ตอนที่ 11 ผู้มาเยือน

1172 Words
“โอ๋ ๆ พี่สาวไม่ร้องนะ.. เดี๋ยวไม่สวยนะ” คำพูดนั้นแม้ฟังแล้วอาจจะดูเรียบง่าย แต่เมื่อได้ออกมาจากปากของเด็กชายวัยเพียงแค่ห้าขวบ มันกลับให้เธอรู้สึกว่าคำพูดนี้ของเด็กน้อยนั้นช่างดูจริงใจเสียเหลือเกิน เธอได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะทั้งน้ำตาออกมาไม่ได้ จัสมินทรุดตัวลงกอดน้องชายเอาไว้แน่น จนเมื่อโชกุนนั้นทำท่าทางออกว่ากำลังหายใจไม่ออก หญิงสาวจึงได้คลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย ก่อนที่สายตาของโชกุนจะเหลือบไปเห็นบาดแผลที่ปลายนิ้วของพี่สาว “พี่สาวเลือดออก!” โชกุนร้องเสียงดังด้วยความตกใจ และมันก็ดังมากพอที่จะทำให้ปาริกับทิมที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงห้องนั่งเล่นกลางบ้านพากันวิ่งเข้ามาดู “พี่จัสมิน!” ปาริร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ น้ำตาเม็ดเล็กคลอเบ้าก่อนจะไหลออกมาทันทีที่เห็นเลือดซึมจากนิ้วพี่สาว “ไม่ร้องนะปาริ พี่แค่มีดบาดไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย” จัสมินที่เห็นท่าทางของน้องสาวก็อดที่จะขอบคุณและหัวเราชอบใจเสียไม่ได้ โชกุนเองก็ได้แต่ปรายตามองทุกคนที่กำลังร้องไห้ก็ทำหน้าฉงน “ทำไมทุกคนร้องไห้ล่ะครับ” เด็กชายยกมือเล็ก ๆ ขึ้นเช็ดน้ำตาให้พี่สาวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขาเช็ดจัสมินก่อนจะหันไปเช็ดให้ปาริ “ไม่ร้องนะครับ.. พี่สาวไม่สวยแล้วจริง ๆ นะ ปาริอย่าร้อง หน้าเป็นผีหมดแล้วนะ” “เธอสิผีโชกุน! เดี๋ยวปั๊ดเขกหัวแตกเลย” “อ๊ะ! อ๊ะ! ถึงพี่จะรู้ว่าพูดเล่นกันแต่ก็ไม่ควรพูดจารุนแรงแบบนี้นะคะ” ในตอนที่จัสมินปล่อยให้โชกุนปาดน้ำตาของเธอออกจนแห้งเหือด ในตอนนั้นหญิงสาวก็ยกปลายนิ้ว ไปเกลี่ยน้ำตาของทั้งคู่ออกอย่างเบามือก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมที่จะทำอาหารต่อ “เอาล่ะ! พี่ไม่เป็นอะไรแล้วพี่จะทำกับข้าวต่อนะ ทั้งสองคนออกไปนั่งเล่นที่ด้านนอกก่อนแล้วกัน” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันกลับไปหันผักต่อ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นมาจากทางหน้าห้องครัวถี่ ๆ เด็ก ๆ ที่เหลือรีบวิ่งเข้ามาในครัวด้วยท่าทางตกอกตกใจ “พี่จัสมิน! มือพี่เลือดออก!” มินตราที่ได้ยินเสียงร้องของน้องชายก็รีบวิ่งลงมาจากชั้นสอง ก่อนที่จะเห็นว่าปลายนิ้วของพี่สาวนั้นมีเลือดเกาะอยู่ “ภูริไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเร็ว!” ก่อนที่เธอจะหันไปบอกกับน้องชายด้วยเสียงเข้ม ภูริเองที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกไปทันที ก่อนที่มือเล็ก ๆ ของมินตราจะรีบคว้ามือนั้นเอาไว้ “พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะมินตรา แค่มีดบาดนิดเดียวเอง” “นิดเดียวก็ไม่ได้ค่ะ! คุณแม่สอนไว้ว่าถ้าได้แผลต้องรีบทำแผลจะได้ไม่อันตราย พี่จัสมินต้องทำด้วยนะคะ” คำว่าคุณแม่ที่หลุดออกมาจากปากของมินตรานั้น ทำให้หัวใจของจัสมินบีบรัดอีกครั้ง เธอมองหน้าน้องสาววัย 13 ปีด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอจะมีเวลามองหน้ามินตราได้ชัดขนาดนี้ “อื้อ.. ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะจ๊ะแม่พยาบาลน้อย” หลังจากจบประโยคนั้นภูริก็เดินนำกล่องปฐมพยาบาลมายื่นให้พี่สาว มินตรารับมันเอาไว้ก่อนจะเริ่มทำแผลตามแบบที่แม่เคยสอน หลังจากฆ่าเชื้อและทายาเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ค่อย ๆ นำเทปแปะแผลพันธุ์ที่ปลายนิ้วของจัสมินอย่างแผ่วเบา “เสร็จแล้วค่ะ” “ขอบคุณมากๆ เลยนะคะพยาบาลน้อยของพี่” “ต่อไปนี้พี่จะจัสมินต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะคะ มีอะไรที่ทำไม่ทันพี่บอกพวกเราได้ พวกเราจะเป็นแขนเป็นขาให้พี่เอง” จัสมินมองใบหน้าของน้องสาวคนโตอย่างเธอก่อนจะกวาดสายตามองน้อง ๆ ที่กำลังยืนมองพวกเธออยู่ช้า ๆ มือเรียว ขยับยกขึ้นไปวางบนศีรษะของมินตราก่อนจะยีผมเล่นเล็กน้อย “พี่รู้แล้ว.. แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วจริง ๆ กับข้าวพี่ทำเองได้ อ่อ.. มินตราช่วยพี่ดูการบ้านของน้องให้หน่อยนะว่าทำกันเสร็จหมดหรือยัง” “ได้ค่ะ” เธอตอบจัสมินอย่างมั่นใจก่อนจะรีบเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกล่อง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ทุกคนหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตูจากหน้าบ้าน โดยปกติแล้วในยามวิกาลเช่นนี้บ้านพักไม่มีใครเข้ามาเยี่ยมเยียนเลยสักครั้ง หรือถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ยามวิกาล แต่ที่บ้านพักแห่งนี้ก็แทบจะไม่มีใครแวะเวียนเข้ามาหาอยู่ดี “หนูไปดูเองค่ะพี่จัสมิน” เด็กสาววัยสิบสามปีพูดจบได้ลุกขึ้นหยิบกล่องปฐมพยาบาลกลับไปเก็บไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินออกไปช้า ๆ เธอยืนอยู่หน้าประตูนั้นก่อนจะมองตาแมวออกไปด้านนอก “มาหาใครคะ” มินตราเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ หลังจากที่เธอส่งตาแมวออกไปแล้วมองไม่เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ด้านนอก “มาหาจัสมินครับ” ทันทีที่เด็กสาวถามออกไปก็มีเสียงตอบกลับมาจากด้านนอกแทบจะทันที น้ำเสียงของเขาช่างดูคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือเปิดประตูก็ได้เอ่ยถามเขาอีกครั้ง “คนที่มาชื่ออะไรคะ” “มาร์คัส” ทันทีที่เธอได้ยินชื่อของคนที่มาว่าเป็นใคร มินตราก็จำได้ดีเพราะเขาคือคนที่ช่วยจัดงานทุกอย่างของแม่รัตนาคนนั้น เด็กสาวรีบเดินไปเปิดประตูออก ก่อนจะเห็นสายตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่เธอด้วยท่าทางเป็นมิตร “เอ่อ.. พี่ขอเข้าไปด้านในได้ไหม” “อ่อ! คุณลุง.. เอ่อ.. เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ” ทันทีที่สรรพนามของเขาเปลี่ยนไปมาคัสก็ได้แต่จ้องหน้าของเด็กสาวคนนี้นิ่ง ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ยังไม่เคยเจอใครที่เรียกตัวเองว่าลุงมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถแสดงความรู้สึกอะไรออกไปได้นอกจากฉีกยิ้มกว้างให้กับเด็กสาวตรงหน้า “ขอบใจจ้ะ.. แต่ว่า รอบหน้าเรียกพี่ได้ไหม” “คือว่า.. ให้หนูเรียกว่าคุณลุงต่อไปเถอะค่ะ เชิญค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD