“มิ้น!!! ตื่นได้แล้วมันสายแล้วนะ วันนี้ไม่มีเรียนหรือยังไงกัน มิ้น!!”
ปัง! ปัง! ปัง!
“…….”
“ยายมิ้นพี่จะนับหนึ่งถึงสามนะ ถ้าเธอยังไม่ยอมเปิดประตูให้พี่ พี่จะพังมันเข้าไปจริงๆ นะมิ้นเปิดเดียวนี้มิ้น ปังๆๆ” ..
“โอ๊ย!! มาแล้วๆ จะเรียกอะไรนักหนาคนจะหลับจะนอน” ร่างบางเล็กของสาวน้อยวัยสิบแปดเดินงัวเงีย โซซัดโซเซ มาเปิดประตูให้กับคนที่มารบกวนเวลาหลับเวลานอนของเธอ อย่างไม่ชอบใจ ทั้งที่ตายังหลับอยู่ แต่สาวน้อยก็พาร่างอันงัวเงียมาถึงประตูได้
“แกร๊ก!!! จะเรียกเสียงดังอะไรนักหนาอีฟเค้าจะนอน ง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย ฮาว!!!”
สาวน้อยบ่นให้กับคนที่มารบกวนอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายมารบกวนเวลาหลับฝันดีของเธอ ตอนนี้ แต่คำพูดของเธอ ไม่ได้เข้าไปอยู่ในหัวของคนที่มารบกวนเลยสักนิด
เพราะมีสิ่งอื่นที่เรียกวิญญาณ มนุษย์ป้าขี้บ่นให้เข้าสิงร่างพี่สาวของเธอ มากกว่าคำพูดของเธอเสียอีก แต่แม่สาวน้อยที่ยังง่วงนอนไม่หาย ก็ยังไม่รู้สึกตัวว่าเองแม่กำจะลงมาแผ่รังสีอำมหิต เข้าตัวเธออีกแล้ว
“ตายแล้วยายมิ้น!!! นี่มันแปดโมงแล้วนะทำไมเธอยังไม่อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนอีกหา!!! นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนแอบไปเที่ยวกับเพื่อน กลับบ้านดึกดื่นอีกแล้ว ใช่มั้ย แล้วนี่อะไร ทำไมเธอแต่งตัวแบบนี้หายายมิ้น พี่บอกพี่สอนเธอกี่ครั้งแล้ว ว่าก่อนออกจากห้องให้ใส่ กางเกงขาสั้น ไม่ใช่ใส่แต่งกางเกงในกับเสื้อกล้ามแบบนี้ เธอโตแล้วนะมิ้น อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบ แล้วนะ ทำไมถึงยังทำตัว เป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้อีกหา!!! แล้วนี่เมื่อคืนพาใครมานอนที่ห้องด้วยหรือเปล่าบอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ”
“โอ๊ย!!! พอๆ หยุดพี่จะบ่นอะไรแต่เช้าเนี่ยอีฟ เค้าโตแล้วนะเลิกบ่นเลิกจู้จี้จุกจิกกับชีวิตของเค้าสักที เค้าเบื่อที่จะฟังพี่บ่น แบบนี้เต็มทีแล้วนะ บ่นตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เบื่อบ้างหรือยังไงกัน” .
“อย่ามาเถียงพี่นะมิ้น ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอหนีเที่ยว แล้วตื่นสายไม่ยอมไปเรียนนะ แต่ที่ผ่านมาที่พี่ไม่พูด เพราะไม่อยากก้าวก่ายจนเธอรู้สึกอึดอัด ที่พี่วุ่นวายกับชีวิตเธอมากเกินไป แต่ยิ่งพี่ไม่พูด ทำเป็นไม่สนใจ เธอก็ยิ่งเหลิงตัว ทุกวันนี้จะไปไหนมาไหน ก็แทบจะไม่เห็นหัวพี่แล้ว ถามจริงๆ เถอะเธอยังคิดว่าพี่เป็นพี่สาวของเธออยู่มั้ย หา!!!”
“.....”
สิ้นเสียงตะคอกของพี่สาว สาวน้อยผู้ที่รู้ตัวว่ามีความผิดก็ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาพี่สาว ที่จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ทั้งเจ็บปวดและผิดหวังในตัวเธอไม่แพ้กัน สาวน้อยร้องไห้โฮ ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดพี่สาวคนเดียวของเธอด้วยความสำนึกผิด
ที่ผ่านมาใช่ว่าเธอเองจะไม่รู้ตัว ว่าตัวเองทำตัวเกเรมากขนาดไหน ชีวิตในวัยเรียนที่ผ่านมา พวกเธอกับเพื่อนๆ จะใช้ชีวิตที่ร้านเหล้ามากกว่า โรงเรียนเสียอีก
“เค้าขอโทษ..เค้าสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว อีฟยกโทษให้เค้านะ..ฮือๆ”
“แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอสัญญากับพี่ ว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก แต่สุดท้ายเธอก็ทำ”
"แต่ครั้งนี้เค้าพูดจริงๆ นะเค้าจะไม่ไปเที่ยวกลางคืนอีกแล้ว จนกว่าจะเรียนจบ แล้วเค้าสัญญาว่าหลังจากที่หมดคาบเรียนแล้ว เค้าจะรีบกลับบ้าน ทันที อีฟเชื่อเค้านะ ยกโทษให้เค้านะ"
น้ำเสียงและแววตานั้นมันช่างไม่ต่างอะไร กับเด็กน้อยห้าขวบที่โดนแม่ตีทำโทษแล้ว มาอ้อนวอนขอให้ยกโทษให้ตัวเองเลยสักนิด และเธอก็ไม่ต่างอะไรกับแม่เด็กหรอก ที่พอได้เห็นน้ำตาของลูก ได้ยินน้ำเสียงที่ลูกอ้อนวอนขอให้ยกโทษให้นั้น
หัวอกของคนเป็นแม่ก็อ่อนยวบลงมาทันที และเธอก็คงจะไม่ต่างอะไรกับแม่คนนั้น ที่ไม่ว่าน้องจะดื้อ ทำผิดมากี่ครั้ง บอกไม่เคยฟัง จนเธอแทบจะหมดความอดทนในบางครั้ง
แต่พอน้องพูดว่าสำนึกผิด และไม่ทำอีก เธอก็พร้อมที่จะยกโทษให้น้องเสมอ แม้หลังจากนั้นสามวันผ่านไป ยัยตัวแสบของเธอจะทำตัวเกเรหนักกว่าเดิมก็ตาม
“อีฟจ๋า อีฟคนสวยของน้องยกโทษให้น้องนะ เค้าสัญญาว่าจากวันนี้ต่อไป เค้าจะไม่ดื้อ ไม่เถียงอีฟอีกแล้วนะคะๆ ..” ..
“เฮ้อ!!!..ถ้าครั้งต่อไปเธอยังหนีเที่ยวโดยที่ไม่บอกพี่และยังตื่นสายไม่ไปโรงเรียนอีก พี่จะเฆี่ยนเธอด้วยไม้แขนผ้าแน่นอนมิ้น” ...
“เย้!!..เค้ารักอีฟที่สุดเลย…ของคุณน้าที่ยกโทษให้น้อง..เค้ารักอีฟมากนะ..จุ๊บๆ” ..
“นี่หยุดเลยนะ..ไม่ต้องมาประจบหรอก เพราะครั้งนี้ถึงพี่จะยกโทษให้ แต่เธอก็ยังมีความผิดติดตัวอยู่ดี รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะ อย่าให้พี่เห็นอีกเด็ดขาดว่าเธอใส่กางเกงใน เดินทั่วบ้านแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย!!”
“ค่าๆ ..รับทราบค่าแม่ ขี้บ่นจริงๆ เลย.”
“ยายมิ้น!!!”
“คิกๆๆ!!”
จากนั้นสาวน้อยก็หัวเราะคิกคัก ปิดประตูล็อกห้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างอารมณ์ดี ที่แกล้งแหย่พี่สาวให้ มีน้ำโหอีกได้
เพราะสำหรับเธอแล้วที่โดนไปเมื่อกี้มันเล็กน้อยด้วยซ้ำไป ถ้าเทียบกับที่ผ่านมา ที่พี่สาวลงโทษเธอ สำหรับวีรกรรมที่ผ่านมา
แม้ตอนนั้นจะยังเด็ก แต่เธอก็จำได้ดีไม่เคยลืม ว่าพี่สาวเธอนั้นเป็นยายป้าขี้บ่น จู้จี้จุกจิกมากขนาดไหน...