กงล้อโศกนาฏกรรม

1251 Words
ลมหนาวต้นเหมันต์พัดกรรโชกผ่านตรอกแคบๆ ในเขตท้ายเมืองหลวง กลิ่นอับชื้นจากถังขยะและน้ำครำลอยอบอวลปะปนไปกับไอเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก ในเพิงพักซบเซาที่มุงด้วยฟางและแผ่นไม้ผุพัง "ลู่ชิง" สตรีวัยยี่สิบปีผู้มีใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงเค้าความงามล่มเมือง กำลังขยับข้อมือที่บวมแดงซักผ้ากองโตในกะละมังไม้เก่าๆ อย่างขะมักเขม้น เสียงไอโขลกๆ ดังมาจากแคร่ไม้ไผ่ด้านหลัง "ฮูหยินผู้เฒ่าลู่" ย่าของนางนอนห่มผ้าขี้ริ้วผืนบาง ร่างกายซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก ดวงตาฝ้าฟางเหม่อมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย ข้างๆ กันนั้นมี "ชิงเถา" น้องสาววัยเจ็ดขวบที่พยายามก่อไฟจากกิ่งไม้เปียกชื้นเพื่อต้มน้ำประทังหิว "พี่หญิง... ย่าไอหนักขึ้นอีกแล้วจ้ะ น้ำแกงก็เหลือเพียงก้นหม้อ" เสียงเล็กๆ ของน้องสาวสั่นเครือ แววตาใสซื่อเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความอดอยาก ลู่ชิงหยุดมือที่กำลังขยี้ผ้าหยาบๆ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตา ก่อนจะฝืนยิ้มปลอบใจ "อดทนหน่อยนะชิงเถา พี่ซักผ้ากองนี้เสร็จแล้วจะรีบนำไปส่งที่โรงเตี๊ยม เงินค่าจ้างวันนี้คงพอซื้อยาแก้ไอให้ท่านย่าและซื้อแป้งมาทำหมั่นโถวให้เจ้าได้กินอิ่ม" นางรู้ดีว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เงินไม่กี่อีแปะที่ได้รับจากการรับจ้างซักผ้าให้พวกตรากตรำทำงานในตลาด แทบจะซื้อยาเจียกเดียวยังไม่ได้ แต่ลู่ชิงไม่มีทางเลือกอื่น นับตั้งแต่ตระกูลลู่อันมั่งคั่งล่มสลายลงเมื่อห้าปีก่อนเพราะบิดาของนางถูกตราหน้าว่าทุจริตและกดขี่ราษฎร ชีวิตของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของนรกบนดิน ในอดีต ตระกูลลู่คือขุนนางระดับกลางที่ทรงอิทธิพล บิดาของนางเป็นคนละโมบและโหดร้าย มักใช้อำนาจบีบบังคับเอาที่ดินจากชาวบ้านและรังแกตระกูลเล็กๆ ที่ไร้ทางสู้ ทว่า... ท่ามกลางกองเพลิงแห่งความชั่วร้ายนั้น ลู่ชิงกลับเป็นเพียงหยาดน้ำค้างเดียวที่พยายามดับไฟ นางแอบนำทรัพย์สินส่วนตัวไปแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ แอบส่งยารักษาไปให้ครอบครัวที่ถูกบิดาโบยตี ชาวบ้านแถบนี้หลายคนยังจำได้ดีถึง "คุณหนูผู้เมตตา" ที่มักจะสวมผ้าคลุมหน้าออกมาแจกทานในยามวิกาล แต่ความดีเหล่านั้นกลับถูกฝังรากไปพร้อมกับความแค้นที่ฝังลึกในใจของผู้ที่ถูกกระทำ "หลีกไป! หลีกไป! ขบวนแม่ทัพหยางเสด็จกลับเมืองหลวงแล้ว!" เสียงตะโกนดังกึกก้องมาจากถนนสายหลัก พร้อมกับเสียงกีบม้าที่ควบตะบึงอย่างมั่นคงจนแผ่นดินสะเทือน ลู่ชิงชะงักงัน หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น "หยางเจิ้น" บุตรชายคนเดียวของตระกูลหยางที่เคยถูกตระกูลลู่กลั่นแกล้งจนบ้านแตกสาแหรกขาด พ่อแม่ของเขาต้องตายคากองเพลิงในวันที่ถูกยึดทรัพย์อย่างอยุติธรรม บัดนี้เขากลับมาแล้ว... ในฐานะแม่ทัพไร้พ่ายผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน ขบวนม้าศึกสีดำสนิทเคลื่อนผ่านตรอกแคบๆ อย่างช้าๆ ชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบด้วยความเกรงกลัวและชื่นชม ทว่าหยางเจิ้นกลับรั้งบังเ**ยนม้าไว้ สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำจ้องมองตรงมายังเพิงพักที่ซากศพแห่งเกียรติยศของตระกูลลู่ซุกหัวนอนอยู่ เขาก้าวลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม ชุดเกราะสีทองแดงต้องแสงแดดอ่อนๆ ดูน่าเกรงขามจนหายใจไม่ออก รองเท้าบูทหนังชั้นดีเหยียบลงบนพื้นดินที่แฉะชื้น เดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าสตรีที่กำลังก้มหน้าหมอบตัวสั่นเทาอยู่กับพื้น "เงยหน้าขึ้น..." เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นสั่งการ ราวกับมัจจุราชที่มาทวงวิญญาณ ลู่ชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่หม่นแสงสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของหยางเจิ้น ใบหน้าของเขาหล่อเหลาขึ้นมากจากความทรงจำในวัยเยาว์ แต่ความอ่อนโยนที่นางเคยเห็นตอนแอบเอาขนมไปให้เขาที่ข้างกำแพงจวนกลับเลือนหายไปสิ้น เหลือเพียงความเหี้ยมเกลียดที่พร้อมจะแผดเผานางให้เป็นจล "ไม่คิดเลยว่า... คุณหนูสิบเจ็ดแห่งตระกูลลู่ที่เคยเดินบนพรมแดง จะลงมาคลุกคลีกับกองขยะได้สมจริงถึงเพียงนี้" เขากระตุกยิ้มมุมปาก มือหนาเอื้อมมาบีบคางมนกระชากขึ้นมาอย่างแรงจนลู่ชิงเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด "ท่านแม่ทัพ... ได้โปรด..." นางพึมพำเสียงสั่น "ได้โปรดอะไร? เจ้าจะขอความเมตตาเหมือนที่ครอบครัวข้าเคยขอจากพ่อเจ้าอย่างนั้นหรือ?" เขาเพิ่มแรงบีบจนผิวขาวนวลเริ่มขึ้นรอยแดง "ในวันที่ไฟคอกจวนข้า เจ้าคงกำลังเสวยสุขอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ สินะ" "ข้า... ข้าไม่ได้..." "หุบปาก!" เขาตวาดเสียงดังจนชิงเถาที่แอบมองอยู่หลังเสาร้องไห้โฮออกมาด้วยความตกใจ "หนี้ที่ตระกูลเจ้าก่อไว้ มันไม่ได้จบลงแค่ความตายของพ่อเจ้า แต่มันต้องชดใช้ด้วยหยดเลือดและน้ำตาของทุกคนที่เหลืออยู่!" หยางเจิ้นกวาดสายตามองเข้าไปในเพิงพัก เห็นหญิงชราที่นอนใกล้ตายและเด็กน้อยที่สั่นเทา ความแค้นบังตาจนเขาไม่สนความจริงที่ว่าลู่ชิงคือคนเดียวที่พยายามช่วยครอบครัวเขาในตอนนั้น เขาจำได้เพียงภาพนางที่ยืนอยู่ข้างบิดาในวันที่เขาสูญเสียทุกอย่าง "ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า ลู่ชิง..." เขาปล่อยมือจากคางของนางอย่างแรงจนนางเสียหลักล้มลง "ย่าของเจ้าต้องการยา น้องสาวเจ้าต้องการที่เรียน และเจ้า... ต้องการเงินประทังชีวิตไปวันๆ ใช่ไหม?" เขาก้มลงมากระซิบข้างใบหูที่เย็นเฉียบ "มาเป็น 'สาวใช้อุ่นเตียง' ในจวนแม่ทัพของข้า รับใช้ข้าด้วยร่างกายที่เจ้าภูมิใจนักหนา แล้วข้าจะรับรองชีวิตของพวกมันสองคนให้สุขสบาย... แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าจะสั่งเผาเพลิงพักโสโครกนี่ทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ ให้พวกมันไปลงนรกพร้อมกับชื่อเสียงเน่าๆ ของเจ้า!" ลู่ชิงเบิกตาโพลง หัวใจเหมือนถูกบีบจนแตกสลาย ศักดิ์ศรีที่นางพยายามรักษามาตลอดหลายปีที่ตกอับกำลังจะถูกเหยียบย่ำ แต่นางมองไปที่ย่าที่เริ่มหายใจติดขัด และน้องสาวที่กอดเข่าร้องไห้... "ข้า... ข้าตกลงเจ้าค่ะ" นางก้มหัวลงแนบพื้นดินที่ชื้นแฉะ ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่โหดร้าย หยางเจิ้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "ดี! พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมารับ... เตรียมตัวรับการพิพากษาจากข้าได้เลย ลู่ชิง!" เขาสะบัดชายเสื้อคลุมหันหลังกลับ ทิ้งให้ลู่ชิงนั่งสะอื้นไห้ท่ามกลางสายตาเวทนาของชาวบ้านที่แอบมองอยู่ไกลๆ ทุกคนรู้ดีว่าลู่ชิงเป็นคนดี แต่ไม่มีใครกล้าขัดขวางอำนาจของแม่ทัพผู้คลั่งแค้น กงล้อแห่งโศกนาฏกรรมได้เริ่มหมุนแล้ว และครั้งนี้... มันจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะมีใครคนหนึ่งต้องพินาศได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD