บทที่ 5 [1/2]

1770 Words
คำเตือน นิยายเรื่องนี้พระเอกกับนางเอกมีสถานะเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด อยากให้นักอ่านมีวิจารณาญในการอ่านและบางเหตุการณ์หรือบางสถานการณ์อาจจะอยู่ในความไม่เหมาะสม จึงขอย้ำให้นักอ่านพิจารณาแยกแยะชีวิตจริงและนิยายที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ========== "ยัยหอมมันสติเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ ถึงได้กล้าพูดกับแม่อย่างนั้น! " คล้อยหลังไอหอมกับราคินทร์เดินจากไปมินตราที่เพิ่งได้สติก็พูดกับคนเป็นแม่ที่เหมือนจะเพิ่งได้สติเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กอย่างไอหอมพูดจาเช่นนี้กับพวกเธอ ปกติแล้วยัยเด็กคนนี้แม้จะดูเย่อหยิ่งวางตัวเป็นใหญ่ภายในบ้านเพราะถูกเลี้ยงอย่างตามใจแต่ทว่ากลับเป็นคนหัวอ่อนหูเบา ไม่ว่าใครในบ้านจะพูดอะไรไอหอมก็จะเห็นด้วยคล้อยตามไปเสียหมดทุกอย่าง ต่อให้ถูกยุยงเพื่อกลั่นแกล้งราคินทร์เธอก็จะลงมือทำโดยไม่ถามว่าเพราะอะไรต้องทำเช่นนั้น เรียกได้ว่าไอหอมก่อนจมน้ำนั้นเป็นเพียงแค่เด็กหญิงไร้เดียงสาที่โง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น ต่างจากไอหอมในตอนนี้ที่ดูแปลกไป ดาหลายังจำแววตาแข็งกร้าวและสีหน้าเอาเรื่องที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนได้อยู่เลยในตอนที่ไอหอมพูดยอกย้อนเธอ มันให้ความรู้สึกที่ทำให้เธอมองไอหอมเปลี่ยนไป "นั่นน่ะสิ สงสัยจมน้ำจนสมองมีปัญหา" ในตอนที่รู้ว่าราคินทร์ถูกไอหอมกลั่นแกล้งจนบาดเจ็บสาหัสและหลานสาวก็พลาดตกสระน้ำไปด้วยนั้นเธอกับลูกสาวเพิ่งถึงภูเก็ตหมาดๆ เพราะตั้งใจจะไปเที่ยว ตอนที่ป้ามีโทรมาบอกเรื่องนั้นเธอก็ตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ในใจนั้นกลับรู้สึกสาแก่ใจไม่น้อยที่รู้ว่าราคินทร์บาดเจ็บหนัก ส่วนไอหอมนั้นไม่ได้เป็นอะไรมากเพราะอย่างนั้นเธอจึงเลือกที่จะเที่ยวต่อและเพิ่งกลับมาเช้านี้นี่เอง ด้วยความที่เธอรับหน้าที่ดูแลบ้านและเมื่อกลับมาแล้วพบว่าต้นไม้ไม่ได้ตัดแต่งกิ่งและสนามหญ้าหน้าบ้านเริ่มยาวแล้วก็นึกขัดใจไม่น้อย ซึ่งหน้าที่นั่นเป็นราคินทร์ที่ต้องรับผิดชอบและเธอก็อยากจะจิกหัวใช้งานมันโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บมากแค่ไหน แต่ใครจะคิดล่ะว่าไอหอมจะเป็นฝ่ายออกตัวเอ่ยปากปกป้องมัน "อย่าไปสนใจเลยค่ะแม่ มินว่าเราไปสปาผิวดีกว่าค่ะ ดูสิคะ มินตากแดดตั้งหลายวันผิวเสียหมดแล้ว" มินตราคร้านจะสนใจเรื่องของคนอื่นเพราะตอนนี้สิ่งที่เธออยากทำคือการไปสปาผิวมากกว่าหลังจากที่โดนแดดแรงๆ ทางภาคใต้มาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ดาหลาเห็นลูกสาวโชว์ผิวแดงๆ จากการไหม้ของแดดก็นึกสงสารไม่น้อยก่อนจะเดินจูงกันออกจากบ้านเพื่อไปสปาผิวตามที่ลูกสาวต้องการ :: :: "เข้ามาสิคะพี่คินทร์" ไอหอมเรียกราคินทร์ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องหนังสือให้เข้ามาข้างในหลังจากที่เขายืนนิ่งและมองทั่วห้องราวกับว่าไม่เคยเห็นห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายเช่นนี้มาก่อน ถึงจะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่จำความได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ราคินทร์มีโอกาสได้เข้ามาภายในห้องหนังสือแห่งนี้ อย่างมากเขาจะเหยียบเข้ามาในคฤหาสน์ได้ก็เฉพาะพื้นที่โถงนั่งเล่นเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะย่างก้าวมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แต่ที่เขามาถึงห้องนี้ได้เป็นเพราะไอหอมเป็นคนชักชวนเขาให้ตามเธอเข้ามาด้วยโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมต้องตามเธอมาเช่นกัน "พี่คินทร์มานั่งตรงนี้ๆ" ไอหอมชี้ตรงโซฟาตัวยาวที่อยู่กลางห้องหนังสือให้เขานั่งรอเธออยู่ตรงนี้ แต่เขากลับเกิดความรู้สึกเก้ๆ กังๆ ขึ้นมาเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองนั่งโซฟาแสนหรูหราตัวนี้ได้จริงๆ หรือเปล่า จนกระทั่งไอหอมเห็นว่าเขาไม่ยอมเดินมาเสียทีเธอจึงเป็นฝ่ายเดินไปหาเองพร้อมกับดันแผ่นหลังเขาให้เดินมานั่งตรงโซฟา "ช้าหน่อย ฉันเดินไม่ถนัด" "อ๊ะ! ขอโทษค่ะ หอมลืมไปว่าพี่เดินเร็วไม่ได้" คำขอโทษที่ได้ยินจากปากไอหอมทำให้ราคินทร์รู้สึกไม่คุ้นหูเอาเสียเลย ปกติแล้วเขามักจะได้ยินแต่ถ้อยคำต่อว่าและดูถูกจากเด็กคนนี้ แต่เมื่อได้ยินคำขอโทษจากเธอเช่นนี้แล้วจึงทำให้เขาไม่ชินสักเท่าไหร่และการกระทำที่ดูใส่ใจอย่างการประคองเขาให้เดินไปยังโซฟามันก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกๆ ที่ได้รับการดูแลจากเธอ "คุณครูมาแล้วค่ะคุณหนู" ป้ามีเปิดประตูเข้ามาในห้องหนังสือพร้อมกับคุณครูวัยสามสิบกลางๆ ที่สวมใส่แว่นตาและแต่งตัวดูเรียบร้อยสมกับเป็นคุณครู ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มเป็นมิตรแม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกเด็กแสบเทเพราะแอบหนีเรียนพิเศษก็ตาม "สวัสดีค่ะคุณครู" ไอหอมยิ้มแป้นและยกมือไหว้คุณครูราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ก่อความผิดใดๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ราคินทร์ที่เก็บไม้พยุงให้ห่างจากมือของไอหอมเพราะเขากลัวว่ามันจะเกะกะเธอในตอนที่เธอกำลังเรียนอยู่ "พี่คินทร์อยากอ่านหนังสือเล่มไหนก็หยิบมาอ่านได้เลยนะคะ" "…" ราคินทร์กวาดตามองชั้นหนังสือมากมายที่อยู่รอบกาย เขาไม่ได้ลุกไปไหนแต่เลือกหยิบหนังสือเล่มที่อยู่ใกล้มือที่สุด เปิดดูสองสามหน้าว่ามันน่าสนใจหรือไม่ก่อนจะตัดสินใจอ่านหนังสือเล่มที่อยู่ในมือ สายตามองดูหนังสือแต่น่าแปลกที่หูของเขากลับฟังเสียงบทสนทนาของไอหอมกับคุณครูที่แนะนำตัวกับเธอว่าชื่อจิตรา อีกทั้งเขาเพิ่งจะรู้ว่าไอหอมหนีเรียนพิเศษช่วงเช้าก็เพื่อจะมารับเขากลับบ้าน ยอมรับว่าตอนที่ได้ยินอย่างนั้นหัวใจของเขามันคันยุบยิบอย่างไรชอบกลเพราะไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะทำอะไรเช่นนี้เพื่อเขาด้วยและเพื่อไม่ให้ไอหอมเสียเวลามากไปกว่านี้คุณครูก็เริ่มสอนบทเรียนให้กับเธอโดยมีเขาที่นั่งฟังเป็นเพื่อนเธอ… "น้องหอมลองคิดตรงนี้ดูสิคะว่าจะได้คำตอบเท่าไหร่" ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงที่ไอหอมนั่งเรียนกับคุณครู ความจริงแล้วบทเรียนเหล่านี้สำหรับเธอแล้วนั้นมันไม่ได้ยากอะไรเลย เธอก็แค่นั่งฟังคุณครูอธิบายเท่านั้น ทว่าเสียงจังหวะการพูดแสนเนิบนาบของคุณครูนั้นไม่ต่างจากยานอนหลับชั้นดีที่ทำให้ไอหอมสัปหงกอยู่หลายครั้ง "ผมว่าให้เธอพักสักหน่อยดีไหมครับ? " ราคินทร์ที่เฝ้าดูไอหอมเงียบๆ มาโดยตลอดนั้นอดไม่ได้ที่จะบอกกับคุณครูของเธอและในตอนนั้นเองที่เขาแทบถลาตัวเข้าไปรับศีรษะของไอหอมเกือบไม่ทันในตอนที่เธอเผลอหลับไป หากเขาช้ากว่านี้เพียงนิดเธอคงหัวโขกโต๊ะไปแล้ว คุณครูจิตราที่เห็นว่าไอหอมหลับไปแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างปลงตก แต่ก็เข้าใจว่าเด็กในวัยนี้ก็เป็นเช่นนี้ ถ้าไม่เล่นก็นอนหลับ… "เข้าใจแล้วค่ะ ให้น้องหอมพักสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ค่ะ" "ขอบคุณครับ คุณครูก็เชิญพักได้ตามสบายนะครับ" ราคินทร์ถือวิสาสะบอกกับคุณครูที่พยักหน้ารับกับคำบอกของเขา เธอไม่ได้รู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนในตระกูลนี้หรอกแต่เพราะเห็นว่าไอหอมให้ความสำคัญกับชายคนนี้ที่ยอมให้เข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้ เพราะอย่างนั้นเธอจึงมองว่าราคินทร์อาจจะเป็นพี่ชายของไอหอมก็เป็นได้ ในเมื่อเขาต้องการให้น้องสาวพักเธอจะคัดค้านได้เช่นไร "ถ้าอย่างนั้นฉันขอออกไปสูดอากาศหน่อยนะคะ" "ครับ" ราคินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาไม่ได้มองหน้าจิตราเพราะสายตาเขากำลังจดจ้องที่ไอหอมที่ยังคงนอนอยู่บนอุ้งมือของเขา คล้อยหลังคุณครูออกจากห้องหนังสือไปแล้วราคินทร์ถึงได้ขยับกายเข้าใกล้ไอหอม เขาอยากจะดึงมือออกจากแก้มเธออยู่หรอก แต่ทว่าคนที่หลับกลับยิ่งขยับใบหน้าเข้าหามือเขาราวกับว่าเธอกำลังสบายอย่างไรอย่างนั้น เห็นอย่างนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะดึงมือออกมิหนำซ้ำเขายังเป็นฝ่ายพลั้งเผลอมองสำรวจใบหน้าไอหอมที่หลับตาพริ้มอย่างไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้มองใบหน้าไอหอมใกล้ๆ ถึงเพียงนี้ เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้องสาวคนนี้มีใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็หาจุดติไม่ได้เลย ทุกอย่างบนใบหน้าเธอมันลงตัวและเหมาะสมรับกับทุกอย่าง หากโตไป…ไอหอมต้องเป็นคนที่น่ารักมากอย่างแน่นอน "…!!!" แต่เดี๋ยวก่อนนะ! เมื่อกี้เขาเอ่ยชมไอหอมว่าน่ารักอย่างนั้นหรือ! คนอย่างเขาน่ะหรือที่เกลียดชังเด็กคนนั้นเข้าไส้แต่กลับเอ่ยชมว่าเธอน่ารัก! แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไงไอ้คินทร์! ถึงได้เอ่ยชมคนที่น่ารังเกียจอย่างเธอว่าน่ารัก! สงสัยสมองของเขาที่เพิ่งผ่าตัดมายังไม่กลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงได้เลอะเลือนชมว่าเธอน่ารักเช่นนี้! ใช่แน่ๆ สมองเขามันมีปัญหาถึงได้ชมเธอเช่นนั้น! ความจริงแล้วเธอไม่ได้น่ารักสักนิด! และไม่เฉียดใกล้คำว่าน่ารักเลย! ยัยเด็กนี่ขี้เหล่และน่าเกลียดที่สุด! ========== #ขนาดยังไม่เลิกเกลียดนะ ยังชมว่าน้องน่ารักเลย ถ้าเลิกเกลียดน้องแล้วจะชมขนาดไหน!!! อยากได้คอมเมนต์เป็นกำลังใจจังเลยค่าาา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD