PART: จีน่า
ไทรตันไปส่งฉันที่ห้างสรรพสินค้า เราตกลงจะเจอกันที่ร้าน Anhelo’s เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ฉันเดินช้อปปิ้งเข้าออกร้านนู้นร้านนี่แทบทุกร้าน และยังมีบอดี้การ์ดคอยติดตามดูแลรักษาความปลอดภัยของฉัน ไทรตันมักย้ำเสมอว่าต้องรายงานให้เขารู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไรซึ่งเขาก็เช่นเดียวกันแม้ในช่วงแรกๆ ฉันไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่ เมื่ออยู่ด้วนกันนานเข้าฉันก็เลิกสนใจ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ไทรตันทำเพื่อความปลอดภัยของฉัน เนื่องจากธุรกิจครอบครัวของเขาค่อนข้างไม่ขาวสะอาดมีศัตรูรอบด้าน
ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินออกจากร้านที่ขายหนังสือ จู่ๆ ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ฉันตกใจมากเมื่อเห็นเดมี่อยู่ตรงหน้า หกปีที่ผ่านมาเดมี่ดูไม่แก่ลงเลยสักนิด ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์เหมือนกับสมัยตอนที่เราเรียนด้วยกัน ไม่อยากจะเชื่อในสายตาเลย!
ขณะที่เรากำลังคุยกัน สายตาของเธอฉายความกังวลออกมา เธอเหลือบมองเข้าไปในร้านหนังสือบ่อยๆ ครั้ง ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกเสียใจพาลโทษตัวเองที่ทำให้เดมี่ต้องเป็นแบบนี้ ทั้งที่เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่กี่สัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ในผับ เธอก็ห่างเหินมาก ฉันตกใจมากตอนที่โทรหาเพื่อนัดเจอกัน ทว่าเดมี่กลับปฎิเสธและบอกว่าได้งานแล้วและจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่
หลายครั้งที่ฉันอยากจะบินไปหาเธอ หรือให้เดมี่บินมาหาฉันที่กรุงเทพ ทว่าเธอก็มีข้ออ้างอยู่เสมอ ไม่ยอมบินมาหาหรือไม่ยอมให้ฉันบินไปหาแทน ฉันคิดว่าบางทีเธออาจมีเพื่อนใหม่และลืมฉันไปแล้ว หรือเธออาจจะโกรธที่ฉันพาไปเที่ยวผับในคืนวันนั้นและทำให้เธอได้เจอกับผู้ชายคนแรกที่ยินยอมเสียความบริสุทธิ์ทว่าเขากลับทำร้ายจิตใจเธออย่างเลือดเย็นด้วยการใจคำพูดเหยียดหยามราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัว
“ใช่ ฉันกับสามีจะอยู่ที่นี่เป็นเวลาสองสัปดาห์ เราควรเจอกันเพื่อดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน โอ้พระเจ้า นานแค่ไหนแล้วนะ? ที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน โอ้ และเธอคงไม่มีทางเดาได้เลยว่าสามีของฉันคือใคร จำไทรตันได้ไหม “ฉันถามและบอกเธอต่อว่าเราสองคนเจอกันได้ยังไง คำตอบของเธอเหมือนกับคนที่ไม่สนใจ ฉันคิดว่าเธอไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้พบฉันเหมือนที่ฉันได้พบเธอ สายตาของเดมี่มองไปรอบๆ เหมือนหวาดระแวงอะไรสักอย่าง
เสียงเรียกเล็กๆ ดังมาจากด้านหลังฉันตะโกนว่า 'แม่' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเธอก็หน้าซีดเหมือนเห็นผี เด็กน้อยวิ่งเข้ามาหาเธอ จับมือเธอไว้ และทันใดนั้นทุกอย่างก็เข้าที่ เมื่อเด็กชายตรงหน้ายิ้มให้กับฉัน ในวินาทีนั้นฉันรู้ได้เลยว่า ใครคือ พ่อของเด็กชายตรงหน้า
“ฉันต้องไปแล้วจีน่าอย่าบอกเขานะ”เธอบอกด้วยน้ำเสียงแกมขอร้องจากนั้นก็รีบเดินหนีไป
ฉันยืนยังตกใจอยู่เลย เด็กชายคนนั่นต้องลูกชายของเอเธนส์แน่ ใบหน้าคล้ายกันมากราวกับพิมพ์เดียวกัน เด็กชายยังมีดวงตาเหมือนกับเขาอีก แต่ห้ามบอกเขา ไม่ให้เอเธนส์รู้ หมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ
ขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกไป เด็กชายลูกของเดมี่ก็วิ่งผ่านหน้าตรงไปยังร้านของเล่นฝั่งตรงข้ามที่ฉันกับเดมี่ยืนคุยกัน
ฉันเดินขึ้นไปหาเด็กชายลูกของเดมี่ "สวัสดี สบายใจไหม” ฉันทักทายด้วยความเอ็นดู
เด็กชายมองฉันด้วยสายตาเแปลกๆ แล้วมองกลับไปยังประตูหน้าร้าน
“ผมไม่คุยกับคนแปลกหน้าครับ”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ฉันไม่ใช่คนแปลกหน้า ฉันเป็นเพื่อนกับเดมี่ แม่ของหนู ฉันกำลังยืนคุยกับเดมี่ ในตอนที่หนูเข้าไปในร้าน” ฉันพยายามพูดให้อีกฝ่ายให้เข้าใจ
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยสายตากรุ่นคิด นั่นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกกับท่าทางของเด็กชาย ทว่าเมื่อมองชัดๆ สายตาของเขาเหมือนกับเอเธนส์ไม่มีผิด นี่คงจะเป็นสาเหตุว่าทำไมเดมี่จึงหายตัวไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย
“คุณคือคนแปลกหน้า! ผมไม่รู้จักคุณ ผมพูดจริงๆ และตอนนี้แม่ของผมกำลังเดินมาหา” ดีนมองไปทางที่เขาเดินมา ทันใดนั้นเด็กชายดูเหมือนจะเริ่มหวาดกลัวในยามที่อยู่คนเดียวและมีคนแปลกหน้ามาสวมอ้างว่าเป็นเพื่อนของแม่อีก
“อย่าร้องไห้นะที่รัก ฉันแน่ใจว่าเธอกำลังจะมาตอนนี้ คุณชื่ออะไร?" ฉันถาม
“ผมไม่ได้ร้องไห้ ผมโตแล้ว และผมจะไปโรงเรียนเร็วๆ นี้” เด็กชายบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดกับคำพูดอีกของอีกฝ่าย ซึ่งนิสัยใจร้อนไม่ยอมใครเหมือนเอเธนส์ไม่มีผิด
“เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก”
ขณะที่ฉันพูดไปนั้นฉันก็ได้ยินเสียงเดมี่ตะโกนออกมา
“ดีน! ดีนอยู่ไหน?” ใบหน้าของเดมี่มีความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างมากขณะที่เธอวิ่ง เธอกวาดสายตามองลูกชายด้วยความกังวล เขาหันกลับมาโบกมือให้เธอแล้วยิ้ม ความกังวลทั้งหมดหายไปจากใบหน้าไร้เดียงสาที่น่ารักของเขา
เธอดึงลูกชายข้ามาในอ้อมแขนแล้วเขาก็กอดเธอไว้แน่น
“ดีน ลูกวิ่งออกไปแบบนั้นไม่ได้นะ แม่ตกใจมาก ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก” เดมี่ร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวกับการกระทำของลูกชาย
“ผมขอโทษแม่ ผมอยากได้เกมหุ่นยนต์ แม่ซื้อให้ผมตอนนี้ได้มั้ยครับ” เด็กชายขอร้องมารดาพลางส่งสายตาวิงวอน
“ดีน อีตัน! แม่บอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้ เรามีที่ต้องไปอีก พรุ่งนี้แม่จะพามาซื้อ” เธอยืนหยัด แต่ฉันเห็นความตั้งใจของเด็กชาย ฉันใจอ่อยยวบเมื่อเห็นมือน้อยๆ ปาดน้ำตา
“แต่ตอนนี้เรายังอยู่ที่นี่” เด็กชายบูดบึ้งและล้มลงกับพื้น เขาพับแขนไว้ข้างหน้าหน้าอกเพื่อประท้วง
“เอาล่ะ ดีน! นี่จะเป็นของเล่นชิ้นสุดท้ายที่จะได้รับจนถึงวันเกิดของลูก” เธอพูดแล้วเขาก็กระโดดลุกขึ้นและกอดเธอ
“บางทีป้าจีน่าอาจจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดให้หลานชายได้นะ”ฉันพูดแทรก ทันใดนั้นเธอก็รู้ว่าฉันยังอยู่ที่นั่นและเธอก็ยืดตัวขึ้น
"ไม่เป็นไรขอบคุณ”
“ทำไมไม่บอกฉันเรื่องนี้ เดมี่....” ฉันถามเธอ
“ถ้าฉันรู้ว่าเธอกำลังเจอปัญหา ฉันจะอยู่ข้างเธอ ไม่ทิ้งเธอหรอกนะ” ฉันบอกเธอแล้ว
“ฟังนะจีน่า... ฉันอับอายตัวเองและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันเครียด วิตกกังวลมาก ฉันไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร ตอนนี้ฉันแค่อยากจะไปเอาของเล่นแล้วพาดีนออกไปจากที่นี่ ได้โปรด.... ฉันขอร้องนะ เธออย่าบอกไทรตันหรือเอเธนส์ ฉันไม่ต้องการให้เขารับรู้ และเขาเองก็ไม่ต้องการด้วยเช่นกัน เหตุการณ์ในคืนนั้นเขาเรียกมันว่า one night stand และยังใช้เงินฟาดหัวฉัน ตีตราค่าพรหมจรรย์ของฉันไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงขายตัว” เธอกลับกระซิบบอกฉันเพื่อไม่ให้ลูกชายของเธอได้ยินเรา
เด็กชายวิ่งเข้าไปในร้านแล้วโบกมือให้แม่จากข้างในพร้อมกับกล่องที่อยู่ในมือ
“ว่ายังไงนะ! เอเธนส์ใช้เงินฟาดหัวเธอจ่ายค่าพรหมจรรย์เหรอ....”คำพูดของเดมี่ทำให้ฉันตกใจและโกรธเอเธนส์มาก แม้จะรู้ว่าเอเธนส์ไม่ใช่คนดีอะไร ทว่าสิ่งที่เขาทำกับเพื่อนฉัน ฉันรับไม่ได้จริงๆ
“ก็ได้ ฉันจะไม่บอกพวกเขา แต่เธอต้องติดต่อฉันมานะ และควรมากินข้าวด้วยกัน ฉันคิดถึงเธอ ฉันสงสัยมาตลอดว่าทำไมเธอถึงเงียบหายไป ไม่ยอมให้ฉันไปหา หรือมาเจอฉันเลย ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันคิดมาตลอดว่าฉันทำอะไรผิดกับเธอหรือเปล่า เลยทำให้เธอไม่พอใจจนตัดขาดความเป็นเพื่อนกัน” ฉันกอดเธอและฉันก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ เดมี่กอดฉันและไม่วายที่จะหอมแก้มเหมือนครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน
“ฉันขอโทษจริงๆ” เธอพูด. เธอเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วดึงกระดาษเล็กๆ ออกมาโดยจดหมายเลขของเธอแล้วยื่นให้ฉัน เราบอกลาแล้วเธอก็เดินเข้าไปในร้าน
ฉันยังคงตกใจมาก เธอมีลูกกับเอเธนส์ เขาเป็นผู้ชายที่โหดเหี้ยมแล้วยังดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอีก เธอไม่มีอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องของเอเธนส์ ว่าเขาคือใคร มาจากไหน รู้แค่ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไทรตันเท่านั้น ฉันจะรู้เรื่องของเขาได้อย่างไร ในตอนนี้ฉันไม่สามารถบอกไทรตันได้ว่า ฉันได้เจอกับเดมี่และพ่วงลูกชายอีกนึงคนซึ่งเป็นสายเลือดเดียวกับเขาอีกต่างหาก
(เดมี่ )
หลังจากซื้อของเล่นที่ดีนอยากได ฉันก็พาเขาออกจากห้างแล้วเราก็กลับไปที่โกดังเพื่อรอรถบรรทุก การได้เจอจีน่าทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี และตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถซ่อนดีนจากเอเธนส์ ได้อีกต่อไป ฉันถอนหายใจขณะมองดูดีนกำลังกินชีสเบอร์เกอร์ที่ฉันซื้อให้เขาก่อนที่เราจะออกจากห้าง เขาดูน่ารักมาก ริมฝีปากเล็กมีซอสทาอยู่บนริมฝีปากและคาง โดยสัญชาตญาณฉันเอื้อมมือไปข้างหน้าด้วยกระดาษเช็ดปากแล้วเช็ดคางของเขา
“เช็ดทำไมครับแม่” เขาบ่น แล้วฉันก็หัวเราะ
“แม่แค่เช็ดซอสให้ลูก” ฉันบอก
“ผมเป็นเด็กโตแล้ว ผมทำเองได้” เขาพูดอย่างภาคภูมิใจทำให้ฉันยิ้ม
ในที่สุดรถบรรทุกก็ขับเข้ามาจอดที่ลานโกดังได้
“ดีนนั่งรอแม่อยู่ในห้องนะ แม่เปิดหน้าต่างไว้ แต่ล็อกประตูนะ” ฉันจะสั่งให้คนขนย้ายไปที่ห้องเก็บของ
“โอเคครับแม่” ดีนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ฉันได้ประสานงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ทำงานในโกดังเพื่อช่วยฉันนำของบางอย่างที่เราต้องการกลับไปบ้านพ่อแม่ของฉันโดยใช้รถบรรทุกของเขาโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ทันทีที่ทุกอย่างถูกจัดลงตู้เรียบร้อย ฉันก็ขับรถเพื่อกลับไปรับดีน จากนั้นเราก็แยกย้ายสิ่งของของเขาเพื่อดูว่าเขาจะเอาอะไรไปบ้าง ฉันจัดเรียงของฉันและเมื่อเราทำเสร็จแล้ว ทุกอย่างก็บรรทุกขึ้นรถบรรทุก
หลังจากล็อคตู้เก็บของแล้ว รถบรรทุกก็ตามฉันกลับไปที่บ้าน ชายและเพื่อนของเขาช่วยขนกล่องและเตียงของดีนเข้าไปในบ้าน เราใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือในการจัดห้องนอนของ Kai เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็แทบจะดูเหมือนห้องเก่าของเขาในเชียงใหม่เลย
มันเป็นวันที่ยาวนานมาก หลังจากทานอาหารเย็นกับพ่อแม่แล้ว ฉันก็เตรียมดีนให้พร้อมเข้านอน จากนั้นฉันก็ไปอาบน้ำยาว เมื่อเสร็จแล้วฉันก็สวมชุดนอนและเข้านอน ฉันนอนไม่หลับ ฉันคิดได้แค่ว่าจีน่าจะบอกความลับของฉันหรือไม่
ในที่สุดเมื่อฉันผล็อยหลับไป ฉันก็ฝันร้ายว่าเอเธนส์ ปฏิเสธฉันและหัวเราะใส่หน้าฉันในขณะที่เขาโยนแบงค์ดอลล่าร์ให้ฉันและบอกให้ฉันไปทำแท้ง ทันใดนั้นเขาก็อยากจะพรากดีนไปจากฉัน