หลังจากนั้นเธอก็ใช้เวลาเพียงไม่นาน นั่งวินมอเตอร์ไซต์จากพี่วินสาวคนเดิมตรงไปยังย่านโคมแดง จัสมินถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะรีบจ้ำอ้าวก้าวเข้าไปในบาร์ร้านเกือบในสุด
“พี่เนย..เดี๋ยวจัสมินไปเองค่ะ”
เธอรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้จัดการสาว กำลังจะนำเครื่องดื่มไปส่งให้กับลูกค้า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้ลูกค้าค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ
“ขอบใจนะจัสมิน โต๊ะ 17 จ้ะ”
หญิงสาวส่งยิ้มให้กับเธอเล็กน้อยก่อนจะนำถาดเครื่องดื่มเดินตรงไปยังโต๊ะ 17 เธอวางทุกอย่างไว้ให้ก่อนจะมีเด็กนั่งดริ้งค์อีกคนเดินตามมา
“โต๊ะนี้ฉันดูแลเอง เธอไปโต๊ะอื่นเถอะ”
เสียงของเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ผู้ชายโต๊ะนั้น จัสมินหันไปมองเธอเล็กน้อยก็เห็นสายตาที่หยามเหยียดจากเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าแล้วหันไปคลอเคลียกับลูกค้า
‘หึ! นิสัยไม่เคยเปลี่ยน’
ถึงแม้เธอจะรู้สึกหงุดหงิดและเหมือนถูกปาดหน้าเค้กแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเตรียมหันหลังออกจากตรงนั้น
“น้องสาว.. จะรีบไปไหนจ๊ะ พี่ขอเหล้าแรง ๆ แพง ๆ จัดมาหนัก ๆ แล้วก็มานั่งกับพี่หน่อยสิ.. ทิปพี่หนักนะ”
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์แรงจัด เขาเอียงตัวมองเธอจากโต๊ะมุมหนึ่งในบาร์ จัสมินหันไปมองเขาเล็กน้อยก็เห็นได้ว่าใบหน้าของเขานั้นแดงก่ำ หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเข้าไปคลุกคลีเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดเพราะสุดท้ายเธอก็ยังเป็นพนักงานของที่นี่อยู่ดี
“ได้ค่ะ.. รอสักครู่นะคะ”
พูดจบจัสมินก็เดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบบิลแล้วสั่งเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่งไปยื่นให้ผู้ รอเพียงไม่นานผู้จัดการร้านก็จัดสรรสิ่งที่ต้องการใส่ถาด ก่อนจะดันถาดใบนั้นมาให้หญิงสาว
“จัสมิน.. ผู้ชายคนนั้นระวังตัวไว้หน่อยนะ”
“ค่ะพี่เนย”
เธอหันไปตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะคว้าถาดเครื่องดื่มเดินตรงไปที่โต๊ะตัวนั้น สองมือค่อย ๆ ถาดลงแล้วหยิบแก้วเหล้าออกมาวางตรงหน้า
“มามะ มานั่งกับพี่สิจ๊ะคนสวย”
จัสมินมองสีหน้าและน้ำเสียงของผู้ชายคนนี้แล้วรู้สึกขนลุกขนพอง ในแววตาของเขานั้นดูมีความต้องการเต็มเปี่ยมโดยที่ปิดไม่มิด
“ขอโทษนะคะ.. เอ่อ..”
จัสมินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ในหัวของเธอพยายามคิดหาคำแก้ตัวที่ดูโอเคที่สุดในเวลานี้ แต่ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงกลับคิดไม่ออก จึงทำได้เพียงแค่เดินถอยหลังออกมาเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นระยะ มือหยาบกร้านกลับคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระชากแรง ๆ จนเธอนั้นปลิวหวือลงไปนั่งบนตักแข็งแกร่งน่ารังเกียจนั้น
“อย่าทำเล่นตัวไปหน่อยเลยน้อง ใคร ๆ ก็รู้ว่าสาว ๆ ที่นี่ทำงานอะไร.. หรือคิดว่าพี่ไม่มีเงินจ่ายมันจะสักเท่าไหร่กันเชียว”
ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หยามเหยียด พร้อมทั้งใช้สายตาที่เหยียดหยามมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่าหญิงสาวนั้นเป็นผู้หญิงขายตัวไม่มีผิด
จัสมินไม่ได้ตอบอะไรออกไปเธอทำเพียงแค่รีบสะบัดมือออก อย่างคนที่แสดงความรังเกียจออกมาชัดเจน พร้อมทั้งพยายามยันตัวออกให้ห่างจากผู้ชายคนนี้
“ปล่อยนะคะ!”
เธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุด เพื่อไม่อยากให้เขารู้ว่าเวลานี้เธอกำลังหวาดกลัวมากแค่ไหน แต่นอกจากที่ผู้ชายคนนั้นจะไม่ปล่อยข้อมือเธอแล้ว เขากลับเปลี่ยนไปควักเงินแบงก์สีเทาออกมาสี่ห้าใบโยนลงบนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะหันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง
“เงินนี่พอจะทำให้เธอนั่งอยู่กับพี่ได้หรือเปล่า”
จัสมินปรายตามองธนบัตรพวกนั้นก่อนที่ริมฝีปากจะเม้มแน่น หากบอกว่าเธอเป็นคนเห็นแก่เงินในเวลานี้คงจะใช่ ทันทีที่เห็นธนบัตรพวกนั้นจัสมินก็เหมือนร่างกายจะหยุดต่อต้านอย่างอัตโนมัติ เธอมองเงินบนโต๊ะนั้นสลับกับใบหน้าของผู้ชายที่อยู่ใกล้แค่คืบ
“ให้จริงเหรอคะ”
“แน่นอนสิ! ยิ่งถ้าคนสวย ๆ อย่างเธอไปต่อกับพี่ด้วยแล้ว.. พี่จะให้มากกว่านี้อีกนะ”
เขาพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบเงินพวกนั้นขึ้นมาตีที่ศีรษะเธอสองสามครั้งอย่างหยาบคาย จัสมินที่ไม่ค่อยชอบท่าทางเหล่านั้นเท่าไหร่รีบยื่นมือไปคว้าเงินที่เขาถือไว้กลางอากาศด้วยความโมโห ทันทีที่เงินเหล่านั้นอยู่ในมือของเธอก็หันไปฉีกยิ้มกว้างให้ชายคนนี้
“ขอบคุณค่ะ.. พี่ชายอยากดื่มอะไรดีคะ”
ถึงแม้ในใจของเธอจะไม่ชอบท่าทางของเขา ไม่ชอบการกระทำของเขา ไม่ชอบแม้กระทั่งทุกอย่างที่เป็นเขา แต่ในเมื่อเธอได้เงินเป็นค่าตอบแทนเธอก็จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เธอจะฝืนใจทำได้
“จัดมาได้เลยพี่กินได้หมด”
เขาตอบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับว่าเป็นผู้ชนะ นั่นจึงทำให้หญิงสาวยกยิ้มมุมปากจาง ๆ ก่อนเทวิสกี้ลงแก้วแล้วส่งให้เขาตรงหน้า
“สำหรับพี่ชายเข้ม ๆ แบบนี้.. วิสกี้เหมาะที่สุดเลยค่ะ”
แต่ทันทีที่เธอยื่นแก้วไปตรงหน้า ชายคนนี้กลับมองเธอด้วยแววตาวูบไหว
“หรือว่าไม่ชอบวิสกี้เหรอคะ”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าแววตาที่เขามองแก้วเหล้านั้นหมายความว่าอะไร จากที่เธอเจอลูกค้ามามากแววตาแบบนี้นั่นหมายถึงเขาไม่ชอบแบบนี้อย่างแรง
“เป็นไปได้ยังไง นี่มันทางของพี่เลยนะน้อง”
ผู้ชายคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือมารับแก้วเหล้านั้นไปยกกระดกจนหมด ในตอนที่วิสกี้กำลังลงคอใบนั้น เธอสังเกตเห็นได้ว่าริมฝีปากของเขานั้นบิดเบี้ยวเมื่อเหล้าเข้าปาก ก่อนจะปรับสีหน้ามาเป็นยกยิ้มให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หวานมาก! ถึงว่ามีแต่คนบอกถ้าสาวสวยเทให้ เหล้าจะหวานแบบนี้นี่เอง”
“เป็นอย่างนั้นเองเหรอคะถ้าอย่างนั้น..”
ถึงแม้เธอจะรู้ว่าคำพูดของเขานั้นเชื่อถือไม่ได้ เพราะท่าทางของเขามันฟ้องออกมาหมดจด แต่ถึงอย่างนั้นในเมื่อเขาบอกว่าหวาน เธอก็จะเสิร์ฟความหวานให้กับเขาไม่ขาดตกบกพร่อง
“อีกแก้วนะคะ ไหวไหมคะ”
เธอจงใจพูดประโยคนี้ให้เขาได้ยิน และธรรมดาของผู้ชายแล้วถือว่าเป็นประโยคต้องห้ามเลยก็ว่าได้ ชายคนนั้นหันมามองเธอด้วยสายตาวาวโรจน์ก่อนจะคว้าแก้วในมือเธอไปถือไว้นิ่ง
“ไหวสิ.. ของพรรค์นี้พี่กินได้ทั้งคืน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเข้มพลางยกแก้วขึ้นอีกครั้ง แล้วครั้งนี้ดูเหมือนว่าแววตาเขาเริ่มปรือเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามจะวางมาดขึงขัง เมื่อเห็นดังนั้นจัสมินจึงคว้าแก้วในมือของชายหนุ่มมาเทวิสกี้ลงไปอีกหนก่อนจะยื่นแก้วไปตรงหน้าอีกรอบ
‘ไม่เมาก็ให้รู้ไปสิ!’
ชายหนุ่มมองแก้วเหล้าในมือของจัสมินก่อนจะมองใบหน้าเธอ ในสายตาของเขามันฟ้องได้ว่าไม่อยากจะรับแก้วเหล้านั้นเลยสักนิด แต่ท้ายที่สุดมือของลูกค้าคนนี้กลับเอื้อมมาคว้ามันเอาไว้แน่น
หญิงสาวจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะดูไม่น่าไว้ใจ แต่ถ้าหากว่าเขาเมากว่านี้เธอก็สามารถสลัดเขาได้หลุดโดยไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียวเพราะชายตรงหน้าได้เงยหน้ามาจ้องเธออีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“เรามาหาอะไรสนุก ๆ เล่นกันดีกว่า”