คำเตือน
นิยายเรื่องนี้พระเอกกับนางเอกมีสถานะเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด
อยากให้นักอ่านมีวิจารณาญในการอ่านและบางเหตุการณ์หรือบางสถานการณ์อาจจะอยู่ในความไม่เหมาะสม
จึงขอย้ำให้นักอ่านพิจารณาแยกแยะชีวิตจริงและนิยายที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
==========
::
::
ราคินทร์ทานข้าวมื้อเย็นกับไอหอมเสร็จแล้วก็ตั้งใจว่าจะกลับไปนอนพักที่ห้อง พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะไปหาแม่หลังจากที่ไม่ได้ไปเยี่ยมอีกฝ่ายมานานเกินหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ระหว่างที่กำลังสวมใส่รองเท้าจะเดินออกจากตัวคฤหาสน์นั้นเขาก็เห็นว่าไอหอมยังเดินตามเขาออกมาด้วย
"เดินตามมาทำไม? " ราคินทร์ถามคนตัวเล็กที่มองเขาตาใสแป๋วก่อนจะยิ้มแป้นให้กัน
"หอมจะเดินไปส่งพี่คินทร์ค่ะ"
"ไม่ต้อง"
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว เส้นทางเดินไปยังที่พักคนงานนั้นแม้จะอยู่ในรั้วเดียวกับคฤหาสน์แต่ทว่าก็ค่อนข้างไกลสำหรับเด็กตัวเล็กๆ ที่จะเดินกลับเอง หากไอหอมต้องเดินไปและเดินกลับเขาคาดว่าท้องฟ้าคงมืดก่อนพอดี
"แต่หอมอยากเดินไปส่งค่ะ เผื่อพี่สะดุดล้มกลางทางแล้วเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงคะ?"
ราคินทร์อยากจะบอกเหลือเกินว่าทั้งคฤหาสน์หลังนี้ไม่มีใครอันตรายไปกว่าตัวเธอแล้วล่ะ หากต้องระวังตัวจริงๆ เขาคงต้องระวังเธอนี่แหละเพราะเด็กร้ายกาจที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว
"กลับเข้าบ้าน ฉันจะเดินกลับคนเดียว"
"ไม่เอา หอมจะไปด้วยค่ะ"
นอกจากจะไม่ฟังกันแล้วไอหอมยังถือวิสาสะคล้องแขนเขาอย่างหน้าตาเฉย ทำให้เขาอดที่จะยอกย้อนในคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ไม่ได้
"ไหนบอกว่าจะเป็นเด็กดีไง? แค่นี้ก็ไม่เป็นแล้วเหรอ? "
"…"
เจอถ้อยคำนี้เข้าไปไอหอมถึงกับทำหน้ายู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม
"ก็ได้ค่ะ กลับก็ได้"
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าแต่ทำไมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกน้อยใจอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่อยากใส่ใจไอหอมให้มากกว่านี้ก่อนจะมองดูเธอที่เดินหายเข้าไปในคฤหาสน์ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ออกมาเขาก็หมุนตัวเดินตามเส้นทางไปยังห้องพักตัวเอง แต่ทว่าเดินได้ยังไม่ถึงครึ่งทางกลับรู้สึกว่าเหมือนมีใครแอบเดินตามอย่างไรอย่างนั้นและไม่ต้องหันกลับไปเขาก็รู้ว่าคนที่แอบตามมาคือใคร
"ออกมา"
ราคินทร์หยุดเดินพร้อมกับหันหลังกลับไป ตรงพุ่มไม้ข้างทางเขาเห็นว่ามีชายกระโปรงสีชมพูโผล่ออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าคนที่แอบนั้นไม่ได้ตระหนักเลยว่าชายกระโปรงของเธอมันยาวเกินกว่าจะซ่อนแอบได้
แอบยังไงให้ถูกจับได้ ซื่อบื่อจริงๆ
"แฮร่..."
ไอหอมที่ถูกจับได้ก็ค่อยๆ โผล่หัวขึ้นจากพุ่มไม้ก่อนจะยิ้มเผล่ให้กับราคินทร์ที่มองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
เห็นเขาทำหน้าตึงเหมือนไม่พอกันไอหอมก็รีบปรี่เข้าไปออดอ้อนทันทีด้วยการจับมืออีกฝ่ายเอาไว้แล้วแกว่งไกวเบาๆ
"พี่คินทร์อย่าโกรธหอมเลยนะคะ หอมก็แค่อยากเดินไปส่งพี่จนกว่าจะแน่ใจว่าพี่ถึงที่พักแล้วเท่านั้นเอง"
ราคินทร์เบือนหน้าหนี ยอมรับว่าเห็นดวงตากระจ่างใสที่ติดอ้อนของเธอแล้วนั้นมันทำให้เขาเกิดความรู้สึกใจอ่อนขึ้นมาจริงๆ ตอนนี้เขาไม่แปลกใจว่าทำไมปู่กับโมกข์ถึงได้ตามใจไอหอมเช่นนี้
"ถ้าจะไปส่ง ก็โทรเรียกป้ามีให้เอารถกอล์ฟมารับ"
เขาไม่ได้เป็นห่วงเธอ เพียงแต่กลัวว่าหากเดินกลับแล้วเกิดเธอเป็นอะไรขึ้นมาทุกคนก็จะกล่าวโทษเขาอีก เพราะอย่างนั้นให้ป้ามีขับรถกอล์ฟมารับเธอคงจะดีกว่า
"เข้าใจแล้วค่ะ หอมจะโทรหาป้ามีตอนนี้เลย"
เด็กวัยแปดขวบอย่างไอหอมไม่ได้มีโทรศัพท์หรอก แต่เธอมีนาฬิกาที่สามารถโทรเข้าโทรออกได้ก่อนจะโทรหาป้ามีและบอกให้อีกฝ่ายเอารถกอล์ฟมารับเธอในอีกครึ่งชั่วโมง
ราคินทร์ที่ได้ยินปลายสายตกปากรับคำแล้วก็เริ่มออกเดินอีกครั้งโดยมีไอหอมที่เดินตามติดเขาไม่ห่างและอีกสิบนาทีต่อมาก็มาถึงที่พักคนงาน ซึ่งทุกคนที่เป็นคนงานเกือบยี่สิบชีวิตล้วนตกใจเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูคนเล็กของตระกูลที่ใครๆ ก็มองว่าหยิ่งยโสจะมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง
พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยเพราะไม่รู้มาก่อนว่าไอหอมจะมา ภาพที่ไอหอมเห็นจึงเป็นการดำเนินชีวิตของพวกเขาจริงๆ ผู้ชายบางคนยังสวมใส่แค่กางเกงตัวเดียว ส่วนผู้หญิงบางคนก็แต่งตัวด้วยชุดลำลองธรรมดา
นี่เป็นครั้งแรกที่ไอหอมได้เห็นกับตาว่าคนงานใช้ชีวิตอย่างไร แต่ที่ทำให้เธอตกใจนั้นเห็นทีคงจะเป็นห้องพักคนงานเสียมากกว่า
ตอนนี้มันมีสภาพไม่ต่างจากหอพักเก่าๆ ซอมซ่อราคาถูกและมันย่ำแย่กว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีกทั้งที่ในนิยายก็ระบุเอาไว้ว่าราคินทร์ต้องพักอาศัยอยู่ในห้องพักที่ทรุดโทรมยิ่งกว่าทุกคน เรียกได้ว่าเป็นห้องเก็บของของหอพักแห่งนี้
ขนาดเธอมาเห็นสภาพหอพักภายนอกยังซอมซ่อขนาดนี้ แล้วข้างในจะเป็นเช่นไรกัน โดยเฉพาะห้องของราคินทร์…
เหล่าคนใช้ต่างก็เกิดอาการแตกตื่นยิ่งเห็นว่ามากับราคินทร์พวกเขาก็ยิ่งตกใจก่อนที่แม่บ้านคนหนึ่งจะรีบเดินเข้ามาหาไอหอมและถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"คะ คุณหนูมาที่นี่ทำไมเหรอคะ?"
แม่บ้านที่นี่ไม่มีใครไม่รู้ฤทธิ์เดชของคุณหนูไอหอม หากไม่มีอะไรได้ดั่งใจคุณหนูมักจะเหวี่ยงวีนทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหาทางด้านอารมณ์ ไม่แปลกหากทุกคนจะรู้สึกแตกตื่นที่คุณหนูมาที่นี่
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หอมแค่มาส่งพี่คินทร์น่ะค่ะ"
"อะ อะไรนะคะ? มาส่งไอ้คินทร์? "
ทุกคนเหมือนไม่อยากจะเชื่อในคำพูดนั้นของไอหอมสักเท่าไหร่ อย่างที่รู้กันว่าไอหอมเกลียดราคินทร์เพราะอย่างนั้นจึงพากันตกใจอีกระลอกที่ได้ยินเธอพูดเช่นนั้น
ไอหอมไม่ได้พูดกับทุกคน แต่หันไปบอกกับราคินทร์ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พอๆ กับใบหน้าที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ
"พี่คินทร์ หอมอยากดูห้องพี่คินทร์ค่ะ"
สีหน้าที่ดูแปลกไปของไอหอมทำให้ราคินทร์คาดเดาไม่ถูกว่าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธคำขอที่ฟังดูเอาแต่ใจนั้นของเธอ
"ฉันไม่อนุญาตให้เธอเข้าไป"
ราคินทร์ไม่รู้หรอกว่าไอหอมต้องการจะเข้าไปดูในห้องพักของเขาทำไม แต่ตรงนั้นมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทว่าไอหอมก็ดื้อรั้นไม่น้อย ในเมื่อราคินทร์ไม่บอก เธอจึงหันไปถามแม่บ้านคนที่ถามเธอก่อนหน้านี้แทน
"ห้องเก็บของที่นี่อยู่ตรงไหนคะ? พาหอมไปหน่อย"
ด้วยความที่ไม่อยากถูกคุณหนูต่อว่าแม่บ้านคนนั้นจึงบอกไปตามตรงว่าอยู่ส่วนไหน โดยที่ไอหอมขอให้แม่บ้านเป็นคนนำไอหอมไป
"ไอหอม ฉันบอกว่าไม่อนุญาตให้เธอเข้าไป"
ราคินทร์กล่าวเสียงเข้ม ทว่าในตอนนี้ไอหอมไม่ได้หวั่นเกรงต่อเขาเลย กลับกันเธอเดินตามหลังแม่บ้านที่เป็นคนนำทางเธอไปยังห้องพักของราคินทร์ซึ่งมันเป็นเพียงห้องพักใต้บันไดเท่านั้น
อะไรกัน...เธอนึกว่าห้องพักที่ว่านั่นจะเป็นเหมือนห้องทั่วๆ ไปที่คนงานพักกัน แต่นี่กลับเป็นห้องใต้บันไดที่แสนจะเล็กและคับแคบ
"..."
ไอหอมถึงกับพูดไม่ออกก่อนจะหลับตาข่มอารมณ์บางอย่างที่มันกำลังจุกอยู่กลางอก ยิ่งเปิดประตูเข้ามาเธอก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจเพราะภายในห้องไม่มีอะไรเลยสักอย่าง นอกจากที่นอนบางๆ กับหมอนหนึ่งใบและตรงมุมห้องก็มีกองเสื้อผ้าที่มันถูกพับอย่างเรียบร้อยวางตั้งเอาไว้
ห้องใต้บันไดที่มีความกว้างแค่เมตรครึ่งเท่านั้นกับความยาวราวๆ สองเมตรไม่ได้กว้างขวางอะไรเลย ออกจะคับแคบเกินกว่าที่จะอยู่อาศัยด้วยซ้ำแต่ราคินทร์ก็ทนอยู่ที่นี่มาได้เป็นปีๆ
เธอที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาก่อนยังไม่เคยอยู่อย่างอดสูเท่าเขาในตอนนี้เลยและมันก็ทำให้เธอรู้ว่าคำบรรยายของนักเขียนที่เล่าอ้างถึงความลำบากของราคินทร์แท้จริงแล้วนั้นมันเป็นเช่นไร…
ตอนอ่านเธอก็รู้สึกสงสารตัวละครคนนี้มาก ทว่าเมื่อมาเห็นเขาเช่นนี้แล้วเธอยิ่งสงสารเขามากกว่าเดิมเสียอีก
สงสารจนเธอรู้สึกจุกอกไปหมด...
"กลับไปซะไอหอม ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่"
ท่อนแขนเล็กของไอหอมถูกดึงออกมาจากห้องใต้บันได ราคินทร์มองเธอด้วยสายตาขุ่นเคืองที่เธอกล้ารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเขา ซึ่งเขายอมรับว่าตัวเองไม่อยากให้เธอต้องมาเห็นเขาอยู่ในสภาพนี้เลยเพราะมันยิ่งตอกย้ำว่าตัวเขานั้นแสนจะต่ำต้อยเพียงใด
"กลับไปกับหอม หอมจะไม่ยอมให้พี่อยู่ที่นี่อีกแล้ว"
ยอมรับว่ายิ่งรู้จักกับตัวละครนี้มากเท่าไหร่ เธอยิ่งสงสารเขามากขึ้นเท่านั้น ชีวิตคนคนหนึ่งมันต้องลำบากขนาดนี้เลยหรือ?
ครั้งนี้เป็นไอหอมที่จับมือของเขาเอาไว้ แต่ทว่ายังไม่ทันจะออกแรงดึงมือเธอก็ถูกสะบัดทิ้งเสียก่อน ทำให้เธอต้องหันไปมองก่อนจะชะงักนิ่งไปเมื่อเธอเพิ่งเห็นว่าราคินทร์มองมาด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่ากลับทำให้เธอเกิดความรู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมา ยิ่งเขาเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบก็ยิ่งตอกย้ำความน่ากลัวที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นกับเธอได้อย่างไร
"ฉันบอกให้กลับไปเดี๋ยวนี้"
"…"
==========
#เอ็งก็อย่าดุน้องมันเกินนนน น้องมันก็ตัวแค่นี้เองงง~