ตอนที่ 1
(ไอ้คนโรคจิต)
วันนี้มันช่างเป็นวันที่ชวนปวดหัวสำหรับฉันเสียจริง ไม่รู้ว่าตอนออกจากคอนโดก้าวขาข้างไหนออกมาถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนได้ขนาดนี้ รถคู่ใจที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเสีย แถมยังเพิ่งตรวจเช็กระยะออกมาจากศูนย์ ก็ต้องดันมาเสียเอาวันนี้ ไหนไอ้ฝนบ้าที่เทลงมาเหมือนฟ้ารั่วทำให้ฉันนั้นเปียกปอนไปทั้งตัวแบบนี้อีก โอ๊ย! วันนี้มันเป็นวันอะไรกันนะ
จะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดก็ออกมาไกลแล้ว จะให้ที่บ้านส่งรถมาให้อีกคันก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ไหนจะต้องเข้าคลาสที่อาจารย์สุดแสนจะโหด ถ้าขาดเรียนชื่อเสียงในการเป็นดาวคณะของฉันจะต้องดับวูบอย่างแน่นอน
และด้วยความที่ปกติแล้วฉันจะขับรถไปเอง จึงไม่ต้องคอยคิดว่าจะใส่เสื้อผ้าอย่างไร แต่พอต้องมานั่งรถไฟฟ้าสาธารณะแบบนี้ทำให้รู้เลยว่าการแต่งตัวของฉันตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะสมจริง ๆ ที่จะเดินทางด้วยระบบสาธารณะ เพราะไหนจะเปียกไปหมดจนเสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่นั้นบางจนเห็นไปถึงบราที่ฉันใส่อยู่ ไหนจะผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงไปหมด จะนั่งก็ไม่สบายตัวเลยต้องยืนมันไปแบบนี้จนกว่าจะถึงมหา’ลัย
ฉันยืนเอามือจับเสาเหล็กเพื่อพยุงตัว อีกมือก็เล่นโทรศัพท์ไปตามประสา ดูโน่นดูนี่ แต่ก็รู้สึกเหมือนโดนจ้องมองจากคนคนนึงที่นั่งมองฉันอยู่จากเก้าอีเก้าอี้ที่ถัดออกไปไม่ไกล แต่ก็ไม่เห็นหน้าเห็นตา แถมยังใส่ชุดนักศึกษาอีก หรือว่าฉันคิดมากไปก็ไม่รู้
แต่เมื่อรถไฟหยุดตามสถานีต่าง ๆ เขาคนนั้นก็ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นจนฉันนั้นรู้สึกได้จนต้องรีบยกหน้าขึ้นเพื่อมองให้แน่ใจ
แต่ฉันก็ยังคงแกล้งทำเฉย แล้วก็ไม่ได้กลับไปมองที่คนคนนั้นอีกเพราะกลัวว่าถ้าทำอย่างนั้นจะทำให้ดูจงใจจนเกินไป อีกอย่างรถไฟขบวนนี้มีนักศึกษาเยอะแยะที่น่าจะไปลงที่ ม.ที่ฉันเรียนอยู่ ฉันอาจจะคิดมากไปเองจริง ๆ
และเมื่อรถไฟใกล้ถึงสถานีที่ฉันจะต้องลง ด้วยความแออัดจากผู้คนและนักศึกษาจากมหา’ลัยเดียวกัน ทำให้ฉันเริ่มถูกเบียดจากผู้คนรอบตัวมากขึ้น และก่อนที่จะรู้ตัว บั้นท้ายของฉันก็ถูกครอบครองด้วยมือหนาของใครสักคนที่ตอนนี้ยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง จากที่วางเฉย ๆ ตอนนี้เพิ่มแรงมือเป็นบีบเคล้นจนฉันนั้นตัวแข็งไปหมดทำอะไรไม่ถูกก่อนที่จะค่อย ๆ หันหน้าไปมองคนด้านหลังที่กำลังขยำก้นฉันอย่าเมามัน แต่ก็มองไม่เห็นเพราะเขาสูงกว่าฉันมาก ฉันรีบรวบรวมสติทันที อย่าคิดว่าฉันจะหน้าบางกับเรื่องแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะต้องอายและปล่อยให้คนทำผิดลอยนวล!
รถไฟฟ้าถึงสถานีที่ฉันต้องลง แต่แรงกระชากของการจอดตัวทำให้ฉันได้ยินเสียงสบถอย่างหัวเสียอยู่ด้านหลัง
“แม่งเว๊ย!”
และเหมือนภาพช้าที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น ทุกวินาทีนั้นช่างแสนยาวนาน ฉันส่งมือของตัวเองเข้าจับกับมือหนาที่เหมือนเพิ่งจะผละจากก้นกลมของฉันแน่น
“จับได้แล้วไอ้โรคจิต!”
ก็ตะโกนให้โลกรู้กันไปเลยสิคะ! ฉันคนเสียหายนะ จะไปกลัวอะไร!
มือหนาของผู้ต้องสงสัยที่รีบชักมือออกเหมือนว่ากำลังแตะของร้อนก็ไม่ปาน แต่ช้าไปค่ะฉันเร็วกว่า
หมับ!
“นาย! หน้าตาก็ดีทำไมถึงได้โรคจิตแบบนี้ ฮะ! เจ้าข้าเอ้ย มาดูหน้าคนโรคจิตเร็ว ๆ ค่ะ ฉวยโอกาศจับก้นฉัน!”
ฉันตะโกนออกมาเสียงดัง ไม่สนใจว่าทั้งฉันและตาผู้ต้องหานั้นอยู่ในชุดนักศึกษาทั้งคู่ หรือจะถูกมองยังไง
“นี่เธอ ฉันไม่ได้จับก้นเธอนะ!” เสียงสูงรีบตอบออกมาอย่างร้อนรน ดูยังไงก็มีพิรุธ
“ถ้านายไม่ได้จับ แล้วทำไมมือนายมาอยู่บนก้นฉันละยะ!
“ก็บอกว่าฉันไม่ได้เป็นคนจับก้นเธอยังไงล่ะโว๊ย ทำไมไม่ฟังบ้าง! แล้วนี่จะจับมือฉันอีกนานมั้ย รถไฟจะออกแล้ว”
เหอะ จะหนีล่ะสิ หน้าตาก็ดี แต่ทำไมถึงได้เป็นคนแบบนี้ได้นะ ถ้าคิดว่าฉันจะหน้าบางคิดผิดเสียแล้ว ฉันยังคงไม่ยอมปล่อยมือของฉันจากมือหนาของตาโรคจิตนี่
อืม หน้าตาฟ้าประทานมากแม่ สูง ขาว ปากนี่แดงอย่างกับผู้หญิงเลย แต่ว่าทำไมถึงนิสัยแบบนี้นะ แถมยังใส่ชุดนักศึกษาจาก ม.ของฉันอีก แบบนี้ต้องประจาน ไม่ขอโทษทีนึงแล้วยังจะกล้าขึ้นเสียงกับฉันอีก ตอนนี้เราสองคนตกเป็นเป้าสายตาของหลาย ๆ คน ทั้งที่หยุดยืดดูเป็นเรื่องเป็นราว กับที่เดินไปดูไปแต่ไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบกันจากกลุ่มผู้หญิงด้านหลัง
“แก นั่นมันพี่ธันวานี่ แล้วทำไมยัยลูกแมวนั่นถึงได้ยืนจับมือกับพี่ธันวาแบบนั้น”
ชิ กระซิบกันดังจนมาถึงนี่เชียวนะยะ สงสัยว่ายัยพวกนี้จะเป็นแฟนคลับตาโรคจิตนี่แน่ ๆ ชื่ออะไรนะ ธันวา?
“ปล่อยมือฉันได้หรือยัง? ฉันจะไปเรียนแล้ว” เสียงทุ้มขู่ฟ่อออกมาผ่านไรฟันขาวสวย
“ยังไม่ได้ จบกว่านายจะขอโทษกับสิ่งที่นายทำกับฉันไว้ ฉันเสียหายนะ จะให้นายเดินไปเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก”
“เอ๊ะ! ยัยเปี๊ยก! เธอนี่มันยังไง? ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือไงว่าฉันไม่ได้เป็นคนจับก้นเธอ ยังจะมาเร้าหรืออยู่ได้! ปล่อย!”
กล้าขึ้นเสียงกับฉันเหรอ ได้เลยไอ้ยักษ์ รู้จักแคนดี้น้อยเกินไปแล้ว
“เจ้าข้าเอ๊ย! มาค่ะมาดูหน้าของคนโรคจิต ชอบสิงอยู่ตามรถไฟฟ้าชอบลวนลามผู้หญิง ถูกจับได้แล้วยังไม่ยอมรับ”
แน่นอนค่ะตอนนี้ฉันและไอ้ยักษ์หน้าหล่อนี่ตกเป็นจุดสนใจจากสายตาแทบทุกคู่แล้ว
หมับ!
อยู่ ๆ ตัวของฉันก็ลอยขึ้นจากพื้น ก่อนที่จะรู้ตัวอีกทีร่างบางของฉันก็ถูกพาดอยู่บนบ่าของไอ้ยักษ์โรคจิตแล้ว แถมยังเดินออกจากรถไฟฟ้าพาฉันเดินไปทางมหา’ลัยอีกต่างหาก
“ปล่อยนะไอ้บ้า จะพาฉันไปไหน?”
“อ้าว ก็เมื่อกี้ฉันบอกให้เธอปล่อยมือฉัน เธอก็ไม่ยอมปล่อย ก็นี่ไง อยากตัวติดกับฉันไม่ใช่เหรอ งั้นก็เข้าม.มันทั้งอย่างนี้ไปเลย ไหน ๆ เธอก็เห็นว่าฉันโรคจิตแล้ว งั้นฉันจะทำให้ดูว่าโรคจิตน่ะมันเป็นยังไง”
“เฮ้ย นาย! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ เอามือนายออกจากสะโพกฉันด้วย แล้วไม่แหกตาดูบ้างหรือไงว่ากระโปรงนักศึกษาฉันมันสั้น เอาฉันอุ้มพาดบ่าแบบนี้เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว บอกให้ปล่อยฉันลง”
ยังค่ะ ไอ้ยักษ์บ้านี่ยังพาฉันเดินดุ่ม ๆ ต่อไปโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าฉันจะแหกปากดังขนาดไหน
พรึ่บ!
เมื่อถึงห้อง ๆ นึงใน มหา’ลัย อยู่ ๆ ตาคนนี้ก็วางฉันลง….นี่มันห้องว่างในคณะบริหารนี่ แล้วตานี่พาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย?
“นายพาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย?”
“อ้าว ก็เธอหาว่าฉันโรคจิตไม่ใช่หรือไง? จะทำให้ดูไงว่าโรคจิตเนี่ยเค้าทำกันยังไง!”
พูดจบตาคนนี้ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาหาฉัน พอรู้ตัวร่างสูงของตาคนโรคจิตก็แนบชิดอยู่กับเนื้อตัวของฉันแล้ว ไหนจะไอ้มือซนที่โอบเอวฉันอยู่นั่นอีก!