จดหมายลึกลับและการเผชิญหน้า

1062 Words
ลมหนาวเริ่มกรรโชกแรงขึ้นราวกับจะประกาศก้องถึงการมาเยือนของฤดูเหมันต์ที่แท้จริง ภายในห้องสมุดของจวนแม่ทัพ "หยางเจิ้น" นั่งขมวดคิ้วจ้องมองกองเอกสารเก่าๆ ที่เขาพยายามรวบรวมมาจากกรมอาญาเรื่องการทุจริตของตระกูลลู่เมื่อห้าปีก่อน ยิ่งเขาขุดลึกลงไปเท่าไหร่ เขากลับพบความผิดปกติที่ชวนให้ใจสั่น "รายงานการยึดทรัพย์ตระกูลลู่: รายการทองคำและที่ดินสูญหายไปกว่าครึ่ง... ผู้นำสืบคดีแจ้งว่าถูกโยกย้ายไปยังบัญชีส่วนตัวของใต้เท้าเฉิน" ใต้เท้าเฉิน... อดีตลูกน้องคนสนิทของพ่อลู่ชิง ที่บัดนี้ก้าวขึ้นมาเป็นขุนนางใหญ่ฝ่ายพลเรือน หยางเจิ้นขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน หากสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง แสดงว่าพ่อของลู่ชิงอาจถูกหักหลังและใส่ร้ายเพื่อให้เป็นแพะรับบาปเพียงผู้เดียว และนั่นหมายความว่าความแค้นที่เขาเทราดลงบนตัวลู่ชิงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... อาจเป็นการลงทัณฑ์ผิดตัว "ท่านแม่ทัพเจ้าคะ... คุณหนูลู่... เอ่อ ลู่ชิงหายไปจากห้องเจ้าค่ะ!"ป้าจางวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะความคิดของเขา "หายไปไหน!" หยางเจิ้นผุดลุกขึ้นทันที ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาบดบังความสงสัยในใจทันควัน นางกล้าหนีข้าไปงั้นหรือ? ร่างกายเจียนตายขนาดนั้นยังริอ่านจะหนี! "ไม่ทราบเจ้าค่ะ พ่อบ้านบอกว่าเห็นนางแอบเดินออกไปทางประตูหลังจวนตั้งแต่ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.)" หยางเจิ้นไม่รอช้า เขาคว้ากระบี่คู่กายแล้วควบม้าออกไปท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปราย ในใจเขาเต็มไปด้วยภาพลวงตาว่านางอาจจะแอบไปนัดพบกับชายชู้ หรือแอบนำความลับในจวนไปขายให้ศัตรู ความระแวงทำให้เขาควบม้าฝ่าความหนาวเย็นไปจนถึงย่านชุมชนแออัดท้ายเมือง ที่นั่น... ท่ามกลางแสงตะเกียงริบหรี่ในศาลเจ้าเก่าเจ้าทาง หยางเจิ้นรั้งบังเ**ยนม้าไว้เมื่อเห็นร่างบางในชุดผ้าฝ้ายสีขาวซีดนั่งอยู่บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ นางไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กำลังโอบกอดเด็กหญิงตัวน้อยที่เขารับอุปถัมภ์ไว้... "ชิงเถา" "พี่หญิง... ท่านผอมลงมากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพรังแกท่านหรือเปล่า?" เสียงเล็กๆ ของน้องสาวถามด้วยความห่วงใยขณะซุกหน้าลงกับตักของพี่สาว ลู่ชิงลูบหัวน้องสาวอย่างเบามือ แม้นางจะไอออกมาเป็นระยะและร่างกายสั่นสะท้านเพราะความหนาว "เปล่าเลยชิงเถา... ท่านแม่ทัพเมตตาพี่มาก ท่านให้พี่ทำงานเบาๆ และให้เงินพี่ส่งมาให้เจ้ากับท่านย่าไงล่ะ ดูสิ... พี่เอาขนมที่เหลือจากจวนมาฝากเจ้าด้วยนะ" นางหยิบหมั่นโถวลูกเล็กที่ห่อไว้อย่างดีออกมาจากอกเสื้อ มันคือหมั่นโถวที่นางแอบเก็บไว้จากมื้อเย็นของตัวเองเพื่อให้ใจน้องสาวได้อิ่มหนำ ลู่ชิงฝืนยิ้มแม้ใบหน้าจะซีดเซียวจนเกือบจะกลมกลืนไปกับหิมะ "พี่หญิง... ข้าจะตั้งใจเรียน ข้าจะรีบโตไปช่วยท่านทำงานนะเจ้าคะ" ชิงเถากอดพี่สาวแน่น หยางเจิ้นที่แอบดูอยู่หลังเงาต้นไม้ใหญ่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความตั้งใจที่จะเข้าไปกระชากลากถูนางกลับจวนด้วยโทสะกลับมลายหายไปสิ้น เขามองดูสตรีที่เขาเรียกว่า "ปีศาจ" กำลังเสียสละแม้กระทั่งอาหารมื้อเดียวของตัวเองเพื่อคนอื่น นางไม่ได้มานัดพบใคร ไม่ได้มาขายความลับ... นางเพียงแค่คิดถึงครอบครัวจนยอมเสี่ยงตายเดินฝ่าหิมะออกมาทั้งที่ร่างกายยังบอบช้ำ "ลู่ชิง..." เขากระซิบแผ่วเบา ชื่อของนางบัดนี้ไม่ได้ให้รสชาติของความแค้นอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความขมขื่นที่เขายัดเยียดให้นาง ทว่าทิฐิของบุรุษผู้แข็งกร้าวกลับทำให้เขาไม่กล้าปรากฏตัวออกมาในตอนนี้ เขาเฝ้าดูจนกระทั่งลู่ชิงจำใจต้องจากน้องสาวเดินโซซัดโซเซกลับมาทางจวนแม่ทัพ นางไอออกมาเป็นเลือดก้อนใหญ่จนต้องพิงกำแพงเพื่อพักหายใจ หยางเจิ้นกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เขาอยากจะเข้าไปประคองนาง แต่ขากลับก้าวไม่ออก เมื่อลู่ชิงกลับถึงจวนและลอบเข้าห้องนอนอย่างเงียบเชียบ นางก็พบกับหยางเจิ้นที่นั่งรออยู่บนเตียงด้วยใบหน้าถมึงทึง "ไปไหนมา!" เขาตะคอกถาม น้ำเสียงกลับมาแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความสั่นไหวในใจ ลู่ชิงสะดุ้งสุดตัว นางทรุดเข่าลงหมอบกับพื้น "ข้าน้อย... ข้าน้อยเพียงแต่ออกไปเดินสูดอากาศเจ้าค่ะ ขออภัยที่ทำตามใจชอบ" "โกหก! เจ้าแอบไปนัดพบใครมา!" เขาเดินเข้าไปกระชากแขนนางขึ้นมา รอยช้ำเก่าที่ยังไม่หายดีถูกกดทับจนลู่ชิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "เจ้าเห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร ถึงได้กล้าออกไปข้างนอกโดยไม่ขออนุญาต!" "ข้าขอโทษเจ้าค่ะ... ฮึก... ข้าขอโทษ" นางร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น หยางเจิ้นจ้องมองดวงตาที่นองน้ำตาของนาง ใจหนึ่งเขาอยากจะกอดนางไว้และขอโทษที่ทำร้ายนาง แต่อีกใจหนึ่งเขากลับกลัวว่าหากเขาอ่อนแอ ความแค้นที่เป็นเสาหลักในชีวิตเขามาตลอดห้าปีจะพังทลายลง "คืนนี้... เจ้าต้องถูกทำโทษ" เขาขบกรามแน่น "ในเมื่อเจ้ายังมีแรงเดินออกไปข้างนอกได้ แสดงว่าร่างกายเจ้าคงหายดีแล้ว!" เขาเหวี่ยงนางลงบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เขารุกรานด้วยความสับสนและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพื่อพยายามลบภาพความอ่อนโยนของนางที่เขาเห็นในศาลเจ้า ลู่ชิงไอโขลกสลับกับเสียงสะอื้น นางปล่อยให้เขารังแกตามใจชอบโดยไม่ดิ้นรน ราวกับว่าจิตวิญญาณของนางได้ล่องลอยไปจากร่างนี้แล้ว หยางเจิ้นไม่รู้เลยว่า... การลงทัณฑ์ในคืนนี้ คือการตอกตะปูตัวสุดท้ายลงบนฝาโลงของสตรีที่เขารักที่สุดโดยไม่รู้ตัว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD