ตอนที่ 1 เพียงพบ

3408 Words
บทนำ สายตาคมจ้องมองเจ้าเล่ห์ร่างแกร่งเดินเข้าประชิดตัวหญิงสาวถอยหลังหนีจนตัวติดกับผนังอิงฟ้าอึกอักจะหนีแต่แขนแกร่งกั้นเอาไว้หญิงสาวมองเขาด้วยความหวั่นไหว ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเบียดตัวเข้าใกล้มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเผยให้เห็นกายแกร่งกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ “ลองลูบดูสิ” เสียงทุ้มแหบพร่า มือหนาจับให้มือบางลูบไล้หน้าอกแกร่งไล้ลงไปจนถึงซิกแพคหญิงสาวหลับตาเพื่อจำสัมผัสที่เธอคุ้นเคย ชายหนุ่มหายใจไม่ทั่วท้องวาบหวิวกับมือนุ่มที่ลูบไล้ร่างกาย เสียงหอบหายใจอดกลั้นสายตาคมจ้องมองหน้าหวานเคลื่อนลงมายังริมฝีปากบาง อยากฉกจูบริมฝีปากชมพูอ่อนนั้นเหลือเกิน “เป็นไงเหมือนของคนรักคุณไหม” “เหมือน”หญิงสาวลืมตามามองใบคมหน้าคมเธอนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ และนั้นทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที “มันต้องเหมือนสิเพราะคนรักของคุณไม่มีอยู่จริง เขา ไม่มีตัวตน ไม่ว่ากลิ่นกายหรือร่างกายผมก็เหมือนเขาเพราะคุณเอาผมมาเป็นต้นแบบของคนรักมโนไง คุณรู้ว่าผมไม่มีทางมองผู้หญิงอย่างคุณ ก็เลยสร้างเรื่องเล่าโง่ ๆ บอกว่าผมเหมือนคนรักเพื่อหาเรื่องเข้าใกล้ผม” “ฉันไม่ได้หาเรื่องเข้าหาคุณ และคนรักฉันเขามีตัวตนจริง ๆ” “มีจริงแล้วอยู่ไหน ทำไมต้องตามหา แล้วโยงมั่วว่าคนอื่นเป็นผัวตัวเองโคตรน่ารังเกียจ”สายตาคมแข็งกร้าวมองหญิงสาวอย่างสะอิดสะเอียน “ถ้าคุณไม่เชื่อแล้วทำแบบนี้ทำไม!”สายตาหวานสั่นระริกน้ำตาคลอกับท่าทางที่เขาแสดงออกมา “ทำให้รู้ไงว่าผมไม่ได้โง่ ให้คุณอ้างอะไรก็ได้ เลิกตามรังควานผมสักทีมันน่ารำคาญ!” “บอกกับฉันดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องทำแบบนี้” อิงฟ้าฮึดสูดหายใจเข้าเก็บความอ่อนแอทั้งที่น้ำตาไหลลงแก้มเนียน ใบหน้าคมยิ้มมุมปากแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหูเธอ “แบบนี้แล้วทำไมคิดว่าผมอยากนอนกับคุณจริง ๆ สินะ” “ฉันไม่น่าโง่ คิดว่าคุณเป็นเขา คุณหยาบคายเกินกว่าจะเป็นผู้ชายดี ๆ อย่างเขา” หญิงสาวเสียงสั่นน้ำตาไหลเป็นทาง มือบางผลักให้เขาออกแต่ชายหนุ่มไม่ยอมดันตัวเข้ามาใกล้จ้องหน้าไม่พอใจที่เธอต่อว่า “มันดีมากขนาดนั้นแล้วทำไมถึงทิ้งคุณล่ะ ถ้ามันมีตัวตนจริง ๆ มันก็โคตรเลว” “เขาเป็นคนดี เขาต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างถึงได้หายไป” “เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว” ภาคภูมิตะคอกใส่ไม่พอใจ เธอยังปกป้องคนรักทั้งที่ทำให้เธอเสียใจ อิงฟ้าไม่อยากฟังสองมือปิดหูตัวเองไม่อยากได้ยินที่เขาพูดเธอยังเถียงว่าไม่จริงทั้งน้ำตา ชายหนุ่มทนไม่ไหวดึงมือเธอออกทั้งสองสบตากัน “ฉันรักเขา ถึงเขาจะไม่ดีฉันก็รักเขา” ใบหน้าหวานแดงก่ำแก้มเนียนเปื้อนไปด้วยน้ำตา ชายหนุ่มเกิดความสงสารมือหนาลูบไล้เช็ดน้ำตาให้หญิงสาว “ความรักมันไม่มีอยู่จริง ตอนนี้คุณรักเขาแต่ถ้าเจอคนใหม่คุณก็จะลืม แล้วก็เปลี่ยนใจไปรักคนอื่น” สายตาคมเลื่อนมองริมฝีปากบางแล้วประกบจูบปากบางเบา ๆ อิงฟ้านิ่งอึ้งไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ “เห็นไหมเมื่อกี้คุณบอกรักเขาแต่พอผมจูบคุณก็เคลิ้มซะแล้ว”เขายิ้มเหยียดสายตาดูถูก หญิงสาวอายที่ตัวเองเผลอใจ ผลักตัวเขาเพื่อจะหนีออกไป ชายหนุ่มไม่ยอมดันร่างบางเข้ากำแพงอีกครั้งประกบปากจูบหนักน่วงรุนแรงขึ้น มือบางทุบตีอกแกร่งจนเขารำคาญ ดึงแขนเธอตรึงไว้กับกำแพงจูบต่ออย่างดูดดื่มถอนริมฝีปากมาซุกไซ้ลำคอเรียว หญิงสาวดิ้นสุดแรงเตะเข้าเป้ากางเกงของเขาจนร่างแกร่งตัวงอ ร้องโวยวาย อิงฟ้าหลุดจากเงื้อมมือเขา มือบางปาดริมฝีปากและน้ำตาที่เปื้อนหน้า “ฉันจะไม่เข้าใกล้คุณอีก” ร่างบางรีบวิ่งออกไปจากห้อง ชายหนุ่มมองไม่มีแรงวิ่งตามไปได้แต่ประคองตัวไปนั่งบนโซฟา เขาแค่แกล้งทำให้เธอกลัวไม่เข้าใกล้เขาอีก แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับห้ามใจไม่อยู่ เผลอจูบเธอจนได้ ด้านอิงฟ้าวิ่งกลับมาที่ห้องร้องไห้โฮ กลิ่นกายเขา เสียงที่คุ้นเคย การสัมผัสร่างกายเขา ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาคือคนรักของเธอแต่การกระทำของเขาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ตอนที่ 1 เพียงพบ บริษัทขายสินค้าออนไลน์แห่งหนึ่งที่ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด จากผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ผู้หล่อเหลา เงียบขรึม ไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้ ยกเว้นเลขาที่ชื่อพิษณุ แต่ไม่ว่าเขาจะดูเข้าถึงยากหรือดุแค่ไหน ก็ไม่วายที่จะมีสาวสวย มาตามติดและเขาชอบมีความสุขชั่วคราวกับนางแบบ ดารา และไฮโซ เพื่อคลายเหงาเท่านั้น “สินค้าของเราเป็นลิปมันปลุกเสกลงคาถาให้ขายดิบขายดี ช่วงนี้ต้องสายมูเราขายในช่องทางออนไลน์แล้วขายดีมาก จึงอยากขยายตลาดมาที่สื่ออื่นด้วยค่ะ” “ไม่เป็นการหลอกลวงไปหน่อยเหรอครับ” ภาคภูมิหยิบลิปมันขึ้นมาจับดูแล้วถามหน้านิ่ง ๆ “ของเราปลุกเสกจริง ไม่ได้หลอกลวงนะคะ” ผู้ช่วยของเจ้าของแบรนด์รีบทักท้วง แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของแบรนด์ที่เป็นสาวใหญ่แต่งหน้าเข้มจัด “คุยรายละเอียดกับทีมผมได้เลยนะครับ ผมขอตัว” ภาคภูมิตัดบทโยนงานให้ลูกน้องแล้วทำท่ากำลังจะลุกขึ้น “เดี่ยวก่อนค่ะ” เจ้าของสินค้าเป็นคนสูงวัยแต่งหน้าเข้มจัด เอ่ยเรียกภาคภูมิจึงหยุดเดินแล้วหันมาหา “ระวังผู้หญิงที่มีผมหยักศกสีน้ำตาล ดวงตาพิเศษ คุณต้องอยู่ให้ห่าง ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวร จะทำให้คุณประสบอุบัติเหตุและเรื่องร้ายอันตรายถึงชีวิต” หญิงชราเดินเข้ามาใกล้จ้องใบหน้าคมและพูดน้ำเสียงสุขุมฟังแล้วชวนขนลุก “ครับ” ภาคภูมิยืนนิ่งสีหน้าไม่เชื่อก่อนจะขอตัวออกไปจากห้อง ด้านพิษณุตกใจจนหน้าเสียไม่กล้ามองหน้าแม่หมอเขาก้มหน้าแล้วเดินตามเจ้านายไป หญิงชรามองตามเขาจนสุดสายตา “ทักซะหน้ากลัว ผมขนลุกไปหมดเลย” พิษณุเดินตามเจ้านายแล้วเอามือลูบขนแขนตัวเอง “ก็แค่คำพูดที่หลอกให้คนกลัวไปวัน ๆ” “คุณภาคไม่เชื่อเหรอครับ” “เชื่อบ้าอะไร ลูกค้าคงไม่พอใจที่ฉันไม่เชื่อถือสินค้าของเขาก็เลยแกล้งพูดขู่ให้เรารู้สึกว่าเขามีของดีจริง ๆ ก็แค่นั้น” ภาคภูมิกดลิฟต์แล้วยืนนิ่ง ๆ “อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เองหลอกกันซึ่ง ๆ หน้าคิดว่าพวกเราโง่มากหรือไง” พิษณุพยักหน้าเข้าใจ “อย่างน้อยเขาก็หลอกนายได้นะ” ชายหนุ่มอมยิ้มเหล่ตามอง จนพิษณุรู้ตัวว่าเจ้านายหลอกว่าตัวเองซะแล้ว ช่วงเย็น หลังจากเลิกงาน ภาคภูมิจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรูของหมู่บ้าน แต่วันนี้เขาอยากวิ่งที่สวนสาธารณะ ข้าง ๆ หมู่บ้านจึงออกมาวิ่งและนั่งพักชมวิวริมบึงน้ำใหญ่ บรรยากาศยามเย็นอากาศสดชื่นทำให้เขาสบายใจพลางมองไปเก้าอี้ที่ว่างอยู่ สายตาของเขาก็หดหู่ ก่อนที่จะหันกลับมามองบึงน้ำด้านหน้า เห็นเด็กผู้ชายเล่นโรเลอร์เบสผ่านหน้าเขาไป สักพักก็ได้ยินเสียงร้องจึงหันไปดู “โอ๊ย” เด็กผู้ชายนั่งหงายดูแขนขาตัวเอง อีกด้านก็มีผู้หญิงนั่งพับอยู่ “เป็นอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยถามแล้วค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น “เป็นอะไรลูก ชนกันเหรอเดินยังไงยายป้า ไม่ดูทางเลยหรือไงเดินเป็นคนตาบอดไปได้” แม่เด็กวิ่งออกกำลังกายตามมาเห็นเข้าก็รีบเข้าไปดูร่างกายลูกแล้วต่อว่าผู้หญิงตรงหน้า “ขอโทษนะคะ ฉันตาบอด ไม่ได้ตั้งใจทำให้น้องเจ็บ” “ตาบอดแล้วมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ เดือดร้อนคนอื่นเขาหมด แย่จริง ๆ ไปกันเถอะลูกน่าเบื่อพวกภาระสังคม”แม่เด็กต่อว่าแล้วมองเหยียด “ขอโทษนะคะ” หญิงสาวขอโทษอีกครั้งสีหน้าเศร้า เมื่อเสียงฝีเท้าผ่านไป ร่างบางจึงหยิบถุงส้มที่ถือมาแต่มันหล่นหมด มือบางจึงค่อย ๆ คลำหาส้มบนพื้นแล้วเก็บได้ทีละลูก ภาคภูมินั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นแต่พอเห็นเธอพยายามเก็บส้ม ก็เลยตัดใจเดินไปช่วยเก็บ “ส้มของคุณ” เขาเดินเก็บส้มจนครบแล้วนั่งยอง ๆ ยื่นส้มให้ หญิงสาวหันตามเสียงแล้วยิ้มหวาน ใบหน้าสวยหวานรอยยิ้มสดใสของเธอทำให้เขานิ่งงันไปแล้วนึกไปถึงรอยยิ้มของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เขาเคยเห็น “ขอบคุณมากนะคะ” มือบางเอื้อมไปไขว่คว้า ชายหนุ่มจึงยื่นมือเข้าไปใกล้ให้เธอจับใส่ถุงจนเสร็จ หญิงสาวขอบคุณเขาอีกครั้ง แล้วใช้ไม้เท้านำทางไปจนถึงเก้าอี้ริมบึง ร่างบางนั่งสูดหายใจเข้าออกยาว ๆ เขามองการกระทำของเธอแล้วยิ้มมุมปากก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ เธอ “ฉันให้เป็นการขอบคุณ” มือบางยื่นส้มส่งให้เขา ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจก่อนจะหยิบส้มมาถือไว้ “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนช่วยเก็บส้ม” “กลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นเหงื่อของคุณไงคะ คนตาบอดมักจะมีสัมผัสอื่นที่ดีเพื่อทดแทนดวงตาที่เสียไป” หญิงสาวตอบไปยิ้มไป ใบหน้าหวานมองตรงไปยังบึงน้ำ ทำให้เขามองเธอได้แค่ข้าง ๆ เท่านั้น แปลกมากกับความรู้สึกเขาอยากมองผู้หญิงคนนี้ไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้สวยโฉบเฉี่ยวแบบที่เขาชอบ แต่รอยยิ้มและใบหน้าหวานนี้กลับสะกดใจให้เขามองไม่เบื่อเลยสักนิด ทั้งสองนั่งคุยกันในเรื่องต่าง ๆ จนค่ำก็แยกย้ายกันกลับ “ให้ไปส่งไหม” “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” “เช่นกันครับ ไว้เจอกันใหม่นะ” ชายหนุ่มอมยิ้ม ซึ่งก็ไม่รู้จะยิ้มทำไมเพราะเธอมองไม่เห็น เขาหันหลังเดินไปอีกทาง แต่ก็หันมามองหญิงสาวที่เดินไปอีกทาง เขาหันหลังกลับจะเดินกลับบ้านแต่ก็เปลี่ยนใจเดินตามดูเธออยู่ห่างๆ จนมาถึงหอพักใกล้ ๆ สวนสาธารณะ หญิงสาวยิ้มทักยามแล้วเดินขึ้นตึกไป เมื่อส่งเธอกลับห้องแล้วเขาจึงเดินกลับบ้านตัวเอง เช้าวันรุ่งขึ้น ณ บริษัทออนไลน์ ภาคภูมิ นั่งหลับตาหยิบแก้วกาแฟเขาจับได้แต่ก็ดันทำกาแฟหกเลอะโต๊ะทำงาน “หลับตาหยิบก็หกหมดสิครับ” พิษณุเข้ามาเห็นตั้งแต่แรกก็งง ว่าเจ้านายเป็นอะไร “คนตาบอดใช้ชีวิตลำบากมาก แล้วเขาจะทำมาหากินอะไร แค่ใช้ชีวิตปกติจะแย่แล้ว” ภาคภูมิชายตามองลูกน้องก่อนจะนั่งหลับตา แล้วพูดพร่ำคนเดียว “บ่นอะไรครับนาย” “เรียกประชุมหัวหน้าแผนกทุกทีมฉันอยากคุยเรื่องคอลเซ็นเตอร์สำหรับคนพิการแล้วก็ซัพพอร์ตคนตาบอดด้วย” “ประชุมวันไหนดีครับ” “ตอนนี้เลย” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมามองแล้วยิ้มเล็กน้อยไปยังพิษณุที่ยืนอึ้งต้องเรียกประชุมด่วนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ต้องทำให้ไม่อย่างนั้นเจ้านายจะของขึ้น การประชุมยาวนานจนเย็น ภาคภูมิคอยมองเวลาที่ข้อมือแล้วเริ่มนั่งไม่ติด จึงสั่งให้พนักงานไปคิดแผนงานมาแล้วประชุมกันต่อวันพรุ่งนี้ ท่ามกลางสีหน้าที่อ่อนล้าของทุกคนจากการระดมสมองเพื่อทำงานด่วนที่เจ้านายต้องการ ณ สวนสาธารณะ ภาคภูมิ มาสวนแทนที่จะวิ่งขากลับเดินมาเก้าอี้ริมบึงน้ำ แล้วก็พบหญิงสาวนั่งกินสตรอเบอร์รี่อย่างสบายใจเขาอมยิ้มแล้วนั่งลงข้าง ๆ “ทานสตรอเบอร์รี่ไหมคะ” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้กลิ่นกายเขา เธอยื่นกล่องสตรอเบอร์รี่ให้ “เปรี้ยวจัง” คำแรกที่กินก็เปรี้ยวจี๊ดเขาคิดว่ามันจะหวาน “ไม่ชอบทานเปรี้ยวเหรอคะไว้วันหลังฉันจะซื้อแบบที่หวาน ๆ มาให้” หญิงสาวหันมามองเขาตามเสียงแล้วยิ้มสดใส ทำให้ชายหนุ่มยิ้มตาม ทั้งสองคุยกันจนค่ำวันนี้เขาอาสาเดินไปส่งเธอที่หอพัก ก่อนแยกย้ายกันกลับก็ได้นัดหมายว่าจะเจอกันตอนห้าโมงเย็นแล้วทั้งคู่ก็เจอกันแบบนี้ตลอดหกวันที่ผ่านมา ณ คอนโดหรู ช่วงบ่าย ภายในห้องนอนกว้าง ภาคภูมิยืนแต่งตัวอยู่ในห้องเสื้อผ้า สักพักก็มีหญิงสาวสวยเซ็กซี่เดินเปลือยเปล่ามากอดหลังแกร่ง “วันนี้วันหยุดอยู่ด้วยกันจนถึงเช้าไม่ได้เหรอคะ” มินนี่ทำเสียงหวานออดอ้อนมือบางลูบไล้กล้ามเนื้ออกไล้ไปหน้าท้องเป็นมัด ๆ ก่อนที่มือหนาจะจับไว้แล้วดึงออก “ไว้วันหลัง” ภาคภูมิใส่เสื้อเชิ๊ตแต่งตัวต่อ “นาน ๆ ทีคุณจะนัดเจอ ขอให้มินนี่ ปรนเปรอให้คุณทั้งวันทั้งคืนไม่ได้เหรอคะ” “เสร็จธุระจะมาหาอีกก็แล้วกัน” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มจุ๊บปากบางแล้วเดินผละออกไป มินนี่มองตามเขาแล้วยิ้มดีใจ ณ สวนสาธารณะ ภาคภูมิมาถึงเก้าอี้ประจำริมบึงน้ำ ตามเวลานัดแต่เขาไม่เห็นหญิงสาวมานั่งเหมือนเดิม ชายหนุ่มกังวลว่าเธอจะเป็นอะไรระหว่างทางจึงรีบเดินตามหาเธอจนถึงหอพักก็ไม่มีวี่แวว เลยถามยามที่จำได้ว่าชายหนุ่มเดินมาส่งหญิงสาวตาบอดเป็นประจำ “มาหาหนูฟ้าเหรอคุณ” “ครับ ผมไม่เจอเลยเป็นห่วง” “วันนี้วงดนตรีคนตาบอดมารับไปงานแสดงที่ต่างจังหวัด หนูฟ้าฝากบอกคุณว่าเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้า” “ไปหลายวันขนาดนั้นเลย” “ปกติก็อาทิตย์บางทีก็เป็นเดือน” “พอรู้ไหมครับว่าไปที่ไหน” “ไม่รู้สิ คุณลองโทรไปถามที่วงเสียงสวรรค์ดูแล้วกัน” ลุงยามบอกได้แค่นี้แล้วเดินไปเฝ้ายามต่อ ด้านชายหนุ่มลังเลว่าจะโทรศัพท์ไปถามดีหรือไม่แต่ก็ตัดใจเพราะอาทิตย์หน้าเธอก็กลับมาแล้วเขาจะห่วงอะไรเธอนักหนา จึงเดินทางกลับคอนโด ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องกับมินนี่แทนที่จะมีเซ็กส์กัน เขากลับนั่งดูเฟสบุ๊คของวงเสียงสวรรค์ที่ไปทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ และภาพไปแสดงหลายจังหวัด เขาเห็นหญิงสาวสีไวโอลิน บางทีก็เป็นคนร้องเพลง ในวงมีทั้งผู้หญิง ผู้ชายและผู้จัดการวงเป็นผู้ชายสายตาปกติ “ไอ้หมอนี่มีลูกเมียหรือยัง” ใบหน้าคมนั่งเพ่งมองผู้จัดการวงดนตรี นิ้วมือหนาดีดขึ้นลงบนโต๊ะเวลาที่เขาใช้ความคิดภาคภูมิจะดีดนิ้วขึ้นลงตลอด สักพักเขาก็กดโทรศัพท์ไปวงดนตรีเสียงสวรรค์ ด้านมินนี่นั่งมองเขาอย่างงอน ๆ ที่เขาไม่สนใจเธอเลย จนเมื่อเขาวางโทรศัพท์ภาคภูมิก็เดินออกจากห้องทันที ทำให้มินนี่มึน อึน ๆ ที่เขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ณ หอพัก จ.ชลบุรี ทุกคนในวงดนตรีลงมานั่งทานข้าวพร้อมกันที่โต๊ะหน้าหอพัก มีคนตาบอดและทีมงานรวม 8 คน ผู้จัดการวงและคนขับรถเป็นผู้ชายสายตาปกติ นั่งอยู่ใกล้อิงฟ้า ผู้จัดการวงชื่อชีวาชอบอิงฟ้าอยู่แต่ไม่กล้าบอกเขาคอยดูแลเธอและให้เกียรติเธอมาตลอด เมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนกำลังเดินกลับเข้าห้องอิงฟ้าเดินสะดุดทางเดินที่ไม่สม่ำเสมอ ชีวาเห็นจึงรีบวิ่งเข้ามาดูแลและจับแขนอิงฟ้าพยุงเธอไปส่ง แต่กลับโดนมือหนามากระชากแขนของเขาออก “อะไรของคุณ” ชีวามอง งง ๆ “จะทำอะไร” ภาคภูมิถามสีหน้าเอาเรื่อง “คุณ มาได้ยังไงคะ” อิงฟ้าได้ยินเสียงก็จำได้ รีบเอ่ยทักด้วยความดีใจ ชายทั้งสองหันมองอิงฟ้ายืนยิ้มสดใสดีใจที่ภาคภูมิอยู่ตรงนี้ ภาคภูมิเดินไปหาหญิงสาวแล้วพาไปนั่งคุย ชีวามองไม่พอใจ ด้านภาคภูมิมองกลับกวน ๆ จนชีวาถอนใจไม่อยากมีเรื่องเลยเดินเลี่ยงไปที่อื่น “จะไปไหนไม่บอกกันเลย” ภาคภูมินั่งงอน ทำตึงใส่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้นเธอมองไม่เห็น “ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าต้องมางานเมื่อเช้า ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของคุณเลยไม่ได้โทรบอก” หญิงสาวหน้าเศร้า คิดว่าเขาคงโกรธที่ไปรอนาน “ช่างเถอะ” “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” “ลุงยามให้โทรถามวงดนตรีก็เลยรู้” “แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ มีธุระแถวนี้เหรอ” หญิงสาวถามเสียงใสแปลกใจว่าเขามาทำอะไรที่ต่างจังหวัด “ก็เป็นห่วงไงถามได้ มาดูให้รู้ว่าไม่เป็นอะไรเดี๋ยวก็กลับแล้ว” ชายหนุ่มยังไม่เลิกทำหน้าตึงใส่ “ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวดีใจที่เขาเป็นห่วงจึงยิ้มสดใสสะกดใจเขาให้หลงใหลเธออีกแล้ว ใบหน้าคมมองความน่ารักตรงหน้าเหมือนเคลิ้มไป “อย่ายิ้มแบบนี้ให้คนอื่นนะ” “ฉันไม่รู้หรอกคะว่าตัวเองยิ้มแบบไหน” “ก็แบบที่ยิ้มให้ผมไง ผมไม่อยากให้ใครเห็นว่าคุณยิ้มน่ารักขนาดไหน” ภาคภูมิเขยิบเข้ามาใกล้อมยิ้มกับสิ่งที่ตัวเองพูดไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงหวงสาวตาบอดคนนี้นัก “ฉันต้องทำหน้านิ่งตลอดเหรอคะ” “ใช่ ยิ้มแค่เวลาอยู่กับผม” “ยากจังฉันชอบยิ้มซะด้วย ถ้ายังไงจะยิ้มให้น้อยลงแล้วกันนะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขาทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจุ๊บริมฝีปากบาง แล้วผละออกมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งนิ่งสักพักก็มีน้ำตาคลอเบ้า “คุณไม่ควรทำแบบนี้ ถึงจะตาบอดฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่ใช่จะให้ใครมาทำอะไรก็ได้” “ผมขอโทษ ไม่ได้คิดจะดูถูก ผมไม่ได้ตั้งใจ” ชายหนุ่มรีบขอโทษไม่คิดว่าจะทำให้เธอไม่พอใจ ปกติหญิงสาวคนอื่นจะชอบให้เขาทำเกินเลยแม้จะรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงก็พาขึ้นเตียงได้ เขาคิดน้อยเกินไปที่คิดว่าเธอจะเหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมา ด้านหญิงสาวไม่พูดต่อลุกขึ้นเดินเร็ว ๆ จนสะดุดกับท่อนหินล้มลงไปนั่งกับพื้น ภาคภูมิตกใจรีบวิ่งไปประคองแต่เธอสะบัดตัว มือไม้ปัดป่ายไม่ให้เขาแตะต้อง “ได้ ๆ ผมปล่อยแล้ว” ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวก้มหน้างุด เสียงร้องไห้ลอดออกมาจนเขาใจหาย มือหนาจึงจับแก้มเนียนให้เธอเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเห็นน้ำตาอาบแก้มเขายิ่งรู้สึกผิด “ฉันอยากเป็นเพื่อนกับคุณ ไม่อยากทะเลาะกัน ขอร้องอย่าดูถูกฉันแบบนี้อีกได้ไหม” เสียงหวานสั่นเครือน้ำตานองหน้า “ได้สิ ผมจะไม่ล่วงเกินคุณอีก เรามาดีกันนะ ผมขอโทษ” สายตาคมมองหญิงสาวอย่างกังวล กลัวว่าเธอจะไม่ยอมยกโทษให้ ก่อนที่นิ้วก้อยน้อยของเธอจะยกขึ้นมาให้เขา ชายหนุ่มยิ้มดีใจเกี่ยวก้อยดีกันกับเธอ มือหนาลูบหน้าเช็ดน้ำตาให้หญิงสาว ทั้งสองยิ้มให้กัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD