่าทางอารมณ์ดีของลูกมันคลายความหงุดหงิดให้เจอาร์ได้ดี
“หนวกหู จะชวนลูกฉันเล่นอะไรแต่เช้า” เสียงเปียโนเงียบลงในตอนที่เจอาร์เดินเข้าไปใกล้ๆ รอยยิ้มของณาลัลน์ก็หายไปตามกัน
“ผมอยากห้ายพี่ลัลน์สอน เมื่อคืนพี่ลัลน์เล่าให้ฟังว่ามันสนุกมาก แล้วนี่ฉายแล้ว พ่อตื่นฉาย”คงไม่มีหมอโรงพยาบาลไหนรับเย็บเศษหน้าที่แตก มีอคินแก้ต่างให้ก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องเสวนากับเขามากนัก เจอาร์ยีผมลูกชายแก้เขิน ก่อนจะตวัดสายตามามองณาลัลน์ด้วยแววตาที่ต่างกับเมื่อครู่
“ทำไมถึงได้มาทำงานกับมัน”
“ส่งใบสมัครค่ะ”มันในที่นี้คงหมายถึงพอร์ชเธอตอบกลับแบบไม่คิด
“กวนประสาท!”เธอยักคิ้วเพื่อเป็นการตอบรับ
“หนูอยากมีรายได้และหนูมีความสามารถค่ะ ครูเคยพาไปแข่งกับหลายโรงเรียนก็ได้ที่หนึ่งค่ะ ดูเรซูเม่ก็ได้นะคะ ประวัติหนูว้าวก็เลยได้ทำงาน หนูไม่ไก่กานะคะ”
“อวดดี”ถ้อยคำเหน็บแนมทำให้เด็กสาวชะงักไป จากที่ว่าจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดให้เขาดูผลงานของเธอให้เป็นบุญตาก็วางโทรศัพท์มันไว้อย่างนั้น แม้น้ำเสียงของเขาฟังดูปกติแต่เธอรู้สึกว่าลึกๆเขากำลังดูถูกเธออยู่
“มีดีก็ต้องอวดค่ะ หนูได้งานมาเพราะความสามารถ ไม่ได้ใช้วิธีสกปรกหรอกค่ะ”
“ร้อนตัว?”
“ก็มีคนคอยหาเรื่องนี่คะ”
…………………………….
มีคนจะเปนหมาหัวเน่า ลูกไม่รัก
น้องลัลน์ยังคงตกได้ทุกคนยกเว้นผัวตัวเอง