กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ใน "เรือนพยัคฆ์คำราม" ไม่เคยช่วยให้ "ลู่ชิง" รู้สึกผ่อนคลาย นางนั่งคุกเข่าอยู่ข้างอ่างล้างหน้าทองเหลือง มือเรียวบางสั่นเทาขณะบิดผ้าขนสัตว์ชุบน้ำอุ่นเพื่อเตรียมปรนนิบัติ "แม่ทัพหยางเจิ้น" ที่เพิ่งตื่นจากบรรทม ร่างสูงสง่าลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง สายตาคมปราบจ้องมองแผ่นหลังบางที่ดูห่อเหี่ยวลงกว่าวันวาน
"ขยับมานี่..." เสียงทุ้มต่ำสั่งการ
ลู่ชิงขยับเข้าไปใกล้ ค่อยๆ เอื้อมมือไปเช็ดใบหน้าให้เขาอย่างเบามือ ทว่าทันทีที่นางขยับกาย ความเจ็บปวดแปลบจากช่องท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาจนนางเผลอชะงัก ลมหายใจขาดช่วงไปครู่หนึ่ง หยางเจิ้นขมวดคิ้วคว้าข้อมือของนางไว้แน่น
"ทำไมมือเจ้าสั่นขนาดนี้? หรือว่างานในโรงครัวมันหนักเกินไปสำหรับคุณหนูผู้บอบบางอย่างเจ้า?" เขากระต่ายิ้มเย้ยหยัน "ถ้าทำไม่ไหว ก็กราบเท้าขอข้าสิ เผื่อข้าจะเมตตาให้เจ้าไปกวาดคอกม้าแทน"
"ข้า... ข้ายังไหวเจ้าค่ะ" ลู่ชิงฝืนตอบ เสียงของนางแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
"ไหวงั้นหรือ? หน้าซีดเป็นศพขนาดนี้ ยังจะอวดดีอีก!" เขาปัดผ้าในมือนางทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะกระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนอกนุ่มปะทะกับแผงอกแกร่ง "จำใส่หัวไว้ลู่ชิง... เจ้าไม่มีสิทธิ์ป่วย ไม่มีสิทธิ์เหนื่อย จนกว่าข้าจะสั่งให้เจ้าตาย!"
หยางเจิ้นบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่จาบจ้วงและรุนแรงทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้ ลู่ชิงพยายามข่มกลั้นความรู้สึกทรมานในอก แต่มันกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งนางทนไม่ไหว...
"แค่ก! แค่กๆ..."
ลู่ชิงสำลักออกมาอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มจนหยางเจิ้นต้องปล่อยมือด้วยความตกใจ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดกระตุกวูบ...บนฝ่ามือที่นางยกขึ้นปิดปาก มีหยาดเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนอยู่เต็มไปหมด รวมถึงหยดเลือดที่กระเซ็นโดนสาบเสื้อคลุมสีขาวของเขาด้วย
"นี่เจ้า..." หยางเจิ้นอึ้งไปชั่วขณะ แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหววูบหนึ่ง
"ขอ... ขออภัยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยทำเสื้อท่านเลอะ..." ลู่ชิงพยายามจะใช้ชายเสื้อของตัวเองเช็ดคราบเลือดบนตัวเขา แต่นางกลับไม่มีแรงพอจะทรงตัว ร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้นหินท่ามกลางเสียงไอที่ยังคงดังต่อเนื่อง
"พ่อบ้าน! ตามหมอมาเดี๋ยวนี้!" หยางเจิ้นตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวายใจที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ
ไม่นานนัก "หมอหลวงโอว" ที่ถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วนก็เดินออกมาจากห้องนอนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หยางเจิ้นยืนรออยู่โถงด้านนอกด้วยอาการกระวนกระวายใจ เขาเดินจงกรมไปมาจนพื้นแทบสึก
"นางเป็นอย่างไรบ้าง?" เขาถามทันทีที่เห็นหน้าหมอ
"ท่านแม่ทัพ..." หมอโอวถอนหายใจยาว "แม่นางลู่ชิงมีอาการปอดอักเสบเรื้อรัง ร่างกายของนางขาดสารอาหารอย่างรุนแรงมาเป็นเวลานาน ประกอบกับความเครียดและการทำงานหนักจนเกินกำลัง... ที่สำคัญ บาดแผลตามร่างกายของนาง..."
หมอโอวหยุดพูดพลางมองหน้าหยางเจิ้นด้วยสายตาเชิงตำหนิ "สัมผัสที่รุนแรงเกินไปในช่วงที่ร่างกายนางอ่อนแอ ทำให้ข้างในบอบช้ำหนัก หากท่านยังขืนใช้ร่างกายของนางอย่างป่าเถื่อนต่อไป... ข้าเกรงว่านางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่พ้นฤดูเหมันต์นี้"
คำพูดของหมอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอกของหยางเจิ้น ไม่พ้นฤดูเหมันต์งั้นหรือ? ความแค้นที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีพุ่งพล่านขึ้นมาปะทะกับความรู้สึกประหลาดในใจ
"ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้ามาวิจารณ์ข้า! แค่รักษาให้นางหายก็พอ!" เขาตวาดกลบเกลื่อนความรู้สึกผิด
คืนนั้น หยางเจิ้นไม่ได้เรียกใช้ลู่ชิง เขาเดินเข้าไปในห้องนอนที่เงียบเชียบ เห็นนางนอนหลับใหลอยู่บนเตียง (ซึ่งเขาสั่งให้ย้ายนางขึ้นมานอนบนเตียงแทนพื้น) ใบหน้าของนางยามหลับดูซูบผอมจนน่าใจหาย ใต้ตาหมองคล้ำและริมฝีปากแห้งผาก
เขานั่งลงข้างเตียง มองดูมือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการทำงานหนัก ทันใดนั้นเขาก็เห็นถุงผ้าใบเล็กที่วางอยู่ใต้หมอนของนาง ด้วยความสงสัยเขาจึงหยิบมันขึ้นมาเปิดดู
ข้างในไม่มีทองคำหรือของมีค่า มีเพียงเศษผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ผืนหนึ่งที่มีลายปักรูปดอกบัวที่ขาดวิ่น... และเศษเหรียญอีแปะไม่กี่ตัวที่ถูกห่อไว้อย่างดี พร้อมกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือบรรจง
'ค่าขนมของชิงเถา... พี่จะรีบส่งไปให้'
หยางเจิ้นชะงักไป เศษผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น... เขาจำได้ดี มันคือผ้าที่เด็กหญิงคนหนึ่งเคยยื่นให้เขาผ่านช่องกำแพงในวันที่เขาถูกบิดาของนางสั่งโบยฐานบุกรุกจวนลู่เพื่อขอความเป็นธรรมให้ครอบครัว
"พี่ชาย... อย่าร้องไห้นะ ข้าขอโทษแทนท่านพ่อด้วย" เสียงใสๆ ในวันนั้นแว่วเข้ามาในหู
เขามองดูรอยช้ำบนข้อมือของนางที่เกิดจากฝีมือของเขาเอง ความสับสนเริ่มโจมตีหัวใจของแม่ทัพผู้แข็งแกร่ง หรือข้าจะมองผิดไปตลอด? นางคือลูกสาวของศัตรู... แต่ทำไมในความทรงจำที่เลือนลาง นางกลับเป็นคนเดียวที่มอบไออุ่นให้เขาในวันที่มืดมนที่สุด?
ทว่าทิฐิและความแค้นที่ฝังรากลึกมานานปีกลับพึมพำในใจ "นางอาจจะแค่แสร้งทำ... เพื่อรอโอกาสแทงข้างหลังข้า เหมือนที่พ่อของนางเคยทำ"
เขาวางถุงผ้าลงที่เดิมก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รู้เลยว่าลู่ชิงแอบลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย
"ท่านแม่ทัพ... หนี้แค้นของท่าน ข้าชดใช้ด้วยชีวิตก็น่าจะพอแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?" นางกระซิบแผ่วเบาพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงบนหมอนสีขาวสะอาด