ข้อตกลงสีเลือด

1174 Words
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดรอยแตกของหลังคาฟาง แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นแก่ "ลู่ชิง" เลยแม้แต่น้อย นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้งราวกับถูกน้ำหนักพันชั่งทับไว้ ตลอดทั้งคืนนางแทบไม่ได้หลับใหล ภาพใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความแค้นของ "แม่ทัพหยางเจิ้น" วนเวียนอยู่ในหัวสลับกับภาพใบหน้าซูบผอมของท่านย่าและดวงตาใสซื่อของชิงเถา นางลุกขึ้นมาจัดแจงเช็ดตัวให้ท่านย่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะต้องจากไป "ท่านย่าเจ้าคะ... ประเดี๋ยวจะมีคนมารับท่านกับชิงเถาไปอยู่ที่จวนใหม่ ที่นั่นจะมีหมอเก่งๆ มีอาหารดีๆ ท่านต้องหายไวๆ นะเจ้าคะ" หญิงชราลืมตาขึ้นมองหลานสาวด้วยความพร่ามัว มือที่สั่นเทาเอื้อมมาลูบแก้มซีดเซียวของลู่ชิง "ชิงเอ๋อร์... เจ้าจะไปไหน... ย่าไม่อยากให้เจ้าลำบากเพราะย่าเลย" "ข้าไม่ได้ลำบากเจ้าค่ะท่านย่า ท่านแม่ทัพ... เขาเมตตาข้า เขาให้ข้าไปรับใช้ในจวน" ลู่ชิงฝืนปั้นคำลวงที่ขมขื่นที่สุดในชีวิต นางหันไปกอดชิงเถาที่กำลังร้องไห้เงียบๆ "ดูแลท่านย่าแทนพี่ด้วยนะชิงเถา พี่จะส่งเงินมาให้เจ้าเสมอ" ไม่นานนัก รถม้าไม้ธรรมดาที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ใดๆ ก็มาจอดที่หน้าเพิงพัก ทหารองครักษ์หน้าตาบึ้งตึงสองนายก้าวลงมา "คุณหนูลู่... ถึงเวลาแล้ว ท่านแม่ทัพสั่งให้ข้าพาย่าและน้องสาวของท่านไปพักที่เรือนรับรองท้ายจวน ส่วนท่าน... ต้องไปที่เรือนใหญ่" ลู่ชิงพยักหน้ารับคำอย่างสงบ นางเดินขึ้นรถม้าไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองซากปรักหักพังที่เคยเรียกว่าบ้าน เพราะนางรู้ดีว่าทางข้างหน้าคือ "กรงทอง" ที่สร้างขึ้นจากไฟแค้น จวนแม่ทัพหยางช่างกว้างขวางและโอ่อ่า ผิดกับบ้านหลังเก่าของนางราวฟ้ากับเหว ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยือกจนขนลุก ลู่ชิงถูกนำตัวไปยังเรือนหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางจวน บ่าวไพร่หลายคนแอบมองนางด้วยสายตาที่หลากหลาย บางคนมองด้วยความสมเพช บางคนมองด้วยความเกลียดชังเพราะเคยถูกตระกูลลู่รังแก แต่มีบ่าวไพร่เก่าแก่บางกลุ่มที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากลู่ชิงแอบมองนางด้วยความเวทนาและห่วงใย "หยุดอยู่ตรงนั้น!" เสียงอันทรงพลังดังมาจากโถงกลาง หยางเจิ้นในชุดลำลองสีดำขลิบทองนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก มือถือถ้วยชาด้วยท่าทางผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยรังสีอำนาจ เขาจ้องมองลู่ชิงที่อยู่ในชุดผ้าป่านสีหม่นซึ่งดูขัดกับความโอ่อ่าของสถานที่ยิ่งนัก "คุกเข่าลง!" เขาออกคำสั่งสั้นๆ ลู่ชิงคุกเข่าลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ ก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก "ข้าน้อย... มาชดใช้หนี้ตามที่ท่านต้องการแล้วเจ้าค่ะ" "ดีที่เจ้ายังรู้จักหน้าที่" หยางเจิ้นลุกขึ้นเดินมาช้าๆ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดัง ตึก... ตึก... ราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำในใจของนาง "เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่ง 'สาวใช้อุ่นเตียง' ของข้า ไม่ได้มีหน้าที่แค่ปัดกวาดเช็ดถู" เขาเชยคางนางขึ้นมาอีกครั้ง สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยล้ำที่แม้จะซูบผอมไปบ้างแต่ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจ "เจ้าต้องอยู่ใต้ร่างข้าในยามค่ำคืน ยอมรับการระบายอารมณ์ของข้าโดยห้ามมีปากเสียง และในยามกลางวัน เจ้าต้องทำงานหนักเหมือนบ่าวไพร่ชั้นต่ำที่สุดในจวนนี้ เพื่อให้เจ้าได้สำนึกว่า... ความยากลำบากที่ครอบครัวข้าเคยเจอ มันรสชาติเป็นอย่างไร" "ข้า... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" น้ำตาหนึ่งหยดไหลร่วงเผาะลงบนหลังมือของหยางเจิ้น เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนจากหยาดน้ำตานั้น แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจ "อย่ามาบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสาร! ในวันที่พ่อเจ้าสั่งทำลายจวนข้า น้ำตาข้าไหลจนเป็นสายเลือด เจ้าเคยชายตาแลไหม!" "ท่านแม่ทัพ... ในวันนั้น ข้าแอบส่งคนไปแจ้งข่าวท่าน..." ลู่ชิงพยายามจะอธิบายความจริงที่นางเก็บงำมานาน "โกหก!" หยางเจิ้นตวาดก้องพลางผลักนางจนล้มคว่ำ "เจ้ามันก็แค่ปีศาจในคราบเทพธิดา เหมือนพ่อเจ้าไม่มีผิด! พอกันที... พ่อบ้าน! พานางไปเปลี่ยนชุด แล้วส่งนางไปที่โรงครัว เริ่มงานตั้งแต่เดี๋ยวนี้!" ตลอดทั้งวัน ลู่ชิงถูกใช้งานอย่างหนัก นางต้องหาบน้ำจากบ่อหลังจวนมาเติมในถังไม้กองโต ต้องขัดหม้อใบใหญ่ที่ดำเขม่าจนมือพองแตก และถูกพ่อบ้านใจร้ายคอยคัดง้างใช้งานไม่ให้พักแม้แต่นาทีเดียว "ป้าจาง" แม่ครัวใหญ่ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ทนเห็นไม่ได้จึงแอบเดินเข้ามาหาในจังหวะที่พ่อบ้านไม่อยู่ "คุณหนูลู่... พักบ้างเถอะเจ้าค่ะ มาดื่มน้ำก่อน" ลู่ชิงเงยหน้าที่อาบเหงื่อขึ้นมาฝืนยิ้ม "ขอบคุณเจ้าค่ะป้าจาง ข้ายังไหว... ท่านอย่าเรียกข้าว่าคุณหนูเลย บัดนี้ข้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้คนหนึ่ง" "โถ่... ป้ารู้ดีว่าคุณหนูเป็นคนอย่างไร" ป้าจางกระซิบพลางยัดหมั่นโถวอุ่นๆ ใส่หัตถ์ของนาง "พวกเราหลายคนในจวนนี้จำได้ดีว่าคุณหนูเคยช่วยชีวิตครอบครัวพวกเราไว้ตอนที่ท่านโหวลู่สั่งเก็บภาษีเกินขนาด ท่านแม่ทัพท่านความแค้นบังตาจนมองไม่เห็นความจริง... อดทนหน่อยนะเจ้าคะ" ลู่ชิงซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ แต่นางก็ต้องรีบซ่อนหมั่นโถวนั้นไว้ใต้ผ้ากันเปื้อนเมื่อเห็นเงาร่างของหยางเจิ้นเดินเข้ามาในห้องครัว "งานเสร็จหรือยัง!" เขาถามเสียงเข้ม "ใกล้แล้วเจ้าค่ะ" ลู่ชิงรีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ หยางเจิ้นมองดูร่างบางที่สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า ใจหนึ่งเขารู้สึกสะใจที่เห็นนางตกต่ำ แต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นนางไม่ปริปากบ่นหรือร้องขอความเมตตาเหมือนที่เขาคาดหวังไว้ "จำไว้... คืนนี้ ข้าจะไปรอเจ้าที่เรือนพยัคฆ์คำราม อย่าให้ข้าต้องรอจนเสียอารมณ์" เขาประกาศกร้าวต่อหน้าบ่าวไพร่ทุกคน เพื่อประจานให้ลู่ชิงได้รับความอัปยศถึงที่สุด ลู่ชิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความเหนื่อยล้าจากงานหนักยังพอทนได้ แต่ความอัปยศที่ต้องกลายเป็นสิ่งของบำเรอความแค้นของชายที่นางเคยแอบมีใจให้ในวัยเยาว์... คือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด ค่ำคืนที่แสนยาวนานกำลังจะเริ่มขึ้น และนางรู้ดีว่า... ร่างกายนี้อาจต้องแตกสลายเพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่นางรัก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD