ตอนที่ 3 พี่จ๋า

973 Words
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูไม่ได้ดึงความสนใจของท่านประธานหนุ่มที่ใบหน้าปรากฎความยุ่งยากใจ คงเป็นเลขาฯ ที่แม่สั่งให้มากำชับเรื่องไปตามนัดหมายกับลูกสาวเพื่อนของท่าน “พี่จ๋า” เสียงเรียกสดใสจุดประกายรอยยิ้มให้กับใบหน้าหล่อคมคายทันที “ครับ” คำตอบรับทุกครั้งที่ถูกเด็กสาวเรียกขานตั้งแต่เจ้าตัวยังเป็นหนูน้อยวัยสามขวบ จนบัดนี้แตกเนื้อสาว กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนแยกไม่ออกว่ามันคือความเคยชินหรือความผูกพัน แต่ทุกครั้งที่เจ้าของเสียงปรากฏตัว ก็ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ไม่ว่าวันนั้นจะเหนื่อยแสนเหนื่อยมากแค่ไหน “พี่จ๋า” เดนิสยิ้มระรื่นเดินเข้าไปหาคนพี่เหมือนอย่างเคย ด้วยมาจนทุกคนในบริษัทคุ้นชิน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง จนตอนนี้เป็นนางสาว และกำลังจะเป็นนักศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “วันนี้ให้ใครมาส่งครับ” โฮปถามพร้อมกับหันไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่พาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ประจำตำแหน่งประธานบริษัท “พี่แบล็คกับพี่แมกซ์มาส่งค่ะ พี่จ๋าจะออกไปข้างนอกเหรอ” คนพี่หยิบแจ็คเก็ตมาสวมทำให้เดนิสรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังออกไปข้างนอก “ทำไมต้องทำเสียงผิดหวังแบบนั้นด้วย หืม?” คนอายุมากกว่าวางมือบนศีรษะมน พร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความเอ็นดู รับรู้อารมณ์ของคนน้องได้จากน้ำเสียง “นิกมีข่าวดีมาบอกพี่จ๋า พี่จ๋ารู้ ต้องให้รางวัลนิกแน่ แต่พี่จ๋าไม่ว่างฟังนิกแล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือหนักขึ้นราวกับหัวใจกำลังบาดเจ็บสาหัส “หัวใจกำลังร้องไห้ กำลังจะแตกสลายแล้วใช่ไหมครับ” เดนิสไม่เคยเปลี่ยน หากต้องการเรียกร้องความสนใจจะต้องตัดพ้อเสียงเศร้า กะพริบตาปริบๆ เค้นน้ำตา แต่นั่นเป็นความน่ารักเสมอในสายตาคนพี่ “ช่าย~~ พี่จ๋าไม่ว่าง หัวใจนิกแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แน่” “พี่กำลังจะออกไปกินข้าว ไปด้วยกันไหมครับ” “พี่จ๋ามีนัดกินข้าวกับลูกค้าเหรอคะ ถ้างั้นนิกไม่กวนพี่จ๋าแล้ว ก็แค่หัวใจร้องไห้ แป๊บเดียวก็หาย” แม้จะเอาแต่ใจ แต่หากเป็นเรื่องงานก็พร้อมเข้าใจ แต่ก็ขอเรียกร้องความสนใจอีกสักหน่อย “จริงๆ ก็ไม่ใช่นัดสำคัญอะไร อยากฟังข่าวดีของเดนิสแล้วสิ อยากให้รางวัลคนเก่ง” แน่นอนว่าข่าวดีของเดนิสสำคัญกว่าการไปกินข้าวกับลูกสาวเพื่อนแม่ และเขาว่าเขาพอเดาข่าวดีที่คนน้องจะบอกได้ “ผลสอบสัมภาษณ์ออกแล้ว นิกได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียน...” น้ำเสียงสดใสขึ้นมาได้เมื่อคนพี่ให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่านัดกินข้าว บอกข่าวดีด้วยใบหน้ายิ้มสดใส ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะการบอกข่าวดี และครั้งนี้เป็นเลขาฯ ที่ทำตามคำสั่งคุณแม่ของท่านประธาน ย้ำเตือนให้ไปตามนัดหมาย “อืม” โฮปเพียงตอบรับเสียงในลำคอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายใต้ความนิ่งเฉยนั้นก็ลอบสังเกตสีหน้าของเด็กสาวที่บัดนี้ทำหน้ามุ้ยตั้งแต่รู้ว่าเขามีนัดกินข้าวกับใคร “คุณชนกันต์จะออกไปเลยไหมคะ ดิฉัน...” เลขาฯ มีท่าทางลังเล และลำบากใจ โฮปรับรู้ได้ เพราะต้องรายงานให้แม่ของเขาทราบ “บอกคุณแม่ว่าฉันออกไปแล้ว” “แต่...” เลขาฯ หน้าเหวอ ถ้าพูดตามที่ท่านประธานบอกก็เท่ากับโกหก “ทำตามที่ฉันสั่ง” เสียงทุ้มกดต่ำ บ่งบอกว่าห้ามโต้แย้ง “ค่ะ” แม้จะลำบากใจที่ต้องโกหก แต่นั่นก็ทำให้เธอรอดพ้น มิเช่นนั้นเธอคงต้องเดินเข้าออกห้องท่านประธานอีกรอบ หรืออาจจะหลายๆ รอบเป็นแน่ “นิกกลับแล้วนะ” เสียงของคนแสนงอน หันหลังให้คนพี่ทันทีที่พูดจบ “จะรีบกลับไปไหน พี่ยังไม่ได้ให้รางวัลคนเก่งเลย” โฮบคว้าแขนเรียวเล็กไว้ไม่ยอมให้คนแสนงอนเดินหนี “พี่จ๋ามีนัดกินข้าวกับสาวแล้ว นิกก็ต้องกลับบ้านสิ” คนตัวเล็กหันกลับมาเผชิญหน้าคนพี่ ทำให้เขาเห็นใบหน้าง้อเง้าชัดเต็มตา ตอนสามขวบขี้งอนยังไง ตอนนี้ก็ยังขี้งอนอย่างงั้น “แบล็คเวลส์กับแมกซ์เวลส์กลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ” “นิกกลับเองได้ รถไฟฟ้ามี แท็กซี่มี แก๊ปก็มี” “ถ้าปล่อยให้กลับเอง คุณป๊าของเดนิสคงตำหนิพี่แย่” “คุณป๊าไม่ว่าพี่จ๋าหรอก ว่านิกนี่แหละ งั้นนิกโทรให้พี่แบล็คกับพี่แมกซ์มารับก็ได้ ถึงจะโดนบ่น แต่ก็ยังดีกว่าให้คุณป๊าเป็นห่วง” “ไม่ต้องโทรหรอก ไปกินข้าวกับพี่นี่แหละ” “แต่...” “พี่บอกแล้วไงว่าไม่ได้สำคัญอะไร ก็แค่นัดกินข้าวธรรมดา กินข้าวเสร็จจะพาคนเก่งไปเลือกของรางวัลด้วย โอเคไหมครับ” “...ก็ได้ค่ะ” เดนิสชั่งใจเพียงครู่ ก่อนจะตอบตกลง ยิ้มจนแก้มบุ๋มลึกอย่างน่ารัก “งั้นเราก็ไปกันเลยนะครับ” “ค่ะ” เดนิสควงแขนคนพี่อย่างที่ทำเป็นประจำ ยามไปไหนมาไหนด้วยกัน “เดนิสเดี๋ยว” โฮปเพิ่งสังเกตเห็น เดนิสอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวแขนกุดทับด้วยกระโปรงยีนทรงเอสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ชายกระโปรงมีด้ายรุ่ยฟูเป็นดีไซน์ มองด้านหน้าก็ดูไม่หวือหวาอะไร ทว่าแขนเสื้อด้านข้างกลับคว้านลึกจนมองเห็นชั้นในสีดำ เสื้อแจ็คเก็ตที่เพิ่งสวมทับเสื้อเชิ้ตลายทางแขนยาวสีกรมท่า จึงถูกถอดออก แล้วนำไปสวมทับให้เด็กสาว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD