อดีตตามรังควาน

1151 Words
“เอกสารอะไร ?” เพียงชีวาถามเสียงแข็ง “ก็พวกใบมอบอำนาจ เรื่องการรักษา หรือเรื่องโอนสิทธิ์ต่าง ๆ ครับ” ชาญยิ้มเย็น “คุณก้องเกียรติฝากบอกว่า... ท่านไม่อยากให้คุณต้องมารับแรงกดดันจากคนแถวนี้มากนัก ข่าวลือมันไว... ท่านกลัวคุณจะเครียด” คำว่า “แรงกดดันจากคนแถวนี้” เป็นเหมือนการตบหน้าฉาดใหญ่ เขาบอกเธอเป็นนัย ๆ ว่าก้องเกียรติรู้ทุกอย่าง... รู้ว่าเธอถูกชาวบ้านนินทา รู้ว่าเธอกำลังจนมุม และเขากำลังยื่นมือเข้ามา... ไม่ใช่เพื่อช่วย แต่เพื่อล่ามโซ่เธอให้แน่นขึ้น “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันจัดการเองได้” เพียงชีวาตัดบท “คุณกลับไปเถอะ” “เกรงว่าจะไม่ได้ครับ” ชาญยังคงยิ้ม แต่แววตาเริ่มแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย “ผมได้รับคำสั่งมาให้ขอสำเนาแฟ้มประวัติการรักษาของคุณแม่คุณเพียงชีวา... โดยเฉพาะบันทึกเก่า ๆ เพื่อเอาไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่กรุงเทพฯ ท่านจะได้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด” เพียงชีวาตัวเย็นเฉียบ “บันทึกเก่า”... หมอเพิ่งบอกเธอว่าในนั้นมีความลับเรื่องรถหรูและแผลฟกช้ำ ถ้าชาญเอาแฟ้มไปได้ หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะมัดตัว “กมล วรเชษฐ์” ก็จะหายไปตลอดกาล “ฉันไม่อนุญาต” เพียงชีวาพูดเสียงดังขึ้นจนพยาบาลแถวนั้นหันมามอง “นั่นเป็นข้อมูลส่วนตัวของแม่ฉัน คุณไม่มีสิทธิ์” ชาญไม่สะทกสะท้าน “ใจเย็น ๆ สิครับคุณเพียงชีวา ถ้าคุณไม่สะดวก... งั้นแค่เซ็นใบยินยอมให้ผมเป็นผู้ประสานงานแทนก็ได้ครับ จะได้ถูกต้องตามระเบียบ” เขายื่นแฟ้มเอกสารบาง ๆ มาตรงหน้า พร้อมปากกาด้ามหรู... ปากกาที่หน้าตาคล้ายกับด้ามในกล่องเหล็กจนน่าขนลุก เพียงชีวามองปากกานั้น แล้วเงยหน้ามองชาญ “ฉันจะไม่เซ็นอะไรทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้อ่าน และฉันจะไม่ให้แฟ้มการรักษาของแม่กับใครหน้าไหนทั้งนั้น” รอยยิ้มบนหน้าชาญจางลงเล็กน้อย เหลือเพียงความเรียบตึงที่น่ากลัว “ครับ... ตามใจคุณ แต่คุณก้องเกียรติกำลังจะลงมาด้วยตัวเองเร็ว ๆ นี้... ถึงตอนนั้น ผมหวังว่าคุณคงจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้นะครับ” ทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่สุภาพที่สุด ชาญก็ก้มหัวให้เธออีกครั้ง แล้วถอยหลังกลับไปยืนที่หน้าเคาน์เตอร์เวชระเบียนเหมือนเดิม เขาไม่ได้กลับไปเฉย ๆ แต่เขายืนเฝ้า... ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาของยามเฝ้าประตูคุก เพียงชีวารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอกำโทรศัพท์แน่น หันหลังแล้วเดินหนีออกจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด เสียงข้อความในหัวยังดังก้อง... อย่าอยู่คนเดียว... ใครส่งมา ? และทำไมเขารู้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ? เพียงชีวาเดินกึ่งวิ่งออกมาหน้าโรงพยาบาล แดดสายสาดเปรี้ยงลงมาจนแสบผิว พื้นปูนร้อนระอุสะท้อนไอร้อนขึ้นมาวูบวาบ แต่ข้างในตัวเธอกลับหนาวสั่น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความหาฟ้ารุ่งด้วยมือที่สั่นเทา “มีคนของก้องเกียรติมาที่ รพ. ชื่อชาญ พยายามจะเอาแฟ้มการรักษาของแม่บัวตองไป... ถ้าฉันเป็นอะไรไป หรือถ้ามีอะไรหลุดในโซเชียล ช่วยเก็บหลักฐานให้ที” ทันทีที่ปลายนิ้วกดปุ่มส่งข้อความสำเร็จ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก็ดังขึ้นใกล้ ๆ รถกระบะสีดำคันใหญ่ สภาพเปื้อนฝุ่นโคลนแต่ดูดุดัน ขับปาดเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าเธออย่างรวดเร็วและไม่เกรงใจใคร ล้อรถบดกับขอบถนนดัง เอี๊ยด! กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม ผิวสีแทน แววตาดุและนิ่งสงบ ...เธียร... เขาไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้ทักทายเหมือนคนรู้จักกัน เขาแค่มองเธอแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงห้วนเหมือนสั่งคนงาน “ขึ้นรถ” เพียงชีวาชะงัก ยืนงงอยู่ริมถนน “นาย... นายมาได้ยังไง ?” “ฉันบอกให้ขึ้นรถ” เธียรย้ำเสียงหนักขึ้น สายตาของเขาไม่ได้มองเธอ แต่มองข้ามไหล่เธอไปที่ประตูทางเข้าโรงพยาบาล... มองไปที่จุดที่ชาญน่าจะกำลังเดินตามออกมา “ไอ้หน้าจืดนั่นมันยังมองเธออยู่” เพียงชีวาหันขวับกลับไปมอง และจริงอย่างที่เขาว่า... ชาญเดินออกมาที่หน้าตึกแล้ว เขายืนล้วงกระเป๋ามองมาทางนี้ สีหน้าเรียบเฉยแต่สายตาจดจ้องไม่วางตา “เร็วเข้า เพียงชีวา !” เธียรเรียกอีกครั้ง คราวนี้เขาเอื้อมมือมาผลักประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดให้ “อยากยืนเป็นเป้านิ่งให้มันส่องหรือไง ?” ความกลัวและความสับสนตีกันยุ่งเหยิงในหัว แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า... การไปกับเธียรปลอดภัยกว่าการยืนอยู่ตรงนี้ให้ชาญเดินมาถึงตัว เพียงชีวาตัดสินใจก้าวขึ้นรถกระบะ ปิดประตูดัง ปัง! เหมือนปิดโอกาสที่จะถอยหลังกลับ ทันทีที่ประตูปิด เธียรก็เข้าเกียร์แล้วกระชากรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฝุ่นตลบและสายตาของชาญไว้เบื้องหลัง รถกระบะพุ่งทะยานไปบนถนนลาดยาง มุ่งหน้าออกจากตัวอำเภอ ไม่ใช่ทางกลับบ้านเธอ แต่เป็นทางไปสู่ทุ่งนาเวิ้งว้าง ภายในห้องโดยสารเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คำรามต่ำ ๆ เพียงชีวานั่งตัวเกร็งมือกำสายเข็มขัดนิรภัยแน่น เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธียร... สันกรามของเขาขบแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตามองตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น “นายเป็นคนส่งข้อความนั่นใช่ไหม?” เพียงชีวาโพล่งถามขึ้นทำลายความเงียบ เธียรไม่ละสายตาจากถนน “ข้อความไหน ?” “อย่ามาทำเป็นไม่รู้!” เพียงชีวาหันไปจ้องเขา “ข้อความที่บอกพิกัด... ที่บอกว่าอย่าอยู่คนเดียว... นายส่งมาใช่ไหม? นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น?” เธียรถอนหายใจยาว เหมือนรำคาญใจที่เธอถามมาก “ฉันไม่ได้ส่ง” “โกหก !” เพียงชีวาเสียงดัง “ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร? ผีสางเทวดาที่ไหนจะมารู้ดีไปกว่านายอีก ?” เธียรหักพวงมาลัยเลี้ยวรถลงทางลูกรังอย่างแรงจนเพียงชีวาตัวเซ “ฉันบอกว่าไม่ได้ส่ง ก็คือไม่ได้ส่ง... แต่ฉันรู้ว่ามีคนเริ่มขยับ และฉันรู้ว่าไอ้พวกนั้นมันทำงานยังไง” “ไอ้พวกนั้น ?” “ก็พวกที่ใส่เสื้อเชิ้ตขาว ขับรถหรู พูดจาเพราะ ๆ แต่ถือมีดไว้ข้างหลังไง” เธียรปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แววตาอ่อนลงนิดหน่อยแต่ยังคงความดุดัน “คนที่รู้เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉันหรอกเพียงชีวา... ในหมู่บ้านนี้ ยังมีคนที่จำได้ และไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเดิม” “หมายความว่ายังไง ?” เพียงชีวาถามเสียงสั่น “ซ้ำรอยเดิม ? เหมือนครั้งก่อน?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD