“กะทิ” เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลังทำให้กิรณาต้องหยุดเดินและหันไปหาคนเรียกในทันที
“พี่วรรณ เรียกกะทิซะเสียงดังเชียว มีอะไรหรือเปล่าคะ” กิรณายกยิ้มถามหญิงสาววัยสี่สิบปลายๆที่เรียกให้เธอหยุด เธอเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในแผนกบัญชีของบริษัท
“พี่มาดีใจกับคนได้รางวัลที่หนึ่งนะ”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่วรรณรู้ไหมว่ากะทิจะได้เงินรางวัลเมื่อไหร่” เธอไม่ได้งกหรือเห็นแกเงินเลยนะ สักนิดนึงก็ไม่มี จริงจริ๊งง
“เรื่องนี้พี่ก็ไม่แน่ใจนะ น่าจะต้องรอท่านประธานอนุมัติอีกที แต่กะทิเนี่ยเก่งจริงๆ มาทำงานได้แค่ไม่กี่เดือนก็คว้าเงินรางวัลมากอดได้ขนาดนี้ พี่ว่าถ้ามีโปรเจกแบบนี้บ่อยๆกะทิต้องรวยเละแน่” พูดจบทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันไปทำงาน
กิรณา หญิงสาวที่ใครๆต่างมองว่าเป็นเด็กเนิร์ด ด้วยลุคผมยาวสีดำเข้ม ใส่แว่นตาทรงกลม ร่างกายตัวเล็กแลดูบอบบาง แต่งตัวเรียบร้อยไม่หวือหวา หลายคนอาจจะมองว่าเธอเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน น่ารัก
แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วเธอกลับมีนิสัยที่ตรงกันข้ามกับบุคลิกภายนอก เธอไม่ได้เรียบร้อยหรืออ่อนหวานสักนิด นั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นคิดไปเองทั้งนั้น
หญิงสาวมีความสามารถด้านการจดจำที่ดีเยี่ยม ซึ่งนั่นทำให้เธอสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ในวัยเพียง20ปี และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอแทบจะเป็นพนักงานที่อายุน้อยที่สุดในบริษัทนี้ก็ว่าได้
เธอเพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทนี้ได้เพียงแค่สามเดือนหลังจากที่เรียนจบ ด้วยความเอ็นดูของพี่วรรณผู้เป็นพี่สาวของเพื่อนสนิท ที่ชักชวนเธอมาทำงานด้วยกัน ซึ่งเธอก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สาวน้อยวัย 20ปี อย่างเธอได้มาทำงานในบริษัทชั้นนำในการผลิตเกมและซอฟต์แวร์ของประเทศ
“อาลุค ทำไมมีคนโค่นที่หนึ่งของอาได้ ดูสิตอนนี้ผมตกลงไปอยู่ที่สามแล้ว”
อชิระ ชายหนุ่มวัย28ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหล่า แฝงไปด้วยความทะเล้นและมีแววตาขี้เล่นซุกซน เอ่ยถามผู้เป็นอาเมื่อเขาเปิดเข้ามาในเกมแล้วกลับพบว่าตนเองได้หล่นจากอันดับที่สองไปอยู่ที่สามเรียบร้อยแล้ว
“พูดมากอะไรของแกแต่เช้าไอ้เลย์” เสียงเรียบของอธิศเอ่ยถามผู้มีศักดิ์เป็นหลาน ที่โวยตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา
อธิศ ชายหนุ่มวัย38ปี เป็นผู้ที่มีความหล่อเหล่าไม่แพ้อชิระ แต่เป็นความหล่อในขั้วที่ตรงกันข้าม อธิศมีความเป็นผู้ใหญ่และผู้นำสูง บุคลิกเงียบขรึม มีความเยือกเย็นในสายตาคมคู่นั้น
“อาลองเข้าเกมดูสิ มีคนชิงตำแหน่งที่หนึ่งของอาไปแล้ว”เมื่อทนอชิระรบเร้าไม่ไหวเขาจึงยอมกดเข้าไปดูภายในเกม ปรากฏว่าอันดับของเขาตกลงไปแล้วจริงๆ
“นี่มันผู้หญิงที่ขอผมแต่งงานเมื่อวานนี่อา แล้วทำไมเธอขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งได้ ทั้งที่ผมดูแล้วเธอน่าจะได้สูงสุดแค่ที่ห้าหรือที่หก” อชิระบ่นออกมาอย่างไม่เข้าใจ แม้เขาจะเห็นว่ามันเป็นแค่เกม แต่เธอสามารถขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งโดยไวอย่างนี้ได้ยังไงกัน
“เพราะฉันตกลงแต่งงานกับเธอด้วย” อธิศเฉลยความสงสัยให้หลานชาย เมื่อวานเขาเข้าไปในเกมคุยกับเธอตอนที่เขากำลังจะนอน ในตอนนั้นเขารู้สึกเพลียเลยตอบตกลงกับสิ่งที่เธอขอมาโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“ร้ายนักนะ เล่นมีผัวสองคนเลยเหรอ” อชิระกัดฟันคาดโทษคนที่ใช้วิธีลัดในการเล่นเกม อย่าให้เขารู้นะว่าใคร ใช่สิ เขาต้องได้รู้เพราะเธอต้องมาเอาเงินรางวัล
“อาว่าชีวิตจริงเธอจะอยากมีผัวสองคนไหม” อชิระกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างมีเลศนัย
“นายเคยเห็นตัวจริงเธอแล้วรึไง”
“ไม่เคย แต่อีกเดี๋ยวก็ได้เจอแล้วอา” อชิระเอ่ยออกมาอย่างนึกสนุก
“อา สนใจมั้ย” อชิระนั่งลงยังเก้าอี้ตรงข้ามกับอาหนุ่ม
“สนใจอะไร” อธิศจ้องหน้าเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย ดูท่าแล้วมันจะคงหาเรื่องปวดหัวมาให้เขาอีกแน่
“ก็แม่สาวเป่าเป้ยไง อยากจะรู้นักว่าตัวจริงจะขี้ยั่วเหมือนในเกมหรือเปล่า”
“ฉันว่าเขาออกจะน่ารัก ขี้อ้อนนะ” หรือเขาเจอสาวในเกมคนละคนกับหลานชาย
“ฉลาดนักนะยัยตัวแสบ รู้รสนิยมของอาซะด้วย ชักจะอยากเจอแล้วสิ”อชิระต่อสายไปยังเลขาหน้าห้อง จัดการสั่งสิ่งที่เขาต้องการ รอเจอกันได้เลยยัยคนเจ้าเล่ห์
“ถ้าเจอแล้วไม่ถูกใจนายจะทำไง”อธิศถามหลานชายที่กำลังนึกสนุกอยู่
“ก็ไม่ทำไง ให้เงินรางวัลแล้วก็แยกย้าย แต่...ถ้าถูกใจก็อีกเรื่องนึง”
ทั้งอธิศและอชิระเป็นประธานของบริษัทด้วยกันทั้งคู่ อชิระเป็นลูกของพี่ชายของเขาที่เสียไปพร้อมภรรยาตั้งแต่เด็กน้อยอายุได้เพียงสิบขวบ ทำให้เขาต้องคอยดูแล เป็นเพื่อนเล่น เป็นที่ปรึกษาให้หลานชายตั้งแต่นั้นมา จนทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันและสนิทสนมรักใคร่กันมาก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่นานเสียงเคาะประตูห้องทำงานของทั้งคู่ก็ดังขึ้น
“เข้ามา” อธิศเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา
“ได้แล้วค่ะท่านประธาน นี่คือประวัติของคนที่ได้คะแนนสูงสุดในการเล่นเกมของเราค่ะ” เลขาสาววางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานของอชิระ
“ขอบคุณมากครับคุณเหมย” อชิระหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดอ่านข้อมูลข้างในอย่างสนใจ
“ชื่อกิรณา กานต์จรัสวงศ์ ชื่อเล่นว่ากะทิ เป็นพนักงานฝ่ายบัญชี อายุ20ปี”