เดนิสวิ่งออกมาจากบริษัทของคนพี่ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปไหน ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครตามมาหรือไม่ จนมาถึงสวนสาธารณะข้างบริษัท
“เดนิสหยุด!!”
“อย่ามาดุนิกนะ” เด็กสาวหยุดกึก หันไปมองคนพี่ด้วยแววตาตัดพ้อ
“พี่เคยดุเดนิสดด้วยเหรอ” คนตัวสูงก้าวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้าคนโกรธ แต่ความโกรธนั้นก็แฝงไปด้วยความน้อยใจ
“ก็ดุอยู่นี่ไง”
“พี่ไม่ได้ดุ จริงอยู่ที่พี่อาจจะเสียงดัง แต่พี่แค่อยากให้เดนิสหยุด ทำไมต้องหนีพี่ออกมาแบบนี้”
“พี่จ๋าผิดสัญญา” ริมฝีปากสีแดงระเรื่อสั่นระริก น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะบนแก้มด้วยความน้อยใจ
“พี่ผิดสัญญาเรื่องอะไร” มือหนายื่นไปปาดเช็ดสิ่งที่ไม่ปรารถนาจะเห็นอย่างอ่อนโยน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น มือข้างเดิมประคองข้างแก้มเนียน พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือไล้สัมผัสเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือทำให้หัวใจดวงน้อยพลันอบอุ่น
“พี่จ๋าบอกจะไม่แต่งงาน หัวใจนิกจะร้องไห้แล้ว” มือเรียวบางถูกยกขึ้นมากุมตำแหน่งของหัวใจของตัวเองด้วยท่าทางเจ็บปวดใจ
“หัวใจพี่ก็กำลังร้องไห้ เพราะเดนิสเชื่อที่คนอื่นพูด ทั้งที่พี่ยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น” โฮปจับมือเล็กที่กุมหัวใจตัวเองมาวางทาบกับอกข้างซ้ายของเขาในตำแหน่งหัวใจ หากคนน้องจะตัดพ้อในเรื่องที่เขาไม่ได้พูด มันก็สมควรแล้วที่ต้องรู้สึกน้อยใจ
“จริงด้วย...” เดนิสฉุกใจคิดขึ้นมาได้บ้างแล้ว จากความโกรธ ความน้อยใจ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิด
“พี่จ๋ายังไม่ได้พูด นิกเชื่อคนอื่น นิกทำนิสัยไม่น่ารักใส่พี่จ๋า นิกขอโทษค่ะ” เพียงเห็นหน้าสำนึกผิดของเด็กสาว ความน้อยใจก็พลันหายไปอย่างง่ายดาย จับจูงมือเล็กให้มานั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวใต้ร่มไม้กลางสวนสาธารณะนั้น
โฮปย่อตัวลงในท่าชันเข่าข้างหนึ่ง หยิบกล่องออกมาจากถุงกระดาษที่ถือติดมือมาด้วย เดนิสจำได้ว่าเป็นกล่องรองเท้า และเป็นรางวัลที่เธอตั้งใจมาทวงคนพี่
กล่องรองเท้าถูกเปิดออก เผยให้เห็นลวดลายที่ถูกเพ้นท์ลงไปด้วยความตั้งใจ เป็นรูปการ์ตูนของเด็กหญิงตัวน้อย กับฉายา เดนิสร้อยอาชีพ
รองเท้าผ้าใบสีดำถูกถอดออกจากเท้าเรียวเล็ก และรองเท้าผ้าใบที่มีคู่เดียวในโลกก็ถูกสวมแทนที่ ทุกการกระทำของคนพี่ อยู่ในสายตาของเด็กสาวตลอดเวลา
“ชอบหรือเปล่า”
“ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ พี่จ๋า” เดนิสยิ้มกว้างกับของรางวัลที่คนพี่ทำให้
“พี่ดีใจที่เดนิสชอบ” โฮปนำรองเท้าผ้าใบสีดำใส่กล่อง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งข้างเด็กสาวที่ยิ้มไม่หุบ บ่งบอกว่าชอบรางวัลชิ้นนี้เป็นอย่างมาก
“นิกจะใส่ไปเรียนทุกวันเลย” เดนิสเดินไปเดินมา บ้างก็กระโดดโลดเต้น ด้วยความเห่อรองเท้าใหม่ ความสดใสของเธอทำให้คนพี่ยิ้มได้เสมอ ไออุ่นไร้รูปร่างค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจของทั้งคู่ทีละเล็ก
โฮปพาเดนิสไปกินข้าวยังร้านประจำของทั้งคู่ ด้วยชอบการตกแต่งร้านที่เหมือนกับอยู่ภายในโรงงานทอขนแกะ และฟาร์มแกะในเมืองชนบทประเทศอังกฤษ บรรยากาศในร้านดูอบอุ่น ใช้โทนสีขาวสบายตา ประดับประดาร้านด้วยของตกแต่งมากมายและใส่ใจในทุกรายละเอียด
ความใกล้ชิด พูดคุยกันกระหนุกกระหนิง ราวกับโลกนี้มีกันสองคน จึงทำให้ไม่รู้ว่ากำลังถูกใครบางคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปของทั้งคู่
“เพนนี ไหนเธอบอกว่าวันนี้มีนัดกินข้าวกับคู่หมายไง แต่ทำไมฉันถึงเห็นเขามากินข้าวกับคนอื่นยะ ไม่เหมือนที่อวดให้พวกฉันฟังเลย” เพื่อนร่วมอาชีพทำตัวเป็นผู้หวังดีโทรบอกสิ่งที่เห็นกับเพนนี ผู้ชายคนนี้คือคนที่เพื่อนเอารูปมาอวด และมักอวดอ้างว่าเป็นว่าที่เจ้าบ่าว จะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ แต่กลับมากินข้าวกับหญิงอื่น
(หลักฐาน)
“ส่งให้ละ”
(อ๋อ น้องของพี่โฮปน่ะ คงพากันไปฉลองที่สอบเข้ามหาลัยได้) เพนนีเห็นรูปโฮปกับเดนิสไปกินข้าวด้วยกันก็แทบกรี๊ด แต่ก็ต้องควบคุมอารมณ์และน้ำเสียงไว้ให้เป็นปกติ จะไม่ยอมเสียหน้า
“อ้าว แล้วว่าที่พี่สะใภ้แบบเธอทำไมไม่มาด้วยล่ะ”
(ฉันต้องมาทำธุระด่วนให้คุณพ่อกับคุณแม่น่ะสิ พอดีพวกท่านได้มรดกเป็นที่ดินย่านสาธรมาน่ะ ต้องทำเรื่องโอนวันนี้)
“ที่ดินแถวนั้นราคาแพงมากเลยนะ ฉันล่ะอิจฉาวาสนาเธอจริงๆ ถ้าฉันรวยขนาดนี้ ฉันจะลาออกจากแอร์เลย”
(แค่นี้ก่อนนะ คุณแม่เรียกแล้ว... ไปเดี๋ยวนี้ล่ะคะ)
“เชื่อไหม” เพื่อนผู้หวังดีหันไปพูดกับเพื่อนที่มาด้วยกัน
“จะพยายามเชื่อ” เสียงหัวเราะคิดคักอย่างเย้ยหยันเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้มาด้วย
เดนิสในชุดนักศึกษา เสื้อสีขาวกับกระโปรงพลีทความยาวเหนือเข่า และรองเท้าผ้าใบคู่ใจ ก้าวลงจากรถของผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในสายตา และสำคัญกับหัวใจของเธอมาก
“เลิกเรียนแล้วถ้าไปไหนต่อโทรบอกป๊าด้วยนะครับ” ไนล์ชะโงกหน้าบอกลูกสาว
“ค่ะคุณป๊า”
“อย่างลูกสาวเราจะไปไหนได้ นอกจากบริษัทพี่โฮป”
“พี่จ๋าบอกจะมารับไปหาป้านีกับลุงพจน์ค่ะ ไปรับรางวัลใหญ่”
“ไปปะเหลาะป้านีกับลุงพจน์ไว้ล่ะสิ”
“นิกเปล่าปะเหลาะนะ ป้านีกับลุงพจน์ให้นิกด้วยความเสน่หา”
“ถ้าใครแกล้งโทรบอกป๊าเลยนะ”
“ถ้าพูดให้ถูก ไนล์ต้องกลัวลูกสาวเราไปแกล้งคนอื่น กลัวจะไปวีนใส่รุ่นพี่”
“ถ้ามีเหตุผลนิกก็ไม่วีนหรอกค่ะ”
“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ ป๊าเป็นห่วง”
“รับทราบค่ะ รักคุณป๊ากับคุณมี้นะคะ”
เดนิสยืนรอจนรถของพ่อกับแม่เคลื่อนออกไป แต่ในจังหวะที่กลับหลังหันจะเดินเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ถูกชนจนเซเกือบล้ม
“ขอโทษครับ เดนิส เดนิสจำเราได้ไหม” คนชนค้อมศีรษะขอโทษ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องยิ้มกว้างด้วยความดีใจกับความบังเอิญ
“จำได้”
“เดนิสเรียนที่นี่เหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“บังเอิญจริงๆ เราก็เรียนที่นี่ แล้วเดนิสเรียนสาขาอะไร”
“เครื่องกล”
“บังเอิญอีกแล้ว เราก็เรียนเครื่องกล”
“อย่างนายเนี่ยนะเรียนเครื่องกล” เดนิสไม่ได้อยากดูถูก แต่การเลือกคณะกับสาขาก็ควรมีความชอบและพื้นฐานในสิ่งที่จะเรียน ไม่ใช่แค่รถดับยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่เลือกเรียนสาขานี้
“เคยได้ยินเลือกผิดชีวิตเปลี่ยนไหม”
“เลือกผิดก็เลือกใหม่ได้ โอกาสไม่ได้มีครั้งเดียว”
“แต่สำหรับเรามีครั้งเดียว มาเลือกในโอกาสสุดท้ายแล้วน่ะ”
“เรียนสาขาที่ไม่ถนัด แล้วจะเรียนไหวเหรอ”
“สอบเข้าได้ก็น่าจะเรียนไหวนะ”
“เรื่องของนายแล้วแหละ” พูดจบก็เดินเข้าตึกเรียน
“ไหนๆ ก็เรียนขณะเดียวกันแล้ว เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า” กร ปภังกร รีบวิ่งตามเดนิส และตีสนิท