บทที่ 4 [1/2]

1410 Words
"..." ราคินทร์หลับตาลงข่มอารมณ์คุกรุ่นที่เกิดขึ้นในอกกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของไอหอม เมื่อวานไอหอมก็มาเยี่ยมเขาและเธอก็ถูกเขาไล่กลับไปเช่นเดิม ทั้งที่ถูกเขาไล่ทุกครั้งเช่นนั้นแต่วันต่อมาเธอก็ยังจะมาหาเขาพร้อมกับใบหน้าและรอยยิ้มระรื่นที่เขารู้สึกว่าเธอแตกต่างไปจากเดิมทั้งที่ใบหน้านี้ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าไอหอมในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอย่างไรก็ไม่รู้ ไอหอมก่อนจะตกสระเป็นเด็กที่น่ารังเกียจสำหรับเขา แต่ไอหอมในตอนนี้กลับแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอ...สดใส "อ้ะ! ใส่กางเกงไม่ได้เหรอคะ! ให้หอมช่วยไหม!" ไอหอมรีบแจ้นเข้ามาหาราคินทร์ที่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรเธอก็รีบปรี่เข้ามาคว้ากางเกงจากเขามาถือไว้เสียเองก่อนจะนั่งยองลงตรงหน้าราคินทร์ที่เกิดอาการตื่นตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตาว่าคนเจ้ายศเจ้าอย่างเช่นไอหอมจะยอมนั่งลงต่ำกว่าเขาเช่นนี้! อีกทั้งยังตั้งท่าสวมกางเกงให้เขาด้วย! "พี่คินทร์ เอาขาใส่เข้ามาในกางเกงสิคะ" ไอหอมจำต้องเรียกราคินทร์เมื่อเขาไม่ยอมเอาขาใส่ในกางเกงเสียทีทั้งที่เธอบริการเขาถึงเพียงนี้แล้ว ในขณะเดียวกันราคินทร์ก็เพิ่งได้สติ เขาเกือบจะยกขาใส่กางเกงแล้วแต่ก็เปลี่ยนใจในวินาทีต่อมาก่อนจะเป็นฝ่ายแย่งกางเกงไปจากมือไอหอม "ยุ่ง! ใครขอให้เธอมาช่วยกัน! ออกไปเลยนะ!" ด้วยความเกลียดชังไอหอมเขาจึงผลักไหล่เธออย่างพลั้งเผลอและด้วยท่านั่งยองที่ไม่ได้มั่นคงอยู่แล้วจึงทำให้เธอหงายหลังล้มลงนั่งก้นจ้ำเบ้า "โอ๊ะ!" ไอหอมอุทานตอนนั่งล้ม ในขณะที่ราคินทร์ตกใจเล็กน้อย เขาไม่ได้ตั้งใจจะผลักเธอให้ล้มและเขาก็เกือบจะยื่นมือออกไปดึงเธอไว้แล้วแต่ท้ายที่สุดก็เลือกที่จะเก็บมือกลับมาก่อนจะสะบัดหน้าหนีไอหอมที่ไม่ได้ถือสาอะไรกับการกระทำของเขา เธอไม่ได้บาดเจ็บอะไรก็แค่ล้มนั่งลงบนพื้นก็เท่านั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนและเท้าสะเอวมองเขาด้วยรอยยิ้มแป้นก่อนจะเอ่ยหยอกล้ออีกฝ่าย "ที่ไม่ยอมให้หอมช่วยใส่กางเกงเป็นเพราะพี่คินทร์อายหอมใช่ไหมคะ?" ราคินทร์ปรายหางตาแลไอหอมที่นอกจากจะไม่โกรธเขาแล้วเธอยังมายืนถามเขาอย่างหยอกล้อกันอีก นับวันเด็กคนนี้ชักจะดูแปลกมากขึ้นทุกที จมน้ำจนสมองกลับไปแล้วหรือไงถึงได้มายืนพูดเล่นกับเขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ไอหอมเห็นราคินทร์ยังนิ่งอยู่ก็พูดออกมาอีกครั้งเพราะคิดว่าเขาอายที่เธอต้องเป็นใส่กางเกงให้เขา "ไม่เห็นต้องอายกันเลยค่ะ ในเมื่อเราเป็นพี่น้องกันนี่" "…!!!" เพียงเท่านั้นคนที่ถูกกล่าวหาว่าอายถึงกับหันขวับมองคนพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ความจริงแล้วเขาไม่ได้อายไอหอมที่เธอมาช่วยเขาใส่กางเกง แต่ที่เขาหันมองเธอเป็นเพราะคำพูดที่บอกว่าเขากับเธอเป็นพี่น้องกันต่างหาก! ราคินทร์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอหอมจะพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาจากปากตัวเอง ทั้งที่ผ่านมาเธอตั้งแง่รังเกียจและเกลียดชังเขามาโดยตลอด ยิ่งช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ที่รู้ว่าเขาคือพี่ชายต่างแม่เธอก็ยิ่งเกลียดเขายิ่งกว่าเดิม การกระทำที่ผ่านมาของเธอนั้นไม่มีท่าทีว่าจะนับถือเขาเป็นพี่แต่อย่างใด ทว่าตอนนี้กลับพูดออกมาได้ง่ายๆ ว่าเราคือพี่น้องกัน คิดหรือว่าเขาจะดีใจที่เธอพูดเช่นนั้น "ฉันไม่ได้อยากเป็นพี่น้องกับเธอ!" เขาเลิกฝันลมๆ แล้งๆ ไปนานแล้ว! เมื่อตอนที่เขายังเด็กเขาคาดหวังว่าคนในตระกูลวรเวชเสรีจะยอมรับในสักวันหนึ่งว่าเขาเองก็หนึ่งในตระกูลเช่นกัน แต่ทว่ายิ่งเติบโตก็ยิ่งเรียนรู้ว่าสิ่งที่คนพวกนั้นปฏิบัติต่อเขานั้น มันแทบไม่ต่างจากคนงานทั่วไป ไม่สิ…ต้องบอกว่าเขาได้รับการปฏิบัติที่ย่ำแย่กว่าคนงานในคฤหาสน์หลังนี้เสียอีก! เพราะแม้แต่คนงานด้วยกันเองบางครั้งยังข่มเหงเขาเลย! "ไม่เป็นไม่ได้แล้ว ในเมื่อเรามีพ่อคนเดียวกันนี่นา…" ไอหอมยอกย้อนเสียงแผ่วด้วยการขมุบขมิบปากตอบกลับ ตอนนี้เธอเข้าใจในสิ่งที่ราคินทร์กำลังรู้สึกอยู่ เขากำลังโกรธเกลียดเธอมากเพราะอย่างนั้นจึงไม่แปลกหากเขาจะแสดงท่าทีต่อต้านต่อเธอเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก แค่เขาต่อว่าเธอเล็กน้อยเธอย่อมไม่ถือสาอยู่แล้ว "ถ้าเลือกเกิดได้ ฉันจะไม่ขอมีสายเลือดสกปรกนี้อยู่ในตัว" ราคินทร์กล่าวด้วยความคับแค้นใจ สิ่งที่คนในตระกูลวรเวชเสรีทำกับเขาและแม่นั้นแสนจะโหดร้ายทารุณทางจิตใจ แต่เพราะไม่มีทางเลือกจึงทำให้เขาต้องจมอยู่ที่นี่ไม่อาจไปไหนได้ "เรื่องเกิดพี่เลือกไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น…พี่เลือกได้นะ" เรียวคิ้วเข้มขมวดมุ่นกับประโยคกำกวมที่ไม่ชัดเจนนั้นของไอหอม ซึ่งเธอใช้จังหวะนี้คว้ากางเกงจากราคินทร์ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง จากนั้นก็ถือวิสาสะคว้าเท้าของเขาใส่กางเกงและดึงขึ้นจนถึงใต้สะโพก "ที่เธอพูด...หมายความว่ายังไง?" ไอหอมอาศัยจังหวะที่ราคินทร์กำลังฉงนดึงเขาให้ลุกขึ้นยืน "ต่อจากนี้ไปหอมจะช่วยพี่ทุกอย่างเลยค่ะ" เจ้าของดวงตากระจ่างใสส่งยิ้มให้กับเขาพร้อมกับดึงผ้าขนหนูที่พันเอวเขาออกจากตัว ในขณะที่ราคินทร์ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กางเกงถูกดึงขึ้นสวมใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว "ช่วยอะไร? ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอย่างเธอ" "จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะค่ะ แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะเพราะต่อจากนี้ไปพี่ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว" "…" คำพูดของไอหอมเหมือนไม่ได้สลักสำคัญอะไรเพราะเธอกำลังมองสำรวจราคินทร์อยู่ว่าเขาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยหรือยังและเมื่อเห็นว่าทุกอย่างโอเคแล้วเธอก็เดินไปเข็นวีลแชร์ที่อยู่มุมห้องมาตรงหน้าเขา "ไปกันเถอะค่ะ กลับบ้านกัน" ราคินทร์ค่อนข้างมึนงงกับสิ่งที่ไอหอมพูดรวมถึงการกระทำของเธอในตอนนี้ด้วยและในตอนที่เขาถูกดันไหล่ให้นั่งลงบนวีลแชร์ก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองสวมใส่กางเกงลำลองเสร็จแล้ว… ตั้งแต่ตอนไหน? ยัยจอมจุ้นใส่กางเกงให้เขาตอนไหนกัน! ไม่รอให้ราคินทร์ได้ตั้งคำถามอะไรอีก ไอหอมก็เป็นฝ่ายออกแรงเข็นวีลแชร์ที่เขานั่งอยู่ออกจากห้องพักแห่งนี้ ในขณะที่ราคินทร์ได้แต่เม้มปากแน่นและยอมนั่งเงียบๆ แต่โดยดี ทำไมเขาต้องยอมยัยเด็กนี่ด้วย! แต่คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกันที่ไอหอมมารับ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็กำลังกลัดกลุ้มอยู่ว่าจะกลับบ้านเช่นไรดีในเมื่อเขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท แต่โชคดีที่เธอมารับเขาพอดีจึงทำให้เขาไม่ต้องกลับบ้านเอง… วูบหนึ่งความรู้สึกเกลียดชังที่เขามีต่อไอหอมมันลดลง ทว่าในวินาทีต่อมาเขาก็ได้สติว่าความรู้สึกนั้นมันไม่ควรเกิดขึ้น! เขาจะเกลียดเธอน้อยลงได้อย่างไรในเมื่อที่ผ่านมาเธอทำกับเขาเอาไว้มากมายเกินกว่าจะเลิกเกลียดชังได้ง่ายๆ! เขายังเกลียดเธออยู่และยังเกลียดมากเช่นเดิม! ========== #รอดูคนที่บอกว่าเกลียดนักเกลียดหนานะคะ! อยากได้คอมเมนต์เป็นกำลังใจจังเลยค่าาาา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD