บทที่ 4 [2/2]

1292 Words
คำเตือน นิยายเรื่องนี้พระเอกกับนางเอกมีสถานะเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด อยากให้นักอ่านมีวิจารณาญในการอ่านและบางเหตุการณ์หรือบางสถานการณ์อาจจะอยู่ในความไม่เหมาะสม จึงขอย้ำให้นักอ่านพิจารณาแยกแยะชีวิตจริงและนิยายที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ========== :: :: "พี่คินทร์กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ เอาไว้หายดีเมื่อไหร่พี่ค่อยกลับมาทำงานก็ได้นะ" ไอหอมบอกกับราคินทร์ด้วยรอยยิ้มแป้นเมื่อเขาเพิ่งลงจากรถอย่างทุลักทุเลโดยมีไอหอมคอยช่วยประคองไม่ห่าง เขาอยากจะปฏิเสธการช่วยเหลือจากเธอ แต่ด้วยแขนและขาที่ยังไม่ปกติทำให้เขายากจะปฏิเสธและจำต้องรับความช่วยเหลือจากคนที่ตัวเล็กกว่าและในตอนที่ราคินทร์กำลังใช้ไม้พยุงจะเดินออกจากบริเวณหน้าบ้านนี้ น้ำเสียงกระแทกกระทั้นของใครบางคนก็เอ่ยขึ้นมาจากภายในคฤหาสน์ "จะให้มันพักได้ยังไง มันหยุดงานไปสัปดาห์หนึ่งแล้ว เห็นไหมว่าต้นไม้และหญ้ามันขึ้นรกตามากแค่ไหน ยังไงก็ต้องให้มันทำงานเดี๋ยวนี้" ดาหลาวัยสี่สิบสองปีผู้เป็นอาของไอหอมปรากฏตัวพร้อมกับลูกสาววัยสิบหกอย่างมินตราที่พยักหน้ารับให้กับคำพูดของแม่เธออย่างเห็นด้วย ไอหอมที่ได้ยินคำพูดจิกหัวใช้นั้นแอบกลอกตามองบนอย่างนึกระอา แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวละครอย่างสองคนนี้แต่เธอก็คาดเดาได้ทันทีว่าพวกเธอเป็นใคร แม้ก่อนหน้านี้ไอหอมจะไม่ได้เจอเพราะพวกเขาไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ถึงอย่างนั้นนักเขียนก็บรรยายรูปลักษณ์ของตัวละครทั้งสองเอาไว้อย่างชัดเจนว่าดาหลาเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง แม้จะอายุสี่สิบสองแล้วแต่เธอเป็นคนรักสวยรักงามเพราะอย่างนั้นใบหน้าจึงยังเต่งตึงตามประสาคนที่ทำหัตถการบ่อยๆ แต่จุดที่เด่นชัดจริงๆ คือไฝเม็ดโตตรงปลายคางบริเวณด้านซ้ายและนั่นคือจุดที่ทำให้ไอหอมรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร ส่วนมินตรานั้น…คาดเดาไม่ยากเพราะเธอคือหญิงสาววัยรุ่นเพียงคนเดียวที่อยู่ร่วมบ้านกับไอหอมและเห็นเดินมากับดาหลาเช่นนี้ก็รู้แล้วว่าเธอคือมินตรา ในขณะที่ลูกชายของดาหลาอีกคนหนึ่งไอหอมยังไม่เคยเห็นหน้าเขาแต่คาดว่าหากเจอหน้าก็คงรู้ได้ทันทีเพราะว่าสมาชิกตระกูลนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ! ไปทำงานสิ!" คราวนี้เป็นมินตราที่ออกปากสั่งราคินทร์ทั้งที่เธอก็เห็นอยู่ว่าเขาบาดเจ็บและยังไม่หายดี มองดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าสภาพของราคินทร์ในตอนนี้ไม่สามารถทำงานได้ แล้วอีกอย่างงานตัดต้นไม้งานในสวนราคินทร์ทำไม่ได้อยู่แล้วเพราะดูอย่างไรก็ไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหวร่างกาย บวกกับบาดแผลที่เพิ่งผ่าตัดสมองมา อย่างไรเขาในตอนนี้ทำได้เพียงแค่พักผ่อนเท่านั้น "ไปสิ! ไปทำงาน!" ดาหลาเห็นว่าราคินทร์ยังยืนนิ่งอยู่จึงเอ่ยปากไล่อีกครั้งและมันทำให้ไอหอมอดทนไม่ไหวกับความจิกหัวใช้นี้ก่อนจะย้อนถามดาหลาด้วยสีหน้าผิดแปลกไปจากเด็กวัยแปดขวบที่ควรจะเป็น "อาดาไม่มีสมองเหรอคะ?" "...!!!" "หรือว่าตาของอามันมีปัญหาถึงได้มองไม่เห็นว่าพี่คินทร์ยังไม่หายป่วย?" คำพูดคำจาที่เกินอายุนั้นทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตกอยู่ในอาการนิ่งอึ้งเพราะไม่มีใครคิดว่าไอหอมจะกล้ายอกย้อนผู้เป็นอาเช่นนี้! ป้ามีเองที่เพิ่งเดินออกมารับคุณหนูก็ได้ยินเข้าพอดีเช่นกันก่อนจะรีบปรี่เข้ามาหาคุณหนูเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะพลั้งปากพูดอะไรไม่ดีอีกครั้ง ช่วงนี้คุณหนูของเธอยิ่งเพี้ยนๆ อยู่ด้วย! "ขะ ขอโทษแทนคุณหนูด้วยค่ะคุณดา! ช่วงนี้คุณหนูป่วยอยู่ก็เลยอาจจะพูดจาแปลกไปบ้างค่ะ อย่างที่รู้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนคุณหนูจมน้ำ ก็เลยมีอาการเลอะเลือนบ้างค่ะ" "หอมไม่ได้เลอะละ...อื้อ!" ไอหอมกำลังจะแย้งว่าเธอไม่ได้เลอะเลือนแต่ก็ถูกป้ามียกมือขึ้นปิดปากเสียก่อน "เข้าบ้านกันดีกว่าค่ะคุณหนู คุณครูยังรอสอนพิเศษคุณหนูอยู่เลยนะคะ" ไอหอมหน้าตาตื่นรีบดึงมือป้ามีออกจากปากก่อนจะถามด้วยความตกใจ "ยังอยู่เหรอคะ!" "ยังอยู่ค่ะ เธอจะไม่กลับจนกว่าจะได้สอนคุณหนู!" ไอหอมหน้าตาบูดบึ้งทันใดที่รู้ว่ายังต้องเรียนพิเศษก่อนจะถูกดันตัวให้เดินเข้าบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายเรียกราคินทร์ที่ยืนอึ้งกับคำพูดของไอหอมก่อนหน้านี้ให้ตามมาด้วย "พี่คินทร์! ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะคะ! ตามหอมมาสิคะ!" "..." ด้วยความที่เพิ่งได้สติจึงทำให้ราคินทร์เดินตามไอหอมเข้าคฤหาสน์ไปด้วยโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเดินตามเธอด้วย แต่ก็เอาเถอะ ขอแค่ตอนนี้ไม่ต้องไปทำงานตามที่ดาหลาสั่งก็พอแล้ว เขาเองก็พอจะรู้ตัวว่าช่วงนี้ยังทำไม่ไหวเพราะอย่างนั้นหากจะเอาตัวรอดก็คือต้องถอยห่างจากสองแม่ลูกนั่น แต่ก็ไม่คิดที่จะอยู่กับไอหอมนานเพราะไม่รู้ว่ายัยเด็กนี่จะทำอะไรเขาอีกหรือเปล่า ถึงไอหอมจะดูเปลี่ยนไปแต่เขาก็ไม่ไว้ใจเธอ เพราะมีหลายครั้งที่เด็กคนนี้แสร้งทำตัวดีกับเขาและด้วยความที่เขาเองก็หลงคิดไปว่าเธออาจจะสำนึกผิดที่ทำตัวไม่ดีกับเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่าเธอก็แค่กลั่นแกล้งเขาเท่านั้น ทำให้เขากลายเป็นตัวตลกและดูโง่เขลาในสายตาคนอื่นที่พากันหัวเราะเยาะอย่างขบขัน "เดินมาสิคะ" ด้วยความที่ราคินทร์เข้ามาในตัวคฤหาสน์หลังนี้แทบจะนับครั้งได้เพราะอย่างนั้นจึงทำให้เขาเกิดลังเลขึ้นมาว่าเขาสามารถเข้าไปในคฤหาสน์หลังนี้ได้จริงหรือ เพราะทุกครั้งที่เข้ามาในนี้ก็เป็นเรื่องจำเป็นเท่านั้นและหากไม่มีความจำเป็นเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในพื้นนี้เด็ดขาด ไอหอมเห็นราคินทร์ยืนนิ่งไม่ยอมเดินเข้ามาใกล้กว่านี้เธอก็เป็นฝ่ายเดินย้อนกลับไปหาเขาด้วยตัวเองก่อนจะเข้าใจไปว่าที่เขาไม่เดินมานั้นคงเพราะกำลังคิดมากที่จะต้องขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของเธอ "ป้ามีคะ ช่วยบอกคุณครูให้ลงมาสอนที่ห้องหนังสือก็แล้วกันค่ะ" แม้ป้ามีจะไม่เข้าใจว่าทำไมไอหอมขอเปลี่ยนที่สอนแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรก่อนจะเป็นฝ่ายเดินขึ้นชั้นสองเพื่อบอกคุณครู ในขณะที่ไอหอมนั้นเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังห้องหนังสือโดยไม่ลืมที่จะเรียกราคินทร์ให้ตามเธอมาด้วย "พี่คินทร์ตามหอมมาค่ะ" "..." ========== #เริ่มเดินตามตูดยัยน้องแบบไม่รู้ตัว อยากได้คอมเมนต์เป็นกำลังใจจังเลยค่าาา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD