ตามเส้นเรื่องในนิยายเดิม นักเขียนเปิดเรื่องมาในตอนที่ตัวร้ายอย่างราคินทร์อายุสิบแปดปีและเขาก็เริ่มวางแผนการต่างๆ เพื่อเอาคืนทุกคนในครอบครัววรเวชเสรี โดยระหว่างนี้เขาก็ได้รู้จักกับนางเอกของเรื่องอย่างจิตนรินทร์ที่เป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
ไอหอมอ่านนิยายไม่จบก็จริงแต่เธออ่านสปอยมาถึงได้รู้ว่านางร้ายมีชะตาชีวิตถึงตอนอายุยี่สิบปีเท่านั้นก่อนจะถูกสังหารด้วยมือของราคินทร์ที่ตอนนั้นอายุยี่สิบแปดปีและก่อนจะเกิดเหตุการณ์นั้นไอหอมมีเวลาอีกสิบสองปีเพื่อซื้อใจของราคินทร์ไม่ให้ลงมือฆ่าเธอตายตามเส้นเรื่องเดิมในนิยายและถ้าหากเธอรอดชีวิตได้ เธอก็มีสิทธิ์ที่จะช่วยเหลือเขาไม่ให้ตายได้เช่นกัน
หากเป็นไปได้...เธอไม่อยากให้ตัวละครนี้เจ็บช้ำมากเกินไป ไม่ต้องการให้เขากลายเป็นคนจิตใจบิดเบี้ยวตามเส้นเรื่องเดิมที่เคยเป็น เธอก็แค่อยากให้ตัวละครนี้มีความสุขจากใจจริงโดยบอบช้ำน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไอหอมไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ไหมเพราะรู้ว่ามันไม่ง่าย เพียงแค่คิดว่าต้องเริ่มแผนการในตอนที่ราคินทร์ได้สติขึ้นมาเธอก็อดหวั่นใจไม่ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดละความตั้งใจที่จะฉุดเขาออกมาจากขุมนรกที่เรียกว่าครอบครัว
"คุณหนูคะ! ไอ้คินทร์มันฟื้นแล้วค่ะ!"
คนถูกเรียกที่กำลังนอนสัปหงกอยู่นั้นรีบดีดตัวจากเก้าอี้ทันใดทั้งที่ยังไม่ตื่นนอนดีก่อนจะเดินเข้ามาหาคนป่วยที่ตอนนี้ย้ายออกมานอนที่ห้องพักรวมแล้ว
เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่ราคินทร์ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ได้สติ จนกระทั่งวันนี้เป็นวันที่สี่ที่เขารู้สึกตัวแล้ว รวมๆ แล้วราคินทร์นอนอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์แล้ว
คนที่เพิ่งฟื้นกวาดตามองรอบๆ กาย สติของเขายังมึนเบลอเพราะฤทธิ์ยาที่พยาบาลจ่ายให้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด แต่เพียงไม่นานสมองเขาก็เหมือนจะปรับตัวได้ก่อนจะเห็นว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล
"พี่คินทร์! พี่ฟื้นแล้ว! "
เสียงเล็กๆ ราวกับตื่นเต้นดีใจนั้นทำให้ราคินทร์หันไปมองอีกทางด้านหนึ่งของตัวเองก่อนจะผงะตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
ไอหอมจับแขนของเขาเอาไว้แสดงออกถึงความดีใจที่เขาฟื้น แต่ทว่าสำหรับราคินทร์แล้วนั้นเมื่อตั้งสติได้ก็มองเธอด้วยสายตาแข็งกร้าวและฉายชัดถึงความเกลียดชังเด็กผู้หญิงคนนี้ก่อนจะสะบัดมือเธอออกจากแขนราวกับรังเกียจเดียดฉันท์เธอประหนึ่งเป็นสิ่งสกปรกโสโครก
"อย่ามาจับตัวฉัน!"
ทั้งที่น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งสากระคายเพราะไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวันแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกโกรธเกลียดอย่างชัดเจน
ไอหอมที่ถูกสะบัดแขนจนเซถอยหลังไปชนป้ามีถึงกับนิ่งอึ้งไปหลายวินาที เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะแสดงออกว่าเกลียดกันอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้และการกระทำของราคินทร์ที่ปฏิบัติต่อไอหอมนั้นก็อยู่ในสายตาของป้ามีที่นึกโกรธเคืองแทนเจ้านายก่อนจะง้างมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนราคินทร์ที่ไร้มารยาทต่อคุณหนูของเธอ
ราคินทร์ที่เห็นว่าป้ามีกำลังจะทุบตีเขาเหมือนอย่างหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาก็รีบยกแขนข้างที่หักและใส่เฝือกขึ้นป้องหน้าทันที เขาเตรียมรับความเจ็บปวดที่จะได้รับทว่าเสียงเล็กๆ ของไอหอมก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
"อย่านะคะป้ามี! ห้ามตีเขา!"
"…!"
ไม่ใช่แค่ป้ามีที่ตกใจกับคำห้ามปรามนั้นแต่ราคินทร์ก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน ปกติแล้วคนอย่างไอหอมไม่เคยห้ามปรามป้ามีที่เป็นฝ่ายทุบตีเขาเสมอ กลับกันเธอมักจะเป็นฝ่ายออกคำสั่งให้ป้ามีทุบตีเขาเสียเองโดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ใดๆ ทั้งนั้นเพราะชีวิตของเขาอยู่ในกำมือของคนตระกูลวรเวชเสรี!
ขนาดจะใช้ชีวิตอย่างอิสระอย่างคนทั่วไปเขายังทำไม่ได้เลย!
"คุณหนูถอยไปค่ะ ป้าจะต้องตีสั่งสอนที่มันทำมารยาททรามกับคุณหนูทั้งที่คุณหนูอุตส่าห์มาเยี่ยมมันทุกวัน! "
กล้าดีอย่างไรถึงมาทำตัวต่ำทรามกับคุณหนูของเธอทั้งที่คุณหนูของเธอยอมมาเฝ้าดูอาการป่วยของมันตั้งแต่เช้าจรดเย็น!
ป้ามีดันตัวคุณหนูออกจากรัศมีอุ้งมือที่กำลังจะฟาดมือลงบนตัวราคินทร์ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะตวัดฝ่ามือไอหอมก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อเธอรีบใช้ตัวเองโอบกอดตัวของราคินทร์เอาไว้ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงงของป้ามีแต่นั่นก็ยังไม่เท่าราคินทร์ที่อึ้งตะลึงลานยิ่งกว่าเสียอีกเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คนอย่างไอหอมปกป้องเขา!
ยัยนี่เป็นบ้าอะไรถึงทำเช่นนี้กับเขา!
"ไม่เอาค่ะป้ามี อย่าทำร้ายพี่คินทร์เลยนะคะ เขายังป่วยอยู่แล้วหอมก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่คินทร์เลยค่ะ"
"แต่มัน…"
"เขาก็แค่โกรธหอมที่หอมเป็นคนทำร้ายเขาเท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นของไอหอมทำเอาราคินทร์ที่ยังถูกสวมกอดจากคนตัวเล็กนิ่งเงียบไป เขาเพิ่งเคยเห็นว่าเธอยอมรับในสิ่งที่ทำลงไปเป็นครั้งแรก แต่ถึงจะยอมรับว่าทำร้ายเขาจริงๆ ทว่าเขาก็ยังคงเกลียดเธออยู่ดี
เขาบาดเจ็บปางตายเช่นนี้ก็เพราะเธอ!
"ออกไป! "
แม้จะป่วยอยู่แต่เขาก็ออกแรงผลักไอหอมให้พ้นออกจากตัวอย่างรังเกียจ แต่ไม่รู้ว่าเธออ่อนแอเกินไปหรือเพราะสำออยกันแน่ถึงได้ล้มหงายหลังลงไปนั่งจุมปุ้กอยู่บนพื้น แต่ที่แย่กว่านั้นคือหัวของไอหอมดันไปโขกกับตู้ลิ้นชักข้างเตียง แม้จะไม่แรงมากนักแต่ก็ทำเอาเด็กหญิงน้ำตาเล็ดและป้ามีที่สงบไปแล้วก็เกิดโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
"ไอ้เด็กนี่! แกกล้าผลักคุณหนูของฉันได้ยังไง!"
"ป้ามี! หอมไม่เป็นอะไรค่ะ! ไม่เป็นอะไรเลย! อย่าตีพี่คินทร์นะคะ!"
เป็นอีกครั้งที่ไอหอมห้ามปรามป้ามี เธอรีบตะครุบกอดเอวของป้ามีเอาไว้ แต่เพราะอยู่ในร่างของเด็กแปดขวบมีหรือจะสู้แรงของป้ามีได้และก่อนที่ราคินทร์จะถูกทุบตีพยาบาลและหมอก็เข้ามาเห็นพอดีก่อนจะห้ามปรามป้ามีเอาไว้
"ที่นี่เป็นโรงพยาบาลนะครับ! กรุณางดใช้เสียงครับ! แล้วก็ห้ามทำร้ายร่างกายคนป่วยในโรงพยาบาลนะครับ! "
ป้ามีที่ถูกคุณหมอวัยกลางคนดุก็ได้แต่หายใจฮึดฮัด ในขณะที่ไอหอมโล่งอกโล่งใจไม่น้อยที่คุณหมอมาทันเวลาพอดีก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษทั้งหมอและพยาบาลที่เข้ามาห้ามปราม
"ขอโทษค่ะ ต่อไปจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว"
คำขอโทษที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากอย่างไอหอมนั้นทำให้ราคินทร์ตกตะลึงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเขาหูฝาดไปเองหรือเปล่าที่ได้ยินคำขอโทษออกจากปากเด็กนิสัยเสียคนนี้!
"ดีครับ อย่าให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงของพวกคุณรบกวนคนป่วยคนอื่น"
เพราะราคินทร์พักห้องรวม ฉะนั้นหากเสียงดังเกินไปก็จะรบกวนคนป่วยผู้อื่น ไอหอมจึงยกมือขอโทษอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด
"ค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ"
คุณหมอพยักหน้ารับอย่างไม่ถือสาก่อนจะเดินเข้ามาตรวจอาการเบื้องต้นของราคินทร์รวมถึงดูแผลผ่าตัดตรงสมองของเขาด้วย
"ถึงคนไข้จะปลอดภัยแล้วแต่หมอก็ขอดูอาการอีกสักสามสี่วันก็แล้วนะครับ หากไม่มีผลข้างเคียงอะไรแล้วก็จะให้กลับบ้าน"
พูดจบเพียงแค่นั้นหมอก็เดินจากไปตรวจคนไข้เตียงอื่นต่อ ในขณะที่ไอหอมเดินมาเกาะขอบเตียงพร้อมกับยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินว่าเขาจะได้กลับบ้านในอีกไม่กี่วัน การกระทำนั้นของเธอทำราวกับว่าเรื่องที่มีปากเสียงก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"อีกสามวันพี่คินทร์ก็จะได้กลับบ้านแล้ว รีบๆ หายนะคะ"
ราคินทร์มองไอหอมด้วยแววตาชิงชัง เขาไม่ได้รู้สึกดีขึ้นสักนิดกับคำพูดนั้นของเธอและไม่ลืมว่าใครที่ทำให้เขามีสภาพเช่นนี้และก่อนที่จะพลิกตัวหันหลังหนีไอหอมเขาก็เอ่ยไล่เธอพร้อมกับคำพูดที่เสียดแทงใจไอหอมจนเธอยืนหน้าหงอย
"ออกไปให้พ้น! ฉันเกลียดเธอ!"
เขาเกลียดยัยเด็กนี่ที่สุด!!!
==========
#พี่คินทร์ไม่ผิดที่จะเกลียดไอหอมอะ เพราะไอหอมคนเดิมทำเอาไว้เยอะมากจริงๆ
#แต่ไอหอมที่เข้ามาอยู่ในร่างก็คือน่าสงสารอะ ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ต้องมารับผลการกระทำของไอหอมคนเดิม
#ใดๆ ก็คือสงสารทั้งสองคน เป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยน้าาา