แสงสุดท้ายที่ริบหรี่

1091 Words
เกล็ดหิมะสีขาวโพลนเริ่มโปรยปรายหนาตาขึ้น บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพหยางนั้นช่างหนาวเหน็บเสียจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก "ลู่ชิง" นั่งเหม่อลอยอยู่บนตั่งเตี้ยๆ ในห้องนอนกว้างขวาง ร่างกายของนางบัดนี้ดูเปราะบางราวกับเครื่องเคลือบที่แตกร้าวไปทั่วทั้งชิ้น รอยช้ำสีกุหลาบเข้มที่ลำคอและข้อมือจากบทลงทัณฑ์อันป่าเถื่อนเมื่อคืนยังคงย้ำเตือนถึงสถานะ "ทาสอุ่นเตียง" ที่นางต้องแบกรับ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของ "ป้าจาง" ก็ดังขึ้นพร้อมกับการผลักประตูเข้ามาอย่างวิสาสะ ใบหน้าของหญิงชรานองไปด้วยน้ำตาและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "คุณหนูลู่... ฮึก... คุณหนูเจ้าคะ" ป้าจางทรุดตัวลงกอดเข่านาง "ที่เรือนรับรองท้ายจวน... ท่านย่า... ท่านย่าสิ้นแล้วเจ้าค่ะ!" โลกทั้งใบของลู่ชิงเหมือนจะหยุดหมุนในพริบตา นางเบิกตาค้าง หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น "ท่านย่า... ท่านย่าเพิ่งจะทานข้าวได้... ท่านย่าเพิ่งจะยิ้มให้ข้า..." นางหยัดกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนความเจ็บปวดที่กึ่งกลางลำตัว "ข้าจะไปหาท่านย่า... ป้าจาง พาข้าไปที!" ทว่าเมื่อนางก้าวพ้นประตูห้องนอน กลับพบกับแผงอกแกร่งในชุดเกราะสีดำทมิฬของ "แม่ทัพหยางเจิ้น" ที่ยืนขวางทางอยู่ ดวงตาของเขาเย็นเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลก "จะไปไหน!" เขาตวาดถามเสียงต่ำ "ท่านแม่ทัพ... ได้โปรด ท่านย่าของข้าสิ้นแล้ว ให้ข้าไปดูหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายเถอะเจ้าค่ะ" ลู่ชิงทรุดลงคุกเข่าอ้อนวอนแทบเท้าเขา น้ำตาไหลพรากอาบแก้มที่ซีดเซียว หยางเจิ้นขบกรามแน่น ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าหญิงชราสิ้นลมเพราะโรคชราที่รุมเร้าและร่างกายที่อ่อนแอเกินจะเยียวยา แต่ทิฐิและความแค้นที่ยังสุมอกกลับทำให้เขาพูดคำที่ร้ายกาจที่สุดออกมา "เจ้าไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น! หน้าที่ของเจ้าคืออยู่ที่นี่ ปรนนิบัติข้าตามข้อตกลง!" "แต่ท่านย่าคือครอบครัวของข้าที่เหลืออยู่กันไม่กี่คน...ท่านแม่ทัพ ใจคอท่านทำด้วยอะไร!" ลู่ชิงกรีดร้องออกมาอย่างสุดกลั้น "ครอบครัวงั้นหรือ? แล้วครอบครัวข้าล่ะ! ในวันที่พ่อเจ้าสั่งประหารพ่อข้า ข้าได้ดูหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายไหม!" เขาขว้าแขนนางขึ้นมาบีบแน่นจนกระดูกแทบแตก "เจ้าต้องรับรู้รสชาติของการสูญเสียโดยที่ทำอะไรไม่ได้... เหมือนที่ข้าเคยเป็น!" "ฮึก... ท่านแม่ทัพ... ข้าขอร้อง..." "พาตัวนางกลับเข้าไปในห้อง! ล่ามโซ่นางไว้ถ้าจำเป็น!" หยางเจิ้นหันไปสั่งองครักษ์ด้วยอารมณ์ที่คลุ้มคลั่ง เขารู้สึกผิดลึกๆ ที่ทำเช่นนี้ แต่เขากลับถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว ลู่ชิงถูกลากกลับเข้าไปในห้องนอนสลัว ประตูถูกปิดตายและลั่นดาลจากภายนอก นางทรุดตัวลงพิงประตู ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เสียงไอโขลกดังก้องไปทั่วห้องพร้อมกับลิ่มเลือดที่ถูกพ่นออกมาเปรอะเปื้อนพื้นห้องนอนสีขาวสะอาด "ท่านย่า... ข้าขอโทษ... พี่ขอโทษนะชิงเถา" นางพึมพำเสียงพร่า แววตาที่เคยมีความหวังริบหรี่บัดนี้ดับวูบลงไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว ตลอดสามวันที่ถูกกักขัง ลู่ชิงไม่แตะต้องอาหารหรือน้ำเลยแม้แต่หยดเดียว นางนั่งนิ่งอยู่มุมห้อง จ้องมองหน้าต่างที่ถูกปิดสนิท ร่างกายที่เคยซูบผอมอยู่แล้วกลับยิ่งเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ลมหายใจของนางแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่ได้ หยางเจิ้นที่แอบยืนมองผ่านช่องประตูอยู่ทุกวันเริ่มใจคอไม่ดี เขาเห็นนางไอเป็นเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นนางนอนขดตัวสั่นเทาด้วยพิษไข้ แต่ทิฐิอันโง่เขลากลับบอกให้เขาเข้มแข็งไว้ "นางแค่แสร้งทำ... นางไม่มีวันตายง่ายๆ หรอก" ทว่าในคืนที่สี่ หยางเจิ้นตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเพื่อจะบังคับให้นางกินข้าว เขาพบว่าลู่ชิงนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ ชุดสาวใช้สีขาวเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง นางไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้อ้อนวอนอีกต่อไป เขาอุ้มนางขึ้นมาวางบนเตียง สัมผัสได้ถึงผิวกายที่ร้อนระอุราวกับไฟสุม "ลู่ชิง! ลุกขึ้นมากินข้าวเดี๋ยวนี้! อย่ามาเล่นแง่กับข้า!" ลู่ชิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเขา แววตาของนางไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความกลัว... มีเพียงความเหนื่อยล้าที่เกินกว่าจะบรรยาย "ท่านแม่ทัพ... หนี้แค้นของท่าน... ข้าชดใช้ให้หมดแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?" "เจ้าพูดเรื่องอะไร! เจ้ายังต้องชดใช้ให้ข้าไปตลอดชีวิต!" เขาตะคอกใส่เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ "ท่านย่าไม่อยู่แล้ว... ชิงเถาก็มีที่เรียนแล้ว... ชีวิตข้า... ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไป" นางกระซิบพลางหลับตาลงอย่างอ่อนแรง "ถ้าท่านอยากจะฆ่าข้า... ก็ลงมือเถอะเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อย... ข้าอยากไปหาท่านย่า" คำพูดของนางเหมือนกริชที่แทงทะลุหน้าอกของหยางเจิ้น เขาจ้องมองใบหน้าที่งามล้ำแต่ซีดเซียวจนเกือบจะโปร่งแสงนั้น แล้วความทรงจำในวัยเยาว์ก็พรั่งพรูเข้ามา... ภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่แอบยื่นถุงเงินมาให้เขาในวันที่เขาหิวโหย ภาพที่นางร้องไห้เสียใจแทนบิดาที่ทำร้ายครอบครัวเขา เขาก้มลงซบหน้ากับมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของนาง "ลู่ชิง... ข้า..." คำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอไม่สามารถหลุดออกมาได้ ทิฐิยังคงค้ำคอเขาไว้ จนกระทั่งนางเริ่มไอออกมาเป็นเลือดอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงจนนางสำลักและหมดสติไปในอ้อมกอดของเขา หยางเจิ้นตะโกนเรียกหมออย่างบ้าคลั่ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตพยัคฆ์ศึก บัดนี้เขารู้แล้วว่า... ชัยชนะเหนือสตรีผู้นี้ คือความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยได้รับ แต่แสงสุดท้ายของเทียนเล่มนี้ กำลังริบหรี่ลงเรื่อยๆ ท่ามกลางพายุหิมะที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง... และเขาก็ไม่รู้เลยว่า จะมีปาฏิหาริย์ใดที่ช่วยรั้งชีวิตนางไว้ได้ทันเวลาหรือไม่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD