บทที่ 3

3091 Words
‘บ้าบอไปหมดแล้ว!! ถึงจะบอกว่าวิชาการแพทย์ของสมัยโบราณมันล้าหลัง แต่พวกที่เชื่อว่าเลือดคนสามารถรักษาโรคได้นี่น่ะ เขาเรียกว่าโง่! โง่เง่าๆๆ’ อยู่ด้วยกันมาสามวัน แน่นอนว่าเสี่ยวเหยาได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเซี่ยชิงเหยาแล้ว ร่างวิญญาณของนางกระทืบเท้าเร่าๆ ทั้งโมโหทั้งรู้สึกแค้นแทนชิงเหยา “ข้าเองก็โง่เขลาเช่นกัน ก่อนหน้านี้หลิวหรงเอ๋อร์ดื่มเลือดข้าเข้าไปแล้วอาการดีขึ้นจริงๆ” ‘เอาเถอะ หากเป็นอย่างที่เจ้าเห็นกับตาจริงก็ไม่แปลกที่พวกเจ้าจะเชื่ออย่างนั้น แต่ข้ามีวิธีพิสูจน์ว่าต่อให้เป็นเลือดผู้อื่น ยัยผีดูดเลือดนั่นก็จะ ‘หายดี’ แน่นอน’ เสี่ยวเหยาหรี่ตาลงอย่างดุร้าย แต่ชิงเหยากลับรู้สึกสบายใจ เสี่ยวเหยาจะพิสูจน์อย่างไรก็เป็นผลดีต่อนางทั้งนั้น สามวันมานี้มีเพียงจินจื่ออี้ที่เข้ามาตรวจอาการของชิงเหยา เสี่ยวเหยาที่เฝ้าดูทุกอย่างข้างกายชิงเหยานั้นรู้สึกว่าหมอเทวดาจินช่าง...แปลกพิกล แต่นางยังบอกไม่ได้ว่าแปลกตรงที่ใด เสียงเคาะประตูเรือนดังขึ้นจากนั้นไม่รอให้ได้รับอนุญาต อีหมัวมัวก็เปิดประตูเข้ามา ทั้งที่เซี่ยชิงเหยามีฐานะเป็นชายาเอกของรุ่ยอ๋องควรจะได้รับการนับหน้าถือตา บ่าวไพร่เคารพ เสี่ยวเหยามองแล้วมองอีก อีหมัวมัวนางนี้กลับแสดงท่าทีไม่เคารพนอบน้อม เข้ามาแล้วไม่คำนับพระชายาตามกฎ แต่วางท่าใหญ่โต และกล้าสบตากับเจ้านายอย่างไม่เกรงกลัว เซี่ยชิงเหยาคนเก่าอาจจะไม่ถือสาท่าทีเช่นนี้ของบ่าวรับใช้ ตอนนั้นนางรักรุ่ยอ๋องอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่กล้ามีเรื่องให้กระทบขุ่นเคืองถึงรุ่ยอ๋อง ดังนั้นนางจึงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ดูท่านางจะสงบเสงี่ยมจนเกินไป บ่าวรับใช้พวกนี้จึงกล้าเหิมเกริมปีนขึ้นมาเหยียบหัวเจ้านายเช่นนี้ “อีหมัวมัว เจ้ามาที่นี่ มีเหตุอันใด” ชิงเหยาเอนตัวอย่างเกียจคร้านลงบนตั่งนอน มือขาวเรียวของนางจับชายผมดำสลวยขึ้นมาเกลี่ยเล่น พลางเอ่ยปากถามอีหมัวมัวด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา “ชายารองอาการป่วยกำเริบ สั่งให้ข้ามาเอาเลือดเจ้าไปปรุงยา” “บังอาจ!!” อีหมัวมัวที่วางท่าสูงส่งเมื่อครู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ แต่ไรมานังหญิงชั้นต่ำคนนี้ไม่กล้าปริปากเสียงดังใส่นางแม้เพียงครั้งเดียว แต่นี่กลับ...ตะคอกใส่นางงั้นรึ “อีหมัวมัว...ยังไม่รีบคุกเข่า” กลิ่นอายเย็นชาสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวเซี่ยชิงเหยาทำให้อีหมัวมัวเริ่มรู้สึกครั่นคร้าม แต่นางทำใจดีสู้เสือเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโสแล้วเอ่ยท้าทายเซี่ยชิงเหยา “เหตุใดข้าต้องคุกเข่า เจ้ามันก็แค่คนชั้นต่ำ ถึงจะมีฐานะเป็นชายารุ่ยอ๋อง แต่เจ้าก็เป็นเพียงชายาเอกในนามเท่านั้น หญิงสารเลวต่ำช้าที่แย่งคนรักของผู้อื่นเช่นเจ้า เหตุใดข้าต้องคุกเข่าให้!” ดีเหลือเกิน! ในเมื่อให้โอกาสแล้วไม่ฟัง เช่นนั้นก็อย่าโทษว่าข้าไร้น้ำใจ “อีหมัวมัว...รู้หรือไม่ ล่วงเกินเบื้องสูงต้องรับโทษสถานใด” “เบื้องสูงอะไรกัน เจ้ามันก็แค่คนชั้นต่ำ” “ดี...ดียิ่ง!! เด็ก ๆ ตามพ่อบ้านหลี่มาพบข้า!” อีหมัวมัวยังคงไม่สะทกสะท้าน ชิงเหยาก็ไม่ได้รีบร้อน นางยังคงเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนตั่งแฝงด้วยท่าทางสูงศักดิ์เช่นเดิม “คารวะพระชายา เรียกบ่าวมาด้วยเรื่องอะไรพ่ะย่ะค่ะ” ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วพริบตา พ่อบ้านหลี่ก็มาถึงเรือนยลจันทร์ เขากวาดตามองไปพบกับอีหมัวมัวที่นั่งอยู่บนโต๊ะของเจ้านายแล้วขมวดคิ้ว “พ่อบ้านหลี่ เจ้าคอยดูแลรับใช้ท่านอ๋องมานานเท่าใดแล้ว” “ทูลพระชายา บ่าวอยู่รับใช้ท่านอ๋องมาตั้งแต่ฮ่องเต้มีพระบัญชาแต่งตั้งท่านอ๋องขึ้นเป็นรุ่ยอ๋อง นับดูแล้วก็ราวแปดปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยชิงเหยาฟังไปก็เปลี่ยนท่าทางไป นางลุกขึ้นมานั่งตัวตรงแล้วทำทีเป็นจัดแจงกระโปรงให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเงยหน้ามองพ่อบ้านหลี่ “ดูแลรับใช้ท่านอ๋องมาแปดปีแล้วรึ พ่อบ้านหลี่ เดิมทีชายาอ๋องอย่างข้าต้องการเพียงเสพสุข อยู่อย่างสบาย ไม่ต้องการปวดหัวด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างการดูแลบ่าวไพร่ เห็นเจ้าเป็นคนเก่าแก่ที่อยู่รับใช้ท่านอ๋องมานานจึงไม่ต้องการก้าวก่ายการอบรมบ่าวไพร่ของเจ้า...แต่ว่า ถึงแม้เจ้านายทั้งหลายจะไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ ก็ใช่ว่าเจ้าจะละเลย ดูแลไม่เข้มงวดกวดขันเช่นนี้ได้” พ่อบ้านหลี่ขมวดคิ้วเป็นปม ความคิดหมุนเร็วจี๋ ที่แท้แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ “วันนี้ข้าให้คนไปเรียกเจ้ามาเพราะอยากจะตรวจสอบการอบรมบ่าวไพร่ของเจ้า...พ่อบ้านหลี่ไหนลองพูดมาสิ บ่าวไพร่ที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเอ่ยปากเถียงเจ้านายมีโทษสถานใด” “ทูลพระชายา มีโทษโบยยี่สิบไม้ ตัดเบี้ยหวัดหนึ่งปีพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านหลี่ตอบอย่างฉะฉานชัดเจน อีหมัวมัวเริ่มหน้าเปลี่ยนสี “ดี...นี่คือโทษที่หนึ่ง แล้วบ่าวไพร่ที่กล้าทำตัวเหยียบหัวเจ้านาย ไร้ความเคารพนบน้อม มีโทษสถานใด” “โทษโบยห้าสิบไม้ ขับออกจากจวนพ่ะย่ะค่ะ” “แล้วบ่าวรับใช้ที่คดโกงแอบขโมยกินของของเจ้านาย เป็นเหตุให้เจ้านายได้รับความยากลำบากจนล้มป่วย นี่นับเป็นโทษสถานใด” “ทูล...ทูลพระชายา หากเป็นเช่นนี้เท่ากับคิดปองร้ายเจ้านาย โทษโบยประหาร... อีหมัวมัวเริ่มตัวสั่นงันงก ที่ชายาเอกกล่าวถามมาทั้งหมดจนถึงตอนนี้นางถึงเพิ่งจะเข้าใจ ที่แท้...ที่แท้บ่าวที่ว่า หมายถึงนาง “บ่าวผิดไปแล้ว พระชายาทรงเมตตาด้วย!!” อีหมัวมัวยามนี้ไม่กล้าเหิมเกริม รีบคุกเข่าลงบนพื้นจากนั้นโขกหัวเพื่อขอความเมตตาซ้ำ ๆ หลายครั้ง ไม่นานนักหน้าผากอันเหี่ยวย่นของนางก็แตกจนเลือดไหลอาบหน้า “เด็ก ๆ ลากตัวอีหมัวมัวออกไปโบยประหาร!!” “พระชายา บ่าวผิดไปแล้ว พระชายาทรงเมตตาด้วย พระชายา!” “อีหมัวมัว ชายาอ๋องอย่างข้าให้โอกาสเจ้าซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เจ้าไม่เคยแก้ไข ปองร้ายข้าจนเกือบตาย นี่คือสิ่งตอบแทนของเจ้า ยาโสมคนพันปีหลายต่อหลายชามที่เจ้าดื่มเข้าไป คงช่วยให้ร่างกายเจ้าทนได้หลายชั่วยาม เพียงพอให้บ่าวทุกคนในจวนอ๋องได้เห็นเป็นตัวอย่าง” บ่าวรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนเข้ามาลากอีหมัวมัวออกไป เตรียมการลงโทษ ร่างของอีหมัวมัวถูกวางพาดไว้บนเก้าอี้ไม้ยาวแขนขาถูกบ่าวไพร่จับเอาไว้... “ช้าก่อน!” เจิงหย่งหมิงย่างกรายเข้ามาในเรือนยลจันทร์พอดี ที่ตามมาด้านหลังของเขาก็คือชายารองหลิวหรงเอ๋อร์ เห็นอีหมัวมัวกำลังจะโดนโบยจึงออกปากห้าม “คารวะท่านอ๋อง” เซี่ยชิงเหยาก้าวเข้าไปคารวะรุ่ยอ๋อง จากนั้นก็หันไปสั่งลงโทษอีหมัวมัวต่อ “อ๋องอย่างข้าสั่งให้หยุดมือไม่ใช่รึ อีหมัวมัวทำความผิดใดจึงต้องโทษโบยประหาร” เสียงเย็นชาของเขากลายเป็นเข้มดุเมื่อหันมาถามชิงเหยาที่กล้าขัดคำสั่งเขา “ทูลท่านอ๋อง อีหมัวมัวกำเริบเสิบสาน ไม่เคารพเจ้านายทั้งยังมีนิสัยคดโกงและคิดปองร้ายชายาเอกอย่างหม่อมฉัน พ่อบ้านหลี่บอกแล้วว่าความผิดเหล่านี้ เพียงพอให้นางโดนโทษโบยประหาร” “พี่หญิงเข้าใจผิดไปหรือไม่ อีหมัวมัวแต่ไรมาจงรักภักดี ไม่เคยคิดปองร้ายใครเลย ไม่ใช่ว่าท่านเห็นนางไม่เข้าตาจึงใส่ร้ายป้ายสี หาเรื่องลงโทษนาง ข้าเห็นว่าพี่สาวเพิ่งหายป่วย ไม่สู้สร้างบุญเอาไว้ ปล่อยนางไปสักครา” หลิวหรงเอ๋อร์ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้นมา รุ่ยอ๋องได้ฟังดังนั้นก็เตรียมจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่ขอโทษที นางในตอนนี้ไม่ใช่เซี่ยชิงเหยาคนเดิมแล้ว... “บังอาจนักหลิวหรงเอ๋อร์! ชายาอ๋องอย่างข้ากับท่านอ๋องกำลังสนทนากันอยู่ มีที่ให้เจ้าสอดปากสุนัขมาตั้งแต่เมื่อใด อีหมัวมัวพูดจาลามปามเจ้านายสามหนสองครา ข้าให้โอกาสมาหลายครั้งก็ไม่เคยแก้ไข ซ้ำร้ายยังอ้างชื่อเจ้ามาขโมยยาโสมคนพันปีไปดื่มเองจนทำให้ข้าเกือบตาย ตอนนี้เจ้ามาขอร้องแทนนางเช่นนี้ หรือว่าที่อีหมัวมัวทำลงไปเป็นเพราะได้รับคำสั่งมาจากเจ้าจริง ๆ” หลิวหรงเอ๋อร์ตกใจจนรีบคุกเข่าลงต่อหน้าชิงเหยา จากนั้นจึงเอ่ยปากอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าถูกใส่ร้าย พี่สาว ท่านอ๋องเพคะ หรงเอ๋อร์ไม่เคยสั่งอีหมัวมัวให้รังแกพี่สาวเช่นนั้นเลยนะเพคะ” “หรงเอ๋อร์ลุกขึ้นเถอะ อ๋องอย่างข้าเชื่อเจ้า แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าเป็นคนจิตใจดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร จะสั่งบ่าวไพร่ให้ทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร” หึ...ในใจชิงเหยาเกิดความดูแคลนขึ้นมาระลอกหนึ่ง ผู้ที่เคยตายไปแล้วหนึ่งครั้งถึงจะฉลาดขึ้นได้สินะ ยามนี้มองดูรุ่ยอ๋องหลงเล่ห์ของหลิวหรงเอ๋อร์เช่นนั้นนางได้แต่ส่ายศีรษะในใจ...ช่างเขลายิ่งนัก... “ในเมื่อชายารองไม่เคยสั่งนางมาเช่นนั้น การที่อีหมัวมัวแอบอ้างชื่อเจ้านายก็จะกลายเป็นการเพิ่มโทษของนางให้หนักขึ้นไปอีก เช่นนั้นท่านอ๋องคงไม่ขัดการลงโทษของหม่อมฉันแล้วกระมัง” รุ่ยอ๋องนิ่งเงียบไม่ตอบคำ “ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มการลงโทษได้ ชายาอ๋องอย่างข้าจะคอยจับตาดูจนกว่าการลงโทษจะจบสิ้น!” โดนโบยไปเพียงสามสิบไม้ ร่างกายแก่ๆ ของอีหมัวมัวก็เริ่มทนไม่ไหว เสียงร้องโอดโอยดังเลื่อนลั่นของนางค่อยๆ เบาลงในไม้ที่สามสิบเอ็ด รุ่ยอ๋องและหลิวหรงเอ๋อร์เมื่อโดนนางหักหน้ากันไปคนละทีแล้วก็จึงขี้คร้านจะอยู่ต่อ ประคองกันจากไปตั้งแต่เริ่มการลงโทษ ชิงเหยาเรียกให้บ่าวรับใช้ไปยกเก้าอี้ออกมา นางนั่งลงดูการลงโทษอย่างเฉยชา ถ้วยชาในมือถูกยกขึ้นจิบเป็นครั้งคราว ตีถึงไม้ที่ห้าสิบอีหมัวมัวหมดสิ้นเสียงร้อง ร่างกายนางสั่นระริก ชิงเหยายกมือขึ้นสั่งให้หยุดโบย จากนั้นจึงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างหน้าอีหมัวมัว "อีหมัวมัว...จริงอยู่ที่ข้าคือหญิงสาวชาวนาผู้ต่ำต้อย แต่ในเมื่อได้แต่งเข้ามาในจวนอ๋อง ข้าก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกแล้ว พูดถึงศักดิ์ฐานะใยมิใช่สูงส่งวาสนาดีเพราะสามี แต่เจ้าล่ะ ถึงแม้เจ้าจะเคยรับใช้เจียงกุ้ยเฟย เสด็จแม่ของรุ่ยอ๋อง แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่เจ้าก็มีฐานะเป็นเพียงบ่าวไพร่เท่านั้น อีหมัวมัว คราวนี้เจ้ารู้รึยังว่าใครเป็นนายแล้วใคร...เป็นบ่าว!" อีหมัวมัวไร้สิ้นเรี่ยวแรงจะตอบคำ ยามนี้แม้แต่จะกระดิกนิ้วยังไม่สามารถ ดังนั้นนางจึงใช้สายตาเคียดแค้นจ้องมองมาที่ชิงเหยาแทน ชิงเหยาจ้องเข้าไปในตาของอีหมัวมัวอย่างไม่เกรงกลัว ผลลัพธ์ทั้งหมดที่เจ้าได้รับในวันนี้ ล้วนมาจากการกระทำของเจ้าเองทั้งสิ้น “ไปดีล่ะอีหมัวมัว หากยังมีชาติหน้าให้เกิด จงจำไว้ว่าต้องสร้างบุญกุศลเยอะๆ อย่าไประรานทำร้ายผู้อื่นเช่นชาตินี้อีก” กล่าวจบนางก็หันกายเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้เช่นเดิม ในเมื่อพูดไปแล้วว่าจะคอยมองดูจนกว่าการโบยตีจะจบสิ้น นางก็จะคอยมองดูอย่างตั้งอกตั้งใจเชียวล่ะ พ่อบ้านหลี่ที่ยามนี้ยังคงยืนรอดูการลงโทษเช่นกันก็เริ่มมีความรู้สึกครั่นคร้ามต่อชายาเอกผู้นี้ แต่เดิมตอนที่นางแต่งเข้าจวนอ๋องมา แม้จะบอกใครต่อใครว่านางถือกำเนิดมาจากครอบครัวชาวนาในแถบชนบทของเซี่ยโจว แต่ยามนั้นเขากลับมองเห็นท่วงท่าสง่างามแฝงความสูงศักดิ์จาง ๆ ของชายาเอกผู้นี้ได้ บ่าวเฒ่าเช่นเขารับรู้ได้จากประสบการณ์ว่าเซี่ยชิงเหยาผู้นี้อาจไม่ได้เป็นเช่นที่เห็น เขาจึงไม่เคยวางท่าล่วงเกินใด ๆ ต่อนาง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี บ่าวไพร่คนอื่นที่เห็นความน่าเกรงขามของพระชายาเอกอย่างเต็มตาก็ล้วนเก็บไม้เก็บมือเก็บเขี้ยวเล็บของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ วันนี้มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว เกรงว่าจวนอ๋องคงเงียบสงบไปอีกพักใหญ่ บ่ายวันถัดมาชิงเหยาเอนกายนอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ในสวนหลังเรือนยลจันทร์ ร่างกายของนางยังคงอ่อนแอเพราะสูญเสียเลือดไปมาก เสี่ยวเหยาจึงให้นางพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายก่อนจากนั้นค่อยคิดหาทางอื่นๆ ต่อไป ‘ชิงเหยา ได้เวลากินยาแล้ว’ เสียงของเสี่ยวเหยาดังขึ้นทำให้นางตื่นจากนิทรา ชิงเหยาลืมตาที่ง่วงงุนขึ้นมามองก็เห็นเสี่ยวเหยาถือเม็ดยาสีแดงคล้ำดั่งสีโลหิตยื่นมาให้นาง “นี่มันยาอะไรกัน” ชิงเหยามองเม็ดยาในมือเสี่ยวเหยาอย่างสงสัย นางไม่เคยเห็นเม็ดยาเช่นนี้มาก่อนจึงมองมันเป็นของแปลกประหลาดอยู่บ้าง ‘ยานี่คือยาบำรุงเลือด เจ้ากินยานี่วันละเม็ดก็ได้แล้ว ไม่ต้องไปนั่งต้มยาเองวันละสองชั่วยามหรอก’ “เจ้าเม็ดเล็ก ๆ แค่นี้ก็สามารถบำรุงร่างกายของข้าได้รึ” แม้ปากจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ชิงเหยาก็คว้าเอายามาใส่ปากเรียบร้อย เม็ดยาค่อนข้างกลืนยากอยู่บ้าง ชิงเหยาหน้าแหย ‘ยานี่น่ะ กินเข้าไปแล้วต้องดื่มน้ำตาม ไม่อย่างนั้นเจ้าได้โดนยาติดคอตายก่อนจะได้บำรุงเลือดเสียอีก’ ชิงเหยาพยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นจึงรินชาใส่ถ้วยแล้วซดชาตามเข้าไป เสี่ยวเหยามองดูการกระทำของชิงเหยาแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อนางก็หายวับไปแล้ว สวบสาบ! เสียงคนเดินเหยียบใบไม้ใบหญ้าดังมากระทบหูของชิงเหยา นางจึงหันไปมอง ผู้ที่เดินเข้ามาก็คือปี้หนี่ว์สาวใช้ประจำตัวของหลิวหรงเอ๋อร์ ปี้หนี่ว์เดินมาหยุดลงตรงหน้าชิงเหยา แล้วคำนับเสียงสะบัดอย่างไม่เต็มใจนัก “คารวะพระชายา” ชิงเหยานิ่งเงียบไม่ตอบคำ นางทำราวกับตนเองอยู่ที่นี่คนเดียวนั่งจิบชาไปพลางชื่นชมความงามของดอกไม้ไปพลาง ลมพัดโชยเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกซิ่งมาแตะจมูก ช่วยทำให้คนผ่อนคลาย ชิงเหยาหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ซึมซับบรรยากาศนั้น แต่ดูเหมือนปี้หนี่ว์จะไม่มีความอดทนให้นางนานกว่านี้ น้ำเสียงกระแทกกระทั้นดังออกมาขัดจังหวะ “พระชายาทรงมีอารมณ์สุนทรีย์เสียจริง แม้กระทั่งบ่าวเข้ามาใกล้แล้วก็ยังไม่สนใจ” ชิงเหยาปรายตามองอย่างเสียอารมณ์ “มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า นายไร้มารยาทเช่นไร บ่าวก็เป็นเช่นนั้น ดูท่าจะเป็นสัจธรรมสินะ ปี้หนี่ว์ บทเรียนของอีหมัวมัวไม่ได้ช่วยเตือนใจเจ้าเลยรึ!” ปี้หนี่ว์ย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อวาน บ่าวไพร่ต่างจับกลุ่มพูดคุยกันไม่หยุดเรื่องที่อีหมัวมัวโดนโบยประหารเพราะล่วงเกินชายาเอก เมื่อวานนางถูกชายารองใช้ให้กลับไปบ้านมารดาเพื่อนำโสมคนพันปีไปกำนัลให้ฮูหยินหลิว จึงไม่ได้เห็นอีหมัวมัวโดนชายาเอกลงโทษกับตา นางจึงมีความไม่เชื่ออยู่บ้าง แต่ปี้หนี่ว์เป็นคนฉลาด นางเลือกที่จะนอบน้อมเพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ ของนางไว้ก่อน “บ่าวเลอะเลือนไปชั่วขณะจึงได้กล่าววาจาล่วงเกินพระชายา ขอพระชายทรงเมตตาละเว้นบ่าวต่ำต้อยด้วยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหยาที่มองเห็นเหตุการณ์นี้ผ่านทางดวงตาเดียวกันกับชิงเหยาต้องร้องอุทานออกมาอย่างชื่นชมปนเหน็บแนม ‘อยู่เป็นจริง ๆ’ “ช่างเถอะ ข้าเองก็ไม่อยากให้มือเท้าต้องเปรอะเปื้อนความต้อยต่ำของบ่าวรับใช้เช่นเจ้า ครั้งนี้ข้าจะละเว้นให้ แต่ถ้ามีครั้งต่อไปอย่าหาว่าข้าใจดำ! พูดมา...เจ้านายของเจ้าใช้เจ้ามาทำอะไร” “ทูลพระชายา ท่านอ๋องยามนี้อยู่ที่เรือนตะวันฉายของชายารอง ทรงมีบัญชาให้บ่าวมาเชิญพระชายาไปพบเจ้าค่ะ” ความคิดของชิงเหยาหมุนเร็วจี๋ ดูสิ ข้ายังไม่ทันไปหาเรื่อง ก็มีเรื่องวิ่งมาหาข้า! รุ่ยอ๋องนะรุ่ยอ๋อง ท่านนับเป็นตัวอะไรกัน ท่านเรียกหาข้าก็ต้องไปพบงั้นรึ ฝันไปเถอะ คิดดังนั้นนางก็พลันใช้นิ้วมือเรียวขาวราวกับลำเทียนมาลูบที่ตรงขมับและบีบนวดเบา ๆ ใบหน้างามก้มลงจนมองไม่เห็นสีหน้าชัดเจน ชิงเหยาเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “รบกวนเจ้าไปแจ้งท่านอ๋องให้ข้าทีเถอะ หลายวันก่อนข้าสูญเสียเลือดไปมากเพราะต้องนำไปปรุงยาให้ชายารอง ร่างกายยังอ่อนเพลียอย่างยิ่ง เกรงว่าจะไปเข้าเฝ้าท่านอ๋องไม่ไหว” ความหมายก็คือเจ้าอ๋องสุนัขมารีดเลือดจากข้าไปบำเรอเมียน้อย ทำให้ข้าเกือบตายไปดื่มน้ำแกงยายเมิ่งอยู่รอมร่อ ยามนี้ยังมาเรียกร้องให้ข้าต้องไปไล่ตามเอาใจเจ้าอีกรึ หากอยากพบก็ไสหัวมาซะสิ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD