สเปคฉันต้องแบบเธอ

1506 Words
ตอนที่ 3 สเปคฉันต้องแบบเธอ ธัญมล ถูกพามาในห้องด้านบนของร้าน ภีม เปิดแอร์จนเกือบสุด ปล่อยคนให้คนตัวเล็กสะอึกสะอื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยื่นขวดน้ำและผ้าเย็นจัดให้เธอ "เช็ดหน้าเช็ดตาและนั่งพักซะ" "ขอบคุณมากค่ะ" ธัญมล รับของจากเขาด้วยมือที่สั่นระริก แล้วเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ "เสี่ยรู้จักกับคุณวีนาและคุณลภัสด้วยเหรอคะ?" "นาเขาเป็นรุ่นน้องที่เคยเรียนมาด้วยกัน ฉันไม่ได้สนิทกับเขาหรอกแค่รู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนเท่านั้น เพิ่งรู้ว่าเธอรู้จักกับแฟนน้องสาวเขาด้วย" ภีม ตอบเสียงราบเรียบ พลันก็รู้สึกโมโหขึ้นมาตะหงิด เมื่อนึกถึงภาพในกล้องวงจรปิดที่เพิ่งจะดูมา ด้วยเขาเห็นอย่างชัดเจนว่าแฟนหนุ่มของ ลภัส จงใจที่จะเข้าหาเธอและพอจะดูออกว่าอีกฝ่ายคิดยังไง แต่กลับปล่อยให้หญิงสาวโดนแฟนของตนตบต่อหน้าต่อตาอย่างง่ายดาย แถมยังไม่คิดจะเข้ามาปกป้องด้วยซ้ำ ผู้ชายห่าอะไรวะ!! โครตเชี้ย!! มุดอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิง มันน่าจะโดนต่อยสักหมัดสองหมัด "หม่อนขอโทษนะคะ ที่ทำให้ร้านต้องวุ่นวายแบบนี้ ยังไงหนูขอนั่งพักสักครู่แล้วจะลงไปทำงานต่อค่ะ" ยังดีที่ไม่มีข้าวของในร้านเสียหาย ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องมาจ่ายชดเชยให้เหมือนตอนที่ลาออกจากทีน่าผับ "ไม่เป็นไร เธอนั่งพักก่อนก็ได้ หน้าบวมเจ่อแบบนี้ จะลงไปทำงานต่อทำไม นั่งพักสงบสติอารมณ์ก่อน" ภีม เดินมาใกล้แล้วจับบ่าของเธอให้นั่งลง ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ แม้จะจับปากของตัวเองแล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั้งใบหน้าก็ตาม โมโหตัวเองที่ไม่ทันตั้งตัว เลยไม่ได้สวนกลับ "ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหนูไม่ลงไปทำงานต่อ หนูต้องโดนหักค่าแรงวันนี้แน่ ๆ หนูไม่อยากให้งานมีปัญหา" เธอเอ่ยบอก ยังไงเธอก็ต้องรับผิดชอบงาน ภีม ถอนหายใจออกมา "ไม่เป็นไร ต่อไปเธอก็คงจะเป็นพนักงานของร้านฉันแล้ว เดี๋ยวฉันจะชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เอง" คิ้วหนาของหญิงสาวขมวดขึ้นทันที มองเขาอย่างฉงน "หม่อนเป็นพนักงานของทีจี ยังต้องรับเงินและคอมมิชชั่นจากที่นั่นอยู่ และยังมีเงินค่าประกันของค้างอยู่ด้วย จะมาเป็นพนักงานของร้านเสี่ยได้ยังไงคะ?" "คุณขิงฝ่ายบุคคลของทีจี เขาโทรหาฉันเมื่อสักครู่ บอกว่าปลดเธอจากการเป็นพนักงานบริษัทแล้วมีผลตั้งแต่ตอนนี้ ดังนั้นเธอทำงานต่อและขึ้นตรงกับร้านฉันได้เลย" ธัญมล ตัวชาวาบ ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำผิดอะไรถึงขนาดนั้น ถึงจะต้องโดนปลดออกอย่างไม่ยุติธรรมแบบนี้ "อะไรนะคะ? หนูไม่เชื่อหรอก" "ไม่เชื่อก็ลองโทรไปถาม แต่คงไม่จำเป็น" ภีม ตอบเสียงราบเรียบ "อีกอย่างแค่งานเด็กเชียร์เบียร์เธอจะเสียใจอะไรขนาดนั้น" หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันแน่น "มันอาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่สำคัญสำหรับคุณ แต่มันก็สำคัญสำหรับหนูมาก เพราะหนูทุ่มเทแรงกายแรงใจไปฝึกตั้งหลายสัปดาห์ แถมยังลงทุนตัดชุดไปตั้งหลายพัน หนูรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่หนูโดนปลดง่ายๆ แบบนี้" เธอ เอ่ยเสียงสั่นเครือ คล้ายตัดพ้อน้อยใจ ด้วยพยายามทุกอย่างคิดว่าจะได้งานมั่นคงไปสักระยะหนึ่ง แต่กลับต้องมายืนอยู่ในจุดเดิม แล้วสิ่งที่ทุ่มเทไปเป็นเดือนก็เหมือนกับสูญเปล่า "โลกนี้ไม่ได้ยุติธรรมอยู่แล้ว" ภีม แค่นเสียง ก่อนจะมองหน้าจอสมาร์ทโฟนของตนที่สว่างวาบ และเมื่อเห็นเบอร์อยู่หน้าจอ เขาก็ขบกรามเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนเด่น เขาหันมาบอกเธอเพื่อจะเดินออกไปนอกห้อง "ไม่ต้องคิดมากนั่งพักไปก่อน ฉันขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บ" "ว่าไงนา?" ชายหนุ่ม กรอกเสียงเข้มถามกลับไป เมื่อรับสายพี่สาวของคนที่มาสร้างปัญหาให้กับเด็กในร้านของเขาเมื่อสักครู่นี้ (นาแค่อยากจะโทรมาบอก เดี๋ยวภีมจะหาว่ายัยภัสน้องสาวของนาทำเกินกว่าเหตุ ก็เด็กเชียร์เบียร์คนนั้นชอบมาอ่อยแฟนน้องสาวนา ทั้งที่ภาคกับภัสจะหมั้นกันอยู่แล้วแท้ ๆ จะไม่ให้ยัยภัสโมโหได้ยังไงคะ?) เสียงแหลมที่เอ่ยมาตามสายทำให้เขาถึงกลับกระทุ้งลิ้นในแก้มอย่างโมโห "อย่ามาใส่ร้ายเด็กในร้านผมนะครับ หลักฐานในกล้องวงจรปิดก็เห็นอยู่แล้ว ว่าแฟนของน้องสาวคุณ พยายามจะเข้ามาลวนลามเด็กผม และเด็กผมก็พยายามหนีแต่เขาก็ยังตามตื้อ และผมก็เห็นนะว่าคุณสองคนเดินเข้ามาแล้วกระชากหม่อนไปตบแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างนั้น ความจริงผมแจ้งความคุณข้อหาทำร้ายร่างกายได้เลยนะครับ ถือว่าเป็นคดีอาญา" เขา ตอบกลับอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้อีกฝ่ายเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบเขาเสียงอ่อย (นาต้องขอโทษแทนน้องสาวนาด้วยค่ะภีม ยัยภัสก็คงโมโหหึงนั่นแหละค่ะ อย่าให้ถึงกับต้องเป็นเรื่องเป็นราวคดีความกันเลยค่ะ แค่เด็กเชียร์เบียร์เอง) ภีม ถึงกับกัดฟันกรอด รู้สึกโมโหจนควันออกหู "เขาจะเป็นเด็กเชียร์เบียร์หรือเป็นใครก็ตาม พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายเขาแบบนี้ อีกอย่างการที่คุณโทรไปบอกคุณขิง ให้ไล่เด็กนั่นออก ผมว่าคุณทำเกินไปนะ!" (เอ่อ ...คือนาแค่) "แต่ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปหม่อนเป็นเด็กในร้านของผมแล้ว พวกคุณจะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับเธออีก" เขาตอบกลับเสียงเข้มดีกว่าเดิม (ภีมคะ นาขอโทษค่ะ อย่าทำเสียงแข็งกับนาแบบนี้เลยนะคะ เรื่องของยัยภัสไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาเลยสักนิด นาแค่ไปเป็นเพื่อนน้องเท่านั้น ...ยังไงนาก็ยังชอบคุณเหมือนเดิม) "แค่นี้นะครับ" ภีม กดตัดสายไม่อยากจะฟังถ้อยคำอะไรจากหล่อนอีก ก่อนจะเดินหันกลับมาเพื่อจะเข้าห้อง และต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อเห็นคนตัวเล็กยืนมองเขาด้วยแววตาตระหนกและเปี่ยมด้วยคำถาม ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา ไม่แน่ใจว่าเธอเดินออกมาตั้งแต่ตอนไหน หรืออาจจะเดินตามเขาออกมาตั้งแต่ตอนแรก "หมายความว่าคุณวีนาเป็นคนโทรไปที่ทีจี เพื่อให้ฝ่ายบุคคลปลดหนูออกจากการเป็นพนักงานใช่ไหมคะ?" ภีม นิ่งไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้ารับ "ใช่" "คนพวกนั้นใจร้ายจัง" ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันแน่น พลันก็รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาทั้งที่เธอไม่เคยไปทำอะไรให้คนพวกนั้นเลยสักนิด แต่กลับถูกรังควานวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น โดยคนเหล่านั้นไม่รู้สึกสำนึกอะไรเลย ว่าได้สร้างบาดแผลในใจและความโกลาหลในชีวิตเธอมากมายขนาดไหน "ฉันบอกแล้วไง โลกนี้ไม่มีอะไรยุติธรรมหรอก ต่อให้เราไม่ทำอะไรใคร คนอื่นก็พร้อมจะมาทำร้ายเราได้อยู่ดี" เขาขยับมาใกล้ ถอดเสื้อสูทออกคลุมร่างให้กับเธอ นิ้วเรียวไล้ยังรอยบวมช้ำที่แก้มเนียนใสช้า ๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา และเอ่ยถามในสิ่งที่ไม่สมควรจะถาม "คุณวีนาเขาชอบเสี่ยใช่ไหมคะ?" "ไม่รู้ซิ" ภีม กดยิ้มมุมปาก "ทำไม? สนใจเรื่องของฉันด้วยเหรอ?" "หนูว่าเขาชอบเสี่ย หนูดูท่าทางและแววตาเขาออก แล้วเสี่ยชอบเขามั้ยคะ?" เธอถามต่อ ประกายความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นมาในสมองของเธอ ภีม ส่ายหน้า "วีนาไม่ใช่สเปคฉัน" "แล้วสเปคของเสี่ยคือแบบไหนเหรอคะ?" เธอจับมือของเขาไว้ ความอุ่นร้อนจากอุ้งมือหนาแผ่ซ่าน จนเธอรู้สึกวาบหวามทั่วร่าง คิ้วหนาของ ภีม กระตุกขึ้น ร่างหนาขยับเข้าไปใกล้ "สเปคฉันก็ต้องขาวอวบ นมโต หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูใสซื่อหวาดระแวง แต่เหมือนมีเสน่ห์บางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น และตัวต้องนุ่มหอมแบบเธอไง" ธัญมล รู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองเริ่มจะขาดห้วง เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งเครียดที่บดเบียดเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาราวพระเจ้าสร้างห่างอยู่เพียงคืบ จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรวยรินอยู่ข้างแก้มเนียน ใบหน้าสวยเชิดขึ้น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป "แล้วถ้าหนูอยากเป็นเด็กคนโปรดของเสี่ย ...หนูจะต้องทำยังไงบ้างคะ?" *********
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD