หลังจากทุกเรื่องราวความวุ่นวาย ความแค้นที่สั่งสมมาตลอดหลายปีได้ถูกคลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีคดีความที่ค้างคา ไม่มีศัตรูที่คอยคุกคาม และไม่มีบาดแผลในอดีตที่ยังคั่งค้างในใจอีกต่อไป ภีมจึงจัดเตรียมทริปพักผ่อนที่เขาวางแผนไว้นานแล้วอย่างลับๆ เพื่อฉลองความสำเร็จ และที่สำคัญที่สุด คือเพื่อพาคนที่เขารักที่สุดไปพักผ่อนให้สมกับที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งมานาน ภีมพาธีร์ลงใต้ไปยังเกาะส่วนตัวที่ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งไม่ไกลมาก พื้นที่ที่เงียบสงบ สะอาดตา และเป็นส่วนตัวที่สุด เหมาะแก่การหลบหนีความวุ่นวายของโลกภายนอกไปอย่างสิ้นเชิง
คฤหาสน์หรูริมทะเลหลังนี้ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเขาเล็กๆ ที่ยื่นออกไปในทะเล สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว กำแพงกระจกใสสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานทำให้ภายในห้องโปร่งโล่งและมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบ เมื่อยืนมองออกไปจากระเบียงกว้างจะเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาของน้ำทะเลสีมรกตที่ไล่ระดับสีตั้งแต่สีเขียวอ่อนตรงบริเวณชายหาดจนเข้มขึ้นเป็นสีครามลึกสุดขอบฟ้า แนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์โผล่ให้เห็นเป็นจุดๆ ตามผืนน้ำใสสะอาด ทรายขาวละเอียดตัดกับสีฟ้าของท้องทะเลและท้องฟ้าสดใสจนดูราวกับภาพวาด มีเส้นทางเดินทอดยาวลงไปยังชายหาดส่วนตัวที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่งและลมหายใจของธรรมชาติ
ตลอดช่วงวันแรกที่มาถึง ทั้งสองใช้เวลาร่วมกันอย่างผ่อนคลายที่สุดเท่าที่เคยทำได้ นับตั้งแต่ตื่นนอนพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่พัดพาความสดใสเข้ามาในห้อง กินอาหารเช้าบนระเบียงพร้อมวิวทะเล ตกปลาไปตามแนวชายฝั่ง ขี่เรือเล็กชมปะการัง และนอนอ่านหนังสือพักผ่อนใต้เงาแครงริมหาด ไม่มีโทรศัพท์เรียกร้อง ไม่มีเอกสารให้ต้องเซ็น ไม่มีปัญหาให้ต้องคิดแก้ ทุกวินาทีเป็นของพวกเขาทั้งคู่โดยแท้จริง และเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีส้มอมม่วงค่อยๆ เข้มลงจนกลายเป็นสีครามดำ ประดับประดาด้วยดวงดาวระยิบระยับที่สว่างสว่างจนแทบจะมองเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นพัดซัดชายหาดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงลมทะเลที่พัดเอื่อยๆ ไล่เอาความเย็นสบายและกลิ่นอายของน้ำทะเลเค็มอ่อนๆ เข้ามาเต็มอากาศ
ธีร์ยืนพิงราวระเบียงกว้างอยู่คนเดียว สวมชุดเสื้อเชิ้ตผ้าปานสีขาวตัวบางที่ภีมเลือกซื้อให้โดยเจตนา ผ้าบางเบาจนลมพัดผ่านแล้วสัมผัสถึงผิวเนียนได้ง่ายๆ ปลายกระดุมเม็ดล่างสุดถูกปลดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรอยสีขาวอ่อนของผิวหนังที่เคยต้องแบกรับบาดแผลมาก่อน ท่าทางของเขาผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หน้าตาที่เคยขึงขังและระแวดระวังตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมาตอนนี้คลายลงจนเห็นรอยยิ้มอ่อนหวานที่แฝงความสงบสุขที่แท้จริง ดวงตาคมกริบจ้องมองลงไปยังผืนน้ำทะเลที่สะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ ในใจลอยคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่พบภีม จนถึงวันนี้ที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยค่อยๆ ดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ไม่เร่งรีบราวกับเจ้าตัวก็อยากถนอมทุกวินาทีแห่งความสงบนี้เช่นกัน ภีมเดินเข้ามาถือแก้วแชมเปญสองใบในมือ ฟองน้ำใสพองลอยอยู่ปากแก้วมีกลิ่นหอมหวานละมุนลอยมาแต่ไกล เขาวางแก้วทั้งสองลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาที่วางอยู่ข้างๆ อย่างเบามือ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้จนร่างกายสัมผัสติดกัน แล้วสวมกอดร่างบางที่ยืนมองทะเลอยู่นั้นไว้อย่างแนบแสนแนบจากด้านหลัง แขนหนาแกร่งโอบรัดเอวคอดบางเบาไว้อย่างถนอมมือ คางหนุนพักลงบนบ่าความนุ่ม หอมกลิ่นอายธรรมชาติและกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่ติดตัวธีร์จนหายใจเข้าได้เต็มปอด
“คิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง... ยืนเงียบอยู่นานเลย” ภีมถามขึ้นด้วยเสียงนุ่มละมุน ต่ำทุ้มทว่าแฝงความอ่อนโยนที่สุดที่มีให้คนเดียวในโลก ก่อนจะเอื้อมริมฝีปากกดจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มใสนุ่มลื่น ตามด้วยปลายคางและขมับทีละจุด เหมือนบอกเล่าความรู้สึกที่ยังพูดไม่หมด
ธีร์ไม่ขัดขืน กลับเอี้ยวหน้าไปมองคนที่กอดตัวอยู่ ดวงตาคมกริบฉายแสงวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกมากมายที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยจากความรู้สึกท่วมใจ “คิดว่า... ชีวิตกูโชคดีจังที่มีมึงอยู่ตรงนี้ โชคดีที่ทุกเรื่องราวนำพาให้เราได้พบกัน และโชคดีที่สุดท้าย... กูไม่ได้เดินทางผ่านเรื่องเลวร้ายพวกนั้นไปคนเดียว” เขาหยุดพักริมฝีปากที่ปลายคางของภีม จุมพิตเบาๆ ย้ำความหมาย ก่อนจะกล่าวต่ออย่างหนักแน่น “กูปลดล็อกทุกอย่างในใจได้หมดแล้วภีม ความเจ็บปวด ความแค้น ความกังวลที่เคยฝังใจ มันหายไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ความสุขที่มีมึงอยู่ข้างกายแบบนี้”
ภีมมองหน้าคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นเต็มใจ เขาเฝ้ารอวินาทีนี้มานานมาก ตั้งแต่วันที่เห็นธีร์ต้องแบกรับทุกอย่างตามลำพัง เขาเฝ้ารอวันที่รอยยิ้มของธีร์จะเป็นไปด้วยความสุขที่แท้จริงโดยไม่มีเงาเรื่องราวในอดีตมาบดบัง ดวงตาคมกริบของภีมฉายแววพราวเสน่ห์ยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เขายกยิ้มกว้างที่มุมปาก มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้แก้มเนียนนุ่มอย่างอ่อนโยน “งั้น... ถึงเวลาที่กูจะขอ ‘รางวัล’ ของคนเก่งหรือยังครับ ที่อดทนมาตลอด ที่ผ่านเรื่องราวทั้งหมดมาได้... สมควรได้รับรางวัลใหญ่สุดๆ แล้วมั้ย”
ก่อนที่ธีร์จะได้ตอบอะไร ภีมก็ช้อนร่างบางขึ้นโอบสะพักไว้อย่างมั่นคงในอ้อมแขน ร่างหนาแกร่งสูงใหญ่ทำให้ธีร์ต้องกอดคอแน่นและวางหน้าลงซุกที่อกแกร่ง รู้สึกปลอดภัยราวกับมีเกราะกำบังจากทุกสิ่งในโลก ทีละก้าวเดินเข้าไปภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นสบาย เตียงนอนขนาดใหญ่กว้างขวางวางอยู่กลางห้อง ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีครีมเนียนนุ่ม มีแสงจากตะเกียงข้างเตียงส่องสว่างสลัวๆ ให้บรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น เสียงคลื่นจากด้านนอกยังคงดังอยู่เบาๆ เป็นจังหวะทำนองให้กับค่ำคืนนี้
ภีมวางธีร์ลงบนผ้าห่มนุ่มฟูอย่างช้าที่สุด ระวังอย่างยิ่งราวกับวางสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก มือหนาเริ่มค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมใส่อยู่ทีละเม็ด นิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวเนียนใสที่เผยออกมาทีละส่วนอย่างละเมียดละไม สายตาคมกริบจ้องมองร่างงดงามตรงหน้าเต็มไปด้วยความเสน่หา ความหลงใหล และความโหยหาที่สะสมมาตลอดช่วงเวลาที่ต้องระวังระแวด ไม่มีความกังวล ไม่มีความกลัวอีกต่อไป คืนนี้มีเพียงความรักที่บริสุทธิ์และความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างกัน
ทุกจูบที่ประทับลงบนหน้าผาก ตา แก้ม ลำคอ และส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ล้วนอ่อนหวานและย้ำความรู้สึกที่มีต่อกัน มือหนาไล่เลี่ยสัมผัสทุกซอกทุกมุมจดจำรูปร่างคุ้นเคยราวกับอยากให้ความรู้สึกนี้ฝังใจตลอดไป ธีร์ตอบรับทุกสัมผัสอย่างเต็มใจ มือเรียวเลื่อนโอบรัดร่างหนาแกร่งให้แน่นยิ่งขึ้น ดวงตาคมกริบหลุบลงครึ่งหนึ่ง มีหยดน้ำตาแห่งความสุขคลอเบ้า ร่างกายตอบสนองต่อความอุ่นไอของคนรักอย่างอัตโนมัติ เสียงครางหวานพร่าเล็กน้อยหลุดลอยออกมาผสมผสานไปกับเสียงลมและเสียงคลื่นทะเลด้านนอก จนกลายเป็นทำนองเพลงแห่งความรักที่ไพเราะที่สุด
ภีมยังคงความอ่อนโยนไว้แม้ในขณะที่ความต้องการเร่าร้อนขึ้นทุกที เขาขับเคลื่อนจังหวะรักอย่างหนักหน่วงแต่ทุกการเคลื่อนไหวล้วนถนอมประคองร่างบางอย่างที่สุด ทุกสัมผัส ทุกการกอดรัด ทุกจังหวะล้วนมีความหมาย มอบความสุขสมหวานล้ำที่ธีร์ไม่เคยได้รับมาก่อน มอบความอุ่นใจว่าเขาจะไม่โดนทิ้ง จะไม่ต้องเดินเดียวดายอีกต่อไป ทั้งสองต่างเติมเต็มตัณหาและความรักให้แก่กันอย่างลึกซึ้ง สลับบทบาทให้ความสุขแก่กันไปมาหลายรอบ จนลืมเวลาไปว่าคืนนี้ผ่านไปนานเท่าไหร่
จนกระทั่งทั้งสองมาถึงจุดยอดเขาแห่งความสุขร่วมกันพร้อมใจกัน เสียงเรียกชื่อของกันและกันดังแผ่วในความเงียบ เป็นการยืนยันว่า ณ เวลานี้ ที่นี่ มีเพียงพวกเขาทั้งคู่ ร่างกายที่เหนื่อยล้าคลุกเคล้าอยู่บนผ้าห่มนุ่ม ภีมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบางไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะกอดธีร์ให้แน่นที่สุด หน้าซุกซ่อนที่ซอกคออุ่นจูบเบาๆ ที่ผิวเนียน ธีร์ก็วางมือลงบนอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจเต้นสม่ำเสมอของคนข้างกายด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยม
“รักมึงที่สุดเลยภีม” ธีร์กระซิบเสียงอ่อน ก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้ม
“ก็รักมึงที่สุดเช่นกัน... ตลอดไป” ภีมตอบรับ กดจูบที่ขมับเนียนอีกครั้ง ก่อนจะหลับไปพร้อมกับคนที่เขารักที่สุด ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ยังคงพัดซัดชายหาด และความสุขที่เบ่งบานอย่างเต็มที่ในค่ำคืนแห่งการเริ่มต้นใหม่นี้ ที่รู้ว่าต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่เดินผ่านมันไปคนเดียวอีกต่อไป